เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่นโต้นิคเคอิเอเชีย โควิด-19 ในไทยไม่เลวร้าย-กลบข่าวลือรัฐประหาร

เอกอัครราชทูตไทยประจำญี่ปุ่นเขียนบทความโต้นิคเคอิเอเชีย (Nikkei Asia) ระบุว่าสื่อญี่ปุ่นนำเสนอเรื่องของประเทศไทย "เกินจริง" ทั้งเรื่องสถานการณ์ COVID-19 "ไม่มีคนตายเกลื่อนถนน" รวมถึงชี้แจงเรื่องข่าวลือการทำรัฐประหาร

6 ส.ค. 2564 วานนี้ (5 ส.ค. 2564) สิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว เขียนบทความส่งถึงสำนักข่าวนิคเคอิเอเชีย เพื่อโต้ตอบมาร์วาน มากาน-มาร์คาร์ (MARWAAN MACAN-MARKAR) ผู้สื่อข่าวประจำภูมิภาคเอเชียของสำนักข่าวดังกล่าวที่เขียนบทความเกี่ยวกับการประเมินเหตุการณ์รัฐประหารในไทย เผยแพร่เมื่อวันที่ 30 ก.ค. ที่ผ่านมา โดยเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ได้ชี้แจงความเข้าใจผิดที่อยู่ในบทความดังกล่าว ทั้งในเรื่องการเมืองและสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทย

สิงห์ทอง ลาภพิเศษพันธุ์ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
(ภาพจาก 
สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น - 在東京タイ王国大使館)

เนื้อหาทั้งหมดในบทความที่เขียนโดยเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียวนั้น ระบุว่า กรณีที่บทความของมากาน-มาร์คาร์ ใช้วลีที่ว่า "ศพนอนเกลื่อนเมืองหลวง" นั้นอาจจะดูเป็นเรื่องเกินจริง ไม่มีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้น ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะกลายเป็นหนึ่งใน 130 ประเทศที่กำลังประสบปัญหาด้านระบบสาธารณสุข และต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้งจากการระบาดของไวรัสที่ก่อโรค COVID-19 สายพันธ์เดลตา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยจะกำลังยอมจำนนให้กับโรคระบาดนี้

หน่วยงานรัฐบาล ภาคเอกขน และภาคประชาสังคม ต่างเพิ่มความพยายามมากขึ้นเป็นสองเท่าเพื่อเพิ่มขี้ความสามารถให้กับระบบการสาธารณสุขของประเทศ ถึงแม้ว่าอัตราการเสียชีวิตจากโควิด-19 ของไทยจะเพิ่มสูงขึ้นในการระบาดระลอกล่าสุด แต่ก็ยังอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก

รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นในโครงการฉีดวัคซีนให้ประชาชน โดยเน้นความสำคัญสูงสุดไปที่ความปลอดภัยของบุคลากรทางการแพทย์ และกลุ่มเสี่ยงอื่นๆ โดยมีการฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 17.6 ล้านโดสตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แม้ว่าทั่วโลกจะประสบปัญหาขาดแคลนวัคซีน รวมถึงปัญหาการกระจายวัคซีนอย่างไม่สม่ำเสมอทั้งในประเทศที่พัฒนาแล้ว และประเทศกำลังพัฒนา

นอกจากนี้ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ยังระบุในบทความว่า พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว กษัตริย์ไทยนั้นยังคง "ทรงอยู่เหนือการเมืองไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด" ตามบทบาทหน้าที่ของกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตาม การที่พระองค์ทรงอยู่เหนือการเมืองนั้น ไม่ได้หมายความว่าพระองค์ไม่สามารถข้องเกี่ยวกับการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังประสบความทุกข์ยากจากสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ได้

ตั้งแต่ปีที่แล้ว กษัตริย์ไทยได้ "บริจาคทรัพย์สินส่วนพระองค์" เพื่อช่วยเหลือจัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงพระราชทานเครื่องช่วยหายใจ รถตรวจชีวนิรภัยสำหรับออกตรวจหาผู้ติดเชื้อ และอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ที่จำเป็น เพื่อใช้ต่อสู้กับการแพร่ระบาดของไวรัส นอกจากนี้ พระองค์ยังคงปฏิบัติพระราชกรณียกิจอันเป็นพระราชกุศล เช่น สนับสนุนการศึกษาสำหรับเด็กที่พ่อแม่เจ็บป่วยจากโรคโควิด-19

เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ชี้แจงเพิ่มเติมถึงสถานการณ์การเมืองของไทย โดยระบุว่า เช่นเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่ปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตย ประชาธิปไตยของไทยเองก็มีข้อผิดพลาดและมีจุดเริ่มต้นที่ผิดแผกไป ซึ่งรวมถึงการทำรัฐประหาร แต่ประชาชนชาวไทยยังคงรักษาจุดยืนอย่างแน่วแน่บนเส้นทางประชาธิปไตย โดยมีการปรับปรุงระบบตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ อีกทั้งรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของไทยยังได้รับการรับรองจากการทำประชามติทั่วประเทศ

นอกจากนี้ กองทัพไทยยังดำเนินการทางกฎหมายอย่างสมควรแก่บุคคลที่สร้างสถานการณ์ยุยงปลุกปลั่นจนทำให้เกิดความหวาดกลัว บุคคลเหล่านี้ต้องรับผิดชอบต่อการเผยแพร่ข่าวลือเกี่ยวกับการทำรัฐประหาร ซึ่งสร้างความสับสนให้แก่สาธารณชน การกระทำที่ละเมิดกฎหมายจนเป็นที่ประจักษ์นั้นเริ่มต้นขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นช่วงที่ความสนใจสาธารณชนควรอยู่ที่การต่อสู้กับโรคระบาด (Pandemic) มากกว่าจะตกเป็นเหยื่อของกระแสการแพร่ระบาดของข่าวลวง (Infodemic)

การสร้างข้อมูลลวงด้วยการผสมผสานระหว่างข้อมูลทางประวัติศาสตร์แบบสุ่มๆ และกึ่งความจริงนั้นไม่ต่างกับการนำเสนอข้อมูลข่าวสารด้วยภาษาที่กระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกที่เกินจริงของผู้คน (sensationalism)

บทความของ 'มากาน-มาร์คาร์' เขียนไว้ว่าอย่างไร

มากาน-มาคาร์ ผู้สื่อข่าวของนิคเคอิเอเชีย เขียนบทความเรื่อง Thailand's long history of coups stirs debate in time of danger หรือ ประวัติศาสตร์อันยาวนานของการรัฐประหารในไทยปลุกเร้าการโต้เถียงในช่วงเวลาที่แสนอันตราย โดยในบทความดังกล่าวได้กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของการรัฐประหารเมื่อปี 2557 ย้อนไปถึงการรัฐประหารในอดีตของไทย นอกจากนี้ ยังกล่าวถึงการบริหารงานของรัฐบาลทหารภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตลอด 7 ปี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงโรคระบาดโควิด-19 ที่มีความติดขัดและสร้างความเสียหายให้แก่ประชาชนอย่างมาก อีกทั้งยังมีการกล่าวถึงกรณีการขึ้นครองราชย์ของ ร.10 อีกด้วย

เรียงเรียงจาก:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์