‘ชุมชนลับแล’ ถูก รฟท.เรียกเก็บค่าเช่าโหด ไม่จ่ายใน 15 วันขู่ดำเนินคดี ชาวเมืองอุบลฯ บุกศาลากลางฯ ทวงหาความเป็นธรรม

ชาวชุมชนลับแล จ.อุบลฯ ซึ่งเคยทำงานเป็นกรรมกรร่วมบุกเบิกทางรถไฟสายอีสาน วันนี้ถูก รฟท.ลอยแพ ทวงค่าเช่าโหด บางรายถูกทวงเงินสูงถึง 3-4 แสนบาท ขู่ให้จ่ายภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นจะดำเนินคดี ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำจ่ายไม่ไหว บุกศาลากลางจังหวัดทวงถามความชอบธรรม 

ภาพชาวบ้านชุมชนลับแล จ.อุบลราชธานี ไปยื่นหนังสือต่อนายสถานีรถไฟอุบลราชธานี (วารินชำราบ)

4 ส.ค. 64 สำนักข่าวชายขอบ รายงานเมื่อวันที่ 3 ส.ค. 64 ระบุว่า นายพงศ์ศักดิ์ สายวัน ตัวแทนชาวบ้านชุมชนลับแล (ชุมชนกรรมกรรถไฟ) ต.วารินชำราบ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (2 ส.ค.) ชาวบ้านรวมตัวเข้ายื่นหนังสือต่อนายสถานีรถไฟอุบลราชธานี (วารินชำราบ) เพื่อเรียกร้องให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยของชุมชนลับแลร่วมกับชาวบ้าน ที่ได้รับความเดือดร้อน ภายหลัง รฟท.มีหนังสือทวงค่าเช่าที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม บางรายมียอดทวงเงินสูงถึง 300,000-400,000 บาท โดยให้จ่ายภายใน 15 วัน ไม่เช่นนั้นจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ทำให้ชาวบ้านที่หาเช้ากินค่ำไม่สามารถหาเงินมาจ่ายได้ โดยมีข้อเรียกร้อง 1.ให้ชะลอการดำเนินคดีและการทวงค่าเช่า 2.ตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่อาศัยร่วมกับชาวบ้าน โดยยึดแนวทางโฉนดชุมชน

นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า ชุมชนแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 2 ไร่ 2 งาน มีชาวบ้านอาศัยอยู่ 328 ครัวเรือน หรือประมาณ 2,500 คน โดยเป็นชุมชนดั้งเดิม ก่อตั้งขึ้นจากกรรมกรก่อสร้างทางรถไฟสายนครราชสีมา-อุบลราชธานี เมื่อปี พ.ศ. 2474 แต่เดิมเป็นที่รกร้าง ชาวบ้านจึงเข้ามาสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยระหว่างรองานก่อสร้างเส้นทางรถไฟที่มีแผนขยายถึง จ.นครพนม แต่เมื่อไม่มีการก่อสร้างทางรถไฟต่อ ชาวบ้านจึงปักหลักถิ่นฐานที่นี่ และอาศัยทำงานกรรมกรขนถ่ายสินค้ารถไฟ และเป็นกรรมกรรับจ้างอยู่คู่กับสถานีรถไฟมายาวนาน

นายพงศ์ศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทั่งการรถไฟฯ ประกาศขยายเขตสถานีรถไฟทับชุมชน ช่วงนั้นชาวบ้านบางรายไปขอออกโฉนดก็ถูกจับดำเนินคดี บังคับข่มขู่ให้เซ็นยินยอมเช่าที่ดิน จนมีการเจรจาให้ชาวบ้านจ่ายค่าเช่าที่ดินให้การรถไฟฯ ซึ่งชาวบ้านจำยอมตกเป็นผู้เช่าที่ดินในสัญญาระยะยาว 30 ปี  ตารางเมตรละ 7 บาท โดยเป็นอัตราค่าเช่าก้าวหน้าที่ค่าเช่าจะเพิ่มขึ้นทุกปี

"ปี 55-56 ชาวบ้านขอเจรจาเรียกร้องสิทธิที่ดินให้เป็นโฉนดชุมชน เพื่อให้ชีวิตมีความมั่นคงโดยผ่าน พอช. จึงหยุดการจ่ายค่าเช่าระหว่างกระบวนการเจรจาให้เสร็จสิ้น กระทั่งล่าสุดการรถไฟส่งหนังสือทวงค่าเช่าและทวงค่าปรับรวบยอด 4 ฉบับ บางรายเจอค่าเช่า 3 แสน แพงกว่าการซื้อที่ดินใหม่ กรรมกรที่บุกเบิกก่อสร้างทางรถไฟสายอีสานใต้ เรายืนยันตามสิทธิพื้นฐาน ให้เป็นโฉนดชุมชน หรือถ้าต้องเช่าที่ดิน ค่าเช่าต้องเป็นธรรมกับชาวบ้านสามารถจ่ายได้" นายพงศ์ศักดิ์ กล่าว

ภาพชาวบ้านชุมชนลับแล จ.อุบลราชธานี

นายจำนงค์ จิตรนิรัตน์ ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ) กล่าวว่า เมื่อสัปดาห์ก่อนชาวบ้านชุมชนลับแลแทบร้องไห้ เพราะมีการส่งตัวผู้ที่ได้รับเชื่อโควิด-19 จากกรุงเทพฯกลับมาชุมชนต่างๆ กว่า 400 คน หลังจากที่ผู้ป่วยเหล่านี้มีการรักษาไปแล้วระดับหนึ่ง ผู้ป่วยบางส่วนมาอยู่ที่ชุมชนนี้ ทั้งๆ ที่ตามมาตรการที่ถูกต้อง ผู้ที่ได้รับเชื้อเหล่านี้ต้องไปกักตัวในพื้นที่ห่างไกลจากบ้านคนอื่น แต่เจ้าหน้าที่กลับเอามาไว้ที่ชุมชนทั้งๆ ที่ควรดูผลอีก 14 วัน ทำให้ชาวบ้านลับแลตกใจมาก เพราะกำลังหวาดวิตกเรื่องโควิด-19 และหลังจากนั้นอีก 2 วันมีหนังสือจาก รฟท. มาทวงค่าเช่าบ้าน สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานรัฐไม่สนใจว่าชาวบ้านเป็นอย่างไร แทนที่จะดูแลป้องกันโควิดให้ดีไม่ใช่เอาผู้ป่วยมาปล่อยไว้โดยไม่มีมาตรการรอบรับ รฟท.ควรดูว่าชุมชนตกอยู่ในสถานการณ์ใด ไม่ใช่ซ้ำเติมปัญหาของชาวบ้าน

"ชุมชนลับแลทำงานให้ รฟท.ตั้งแต่ยุคบุกเบิก แต่คุณกลับไม่เห็นคุณค่าเขาเลย ค่าเช่าก็ถูกบังคับให้เช่า สถานการณ์ตอนนี้แทนที่จะลดหย่อนให้ชาวบ้านในฐานะผู้ที่มีคุณประโยชน์ รฟท.มาก่อน กลับไม่คำนึงถึงเลย สะท้อนให้เห็นว่ารัฐขาดการให้ความสำคัญกับชุมชนอย่างเห็นได้ชัด ความเหลื่อมล้ำเห็นได้ชัด เป็นการซ้ำเติมชาวบ้าน ผิดวิสัยการบริหารงานในสถานการณ์วิกฤต ทั้งๆ ที่น่าจะปรึกษาชุมชนว่ารองรับโควิดได้หรือไม่ แทนที่จะเอาปัญหามาทับถม เช่นเดียวกับอีกหลายชุมชนในอุบลฯ กำลังขาดแคลนอุปกรณ์ในการป้องกันโควิดทั้งหน้ากากอนามัย แอลกอฮอล์ล้างมือ เครื่องวัดอุณหภูมิ ตอนนี้ 6-7 ชุมชนติดโควิดราว 20 คน แม้จังหวัดพาเข้าโรงพยาบาล แต่ชาวบ้านที่เหลือตกอยู่ในอาการหวาดผวา เพราะไม่ได้มีการตรวจทั้งชุมชน พวกเขาเหมือนถูกลอยแพ ภายใน 1-2 วันนี้ชาวบ้านในชุมชนจะไปที่จังหวัด เพราะต้องการให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้" นายจำนงค์ กล่าว

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์