COVID-19: 31 ก.ค.64 ไทยติดเชื้อเพิ่ม 18,912 ราย เสียชีวิต 178 ราย

ศบค. รายงานสถานการณ์ COVID-19 ผู้ป่วยใหม่ 18,912 ราย (สถิติรายวันสุงสุด) สะสม 597,287 ราย รักษาหาย 10,750 ราย สะสม 391,920 ราย เสียชีวิต 178 ราย (สถิติรายวันสุงสุด) สะสม 4,857 ราย นักวิชาการคาดตามแบบจำลองคณิตศาสตร์ ยอดติดเชื้อสะสมทะลุล้านรายปลายเดือน ส.ค. 2564

31 ก.ค.2564) ศูนย์ข้อมูล COVID-19 รายงานผู้ติดเชื้อเพิ่ม 18,912 คน จำแนกเป็นติดเชื้อใหม่ 18,102 คนติดเชื้อภายในเรือนจำ/ที่ต้องขัง 810 คน ผู้ป่วยสะสม 568,424 คน (ตั้งแต่ 1 เม.ย.) หายป่วยกลับบ้าน 10,750 คน หายป่วยสะสม 364,494 คน กำลังรักษาตัว 200,510 คน เสียชีวิต 178 คน

ขณะที่ยอดผู้ป่วยสะสมตั้งแต่ปี 2563 เพิ่มเป็น 597,287 คน และตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสม  4,857 คน ทั้งนี้ถือเป็นการรายงานผู้ติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุด และเสียชีวิตสูงที่สุดของไทย และหากย้อนตัวเลขตลอด 1 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบตัวเลขสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเกิน 10,000 คนต่อวันดังนี้

  • วันที่ 24 ก.ค.ติดเชื้อเพิ่ม 14,260 คน เสียชีวิต 119 คน
  • วันที่ 25 ก.ค.ติดเชื้อเพิ่ม 15,335 คน เสียชีวิตอีก 129 คน
  • วันที่ 26 ก.ค.ติดเชื้อเพิ่ม 15,376 ราย เสียชีวิต  87 คน
  • วันที่ 27 ก.ค.ติดเชื้อเพิ่ม 14,150 ราย เสียชีวิต 118 คน
  • วันที่ 28 ก.ค.ติดเชื้อเพิ่ม 16,533 ราย ตายเพิ่ม 133 คน
  • วันที่ 29 ก.ค.ติดเชื้อเพิ่ม 17,669 คน เสียชีวิต 165 คน
  • วันที่ 30 ก.ค. ติดเชื้อเพิ่ม 17,345 คน เสียชีวิต 117 คน
  • วันที่ 31 ก.ค.ติดเชื้อเพิ่ม 18,102 คน เสียชีวิต 178 คน

ส่วนใหญ่พบสายพันธุ์เดลตา

นพ.ศุภกิจ ศิริลักษณ์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์  เผยผลการเฝ้าระวังสายพันธุ์ COVID-19 ในประเทศไทย โดยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับเครือข่ายห้องปฏิบัติการ โดยเป็นข้อมูลการเฝ้าระวังระหว่างวันที่ 17-23 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าจากการสุ่มตรวจผู้ติดเชื้อทั้งหมด 3,206 คน เป็นสายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) จำนวน 2,215 คน หรือร้อยละ 69.1 ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นค่อนข้างรวดเร็ว ส่วนสายพันธุ์อัลฟา(อังกฤษ) พบจำนวน 905 คน  หรือร้อยละ 28.2 และสายพันธุ์เบตา (แอฟริกาใต้) จำนวน 86 คน ร้อยละ 2.7

โดยพบในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จากจำนวน 1,273 ราย เป็นสายพันธุ์เดลตา จำนวน 1,053 คน หรือร้อยละ 82.7 สายพันธุ์อัลฟา จำนวน 220 คน หรือร้อยละ 17.3 ส่วนสายพันธุ์เบตาไม่พบผู้ติดเชื้อ

“ส่วนภูมิภาคพบผู้ติดเชื้อ 1,933 คน เป็นสายพันธุ์เดลตา 1,162 คนหรือร้อยละ 60.2  สายพันธุ์อัลฟา 685 คน หรือร้อยละ 35.4 และสายพันธุ์เบตา 86 คน ร้อยละ 4.4 โดยสายพันธุ์เดลตามีแนวโน้มเพิ่มขึ้น และขณะนี้พบแล้ว 72 จังหวัด”

แนวโน้มสายพันธุ์เบตาลดลง-พบที่บึงกาฬรวม 5 คน

ส่วนสายพันธุ์อัลฟาและสายพันธุ์เบตา มีแนวโน้มสัดส่วนลดลง โดยสายพันธุ์เบตาส่วนใหญ่ยังพบในพื้นที่ภาคใต้มากที่สุดที่จ.นราธิวาส และมีจำนวนประปรายใน จ.ปัตตานี สตูล ตรัง กระบี่ สุราษฏร์ธานี และมีพบที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จ.บึงกาฬ

สำหรับสายพันธุ์เบตาที่พบที่ จ.บึงกาฬ ที่ผ่านมาพบ 4 คน  สัปดาห์นี้พบ 1 คนเป็นญาติกับผู้ป่วยที่ยืนยันก่อนหน้านี้ ซึ่งขณะนี้หน่วยงานในพื้นที่ได้ดำเนินการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้นข้อมูลการเฝ้าระวังทั้งประเทศระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-23 ก.ค.ที่ผ่านมา สายพันธุ์อัลฟาจำนวน 13,311 คนหรือร้อยละ 61.18 สายพันธุ์เดลตา จำนวน 7,977 คน หรือร้อยละ 36.67  และสายพันธุ์เบตา จำนวน 468  คนหรือร้อยละ 2.15% ส่วนการติดเชื้อร่วม 2 สายพันธุ์ (Mix infection) ขณะนี้ยังไม่พบรายใหม่เพิ่มแต่อย่างใด

โฆษก สธ.ระบุโควิดทั่วโลกระบาดรุนแรงขึ้น-ไทยทรงตัว

นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ ที่ปรึกษาระดับกรวง (รก.11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า "โฆษกกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข" โดยระบุว่า ความจริง …โควิด 19 วันเสาร์ที่ 31 ก.ค.2564 สถานการณ์มาตรการการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ และเร่งฉีดวัคซีนกลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง

1) สถานการณ์โรคโควิด 19 ทั่วโลกกลับมาระบาดรุนแรงขึ้นอีกครั้ง สถานการณ์ประเทศไทยเริ่มทรงตัว

• มาตรการต่างๆ เพื่อลดการติดเชื้อและเสียชีวิต ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น

• กำกับนโยบายให้ยาฟาวิพิราเวียร์โดยเร็วที่สุด ซึ่ง 2 เดือนจากนี้จะมียาประมาณ 80 ล้านเม็ด จัดส่งไปสำรองที่ภูมิภาค เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยทั้งในโรงพยาบาล และผู้ป่วยที่แยกกักตัวที่บ้านและชุมชน

• หน่วยปฏิบัติการเชิงรุกในชุมชน CCR Team ดูแลรักษาพยาบาล ตรวจคัดกรองด้วย Antigen Test Kit (ATK) ฉีดวัคซีนกลุ่มเปราะบาง

• กทม.ฉีดครอบคลุมแล้ว 61.67% เฉพาะผู้สูงอายุใน กทม.ฉีดแล้ว 70%

• เดือน ส.ค. ที่จะมีวัคซีนอีก 10 ล้านโดส จะปรับการจัดสรรให้ต่างจังหวัดเพิ่มมากขึ้น

2) การคาดการณ์สถานการณ์โรคโควิด 19 โดยใช้แบบจำลองคณิตศาสตร์ SEIR ใน 3-4 เดือนข้างหน้าหากไม่มีการล็อกดาวน์อย่างเข้มข้น

• ผู้ติดเชื้อรายใหม่อาจเกิน 4 หมื่นรายต่อวัน สูงสุดวันที่ 14 ก.ย.2564 และเสียชีวิตมากกว่า 500 คนต่อวัน

• หากมีมาตรการล็อกดาวน์ โดยผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรวมถึงประชาชนให้ความร่วมมือกันอย่างเต็มที่ และระยะเวลานานขึ้นจะช่วยลดการติดเชื้อและผู้เสียชีวิตลงได้

• หากการล็อกดาวน์เข้มข้น ร่วมกับการค้นหาผู้ป่วยและฉีดวัคซีนในกลุ่มเสี่ยง จะยิ่งช่วยลดการติดเชื้อและเสียชีวิตลงได้อีก

• มาตรการล็อกดาวน์ในช่วงต้นจะยังไม่เห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงมากนัก แต่จากนั้น 2-4 สัปดาห์จะเห็นผู้ติดเชื้อลดลงชัดเจน โดยจะมีการประเมินเป็นระยะและเสนอ ศบค.พิจารณาต่อไป

3) กระจายวัคซีนเดือนสิงหาคม

• เน้นกลุ่มเสี่ยง 608 คือ
- ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
- 7 โรคเรื้อรัง
- หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์
- อสม.

• วัคซีนใช้เพื่อควบคุมการระบาด และในพื้นที่เป้าหมายพิเศษ พื้นที่ท่องเที่ยว

• ใช้สูตร SA คือ ซิโนแวคเข็มแรก เว้น 3 สัปดาห์ฉีดแอสตร้าเซนเนก้าเป็นเข็มที่สอง จะมีภูมิคุ้มกันขึ้นสูงใกล้เคียงแอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม พบว่ามีความปลอดภัย

- (แอสตร้าเซนเนก้า 2 เข็ม ต้องใช้เวลาถึง 12 สัปดาห์ในการฉีดเข็มสอง)

4) วัคซีนไฟเซอร์ที่สหรัฐอเมริกาบริจาค 1.5 ล้านโดส

• ขณะนี้อยู่ในคลังอุณหภูมิ -70 องศาเซลเซียส

• หลังผ่านการตรวจสอบคุณภาพและความปลอดภัย

• เริ่มส่งล็อตแรกไปหน่วยบริการวันที่ 5-6 ส.ค. และเริ่มฉีดให้กลุ่มเป้าหมายได้วันที่ 9 ส.ค. ประกอบด้วย ….

4.1) บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขที่ดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ทั่วประเทศ เป็นเข็มกระตุ้น 7 แสนโดส

4.2) ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วย 7 โรคเรื้อรังที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไป หญิงตั้งครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป ใน 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (กทม. สมุทรปราการ สมุทรสาคร นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา สงขลา ปัตตานี ยะลา และ นราธิวาส) 645,000 โดส

4.3) คนต่างชาติในประเทศไทยที่เป็นกลุ่มเสี่ยงเช่นเดียวกับคนไทย รวมถึงคนไทยที่ต้องไปต่างประเทศและจำเป็นต้องฉีดวัคซีน เช่น นักเรียน นักศึกษา 150,000 โดส

4.4) การศึกษาวิจัย ติดตามมาตรการ 5,000 โดส

5) การควบคุมโรคโควิด-19 และการรักษา

• เน้นการตรวจด้วย ATK รู้ผลรวดเร็ว จัดระบบดูแลผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการที่บ้านและชุมชน โดยเชื่อมต่อกับสถานบริการ

• ฉีดวัคซีนให้กลุ่มเปราะบางที่เข้าถึงบริการลำบาก และการให้ยารักษาอย่างรวดเร็วเพื่อลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต

• บุคลากรสาธารณสุขในภูมิภาคเข้ามาร่วมทีม CCR Team ระหว่างวันที่ 4-10 ส.ค.นี้ อย่างน้อย 50 ทีม ทีมละ 10 คน เพื่อทำงานเชิงรุกในชุมชนพื้นที่ กทม. ร่วมกับศูนย์บริการสาธารณสุข กทม. 69 แห่ง ตั้งเป้าหมายตรวจคัดกรองเชิงรุกได้ 400,000 - 500,000 คน คาดว่าจะพบผู้ติดเชื้อนำเข้าสู่ระบบการรักษาได้อย่างน้อย 70,000 - 80,000 คน

นักวิชาการคาดตามแบบจำลองคณิตศาสตร์ ยอดติดเชื้อสะสมทะลุล้านรายปลายเดือน ส.ค. 2564

ผลคาดการณ์ตามแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ของรองศาสตราจารย์ดอกเตอร์ นวลจันทร์ สิงห์คราญ นักวิชาการจากคณะสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่า คาดการณ์ยอดผู้ติดเชื้อสะสมรายวันของวันนี้ คือ 31 ก.ค. 2564 คลาดเคลื่อนเพียงร้อยละ 0.09 เท่านั้น

กล่าวคือยอดการติดเชื้อจริงตามที่ ศบค.รายงานอยู่ที่ 18,912 ราย ขณะที่ผลคาดการณ์สะสมค่าบน ตามแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ยอดผู้ติดเชื้ออยู่ที่ 18,366 ราย ต่ำกว่ายอดผู้ติดเชื้อจริง 546 ราย หรือคิดเป็นร้อยละ 0.09

สำหรับผลคาดการณ์วันที่ 1 ส.ค. 2564 คือ วันพรุ่งนี้ เมื่อพิจารณาภาพรวมผลคาดการณ์ 659 วัน นับตั้งแต่วันที่ 12 ม.ค. 2563 ถึงวันที่ 31 ต.ค. 2564 พร้อมอัพเดทแบบจำลองประจำวันนี้ คาดว่ายอดผู้ติดเชื้อวันที่ 1 ส.ค. จะอยู่ในช่วง 18,935 ราย (ค่ากลาง) ถึง 19,461 ราย (ค่าบน)

จากแนวโน้มตัวเลขการติดเชื้อรายวันและการคาดการณ์ตามแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ยังพบด้วยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อสะสมของประเทศไทย จะทะลุ 1 ล้านราย ในวันที่ 18 ส.ค. บวกลบ 2 วัน

ขณะที่อัตราการติดเชื้อในวงจรการระบาดหน้า ระหว่างวันที่ 2-8 ส.ค. (สัปดาห์ถัดไป) มีแนวโน้มสูงขึ้น อยู่ในช่วง 1.9 หมื่นถึง 2 หมื่นรายต่อวัน และอาจทะลุถึง 2.2 หมื่นรายในช่วงปลายวงจรการระบาด

 

ที่มาเรียบเรียงจาก: Thai PBS [1] [2] | Nation TV

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์