'สตช.' สั่งสอบ 'คฝ.' ยิงกระสุนยางใส่ผู้ขับขี่ จยย.ระยะประชิด - เตรียมออกหมายเรียกอีก 118 หมาย

'สตช.' สั่งสอบ 'คฝ.' ยิงกระสุนยางใส่ผู้ขับขี่ จยย.ระยะประชิด เบื้องต้นทราบแล้วว่าคือใคร - เผยดำเนินคดีผู้ชุมนุมช่วง ก.ค.-ส.ค. 64 แล้ว 90 คดี มีผู้จะถูกดำเนินคดี 481 คน จับกุมแล้ว 224 คน จะออกหมายเรียกอีก 118 หมาย แบ่งเป็นแกนนำ 16 หมาย กลุ่มผู้ชุมนุมอื่น ๆ 102 หมาย

22 ส.ค. 2564 เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ รายงานว่าพล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวถึง การเตรียมการรับมือการชุมนุมในวันนี้ของกลุ่มทะลุฟ้าบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และกลุ่มทะลุแก๊ส ที่แยกดินแดงและถนนวิภาวดีรังสิต โดยในช่วงเย็นวันนี้เจ้าหน้าที่จะยังคงใช้การจัดกำลังตามสถานการณ์การชุมนุมของแต่ละพื้นที่ และจะเริ่มปิดการจราจรช่วงก่อนการชุมนุมประมาณ 1 ชั่วโมง ซึ่งขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเข้าพื้นที่ในช่วงเวลาดังกล่าว

สำหรับการชุมนุมเมื่อวานนี้ (21 ส.ค.) ที่บริเวณถนนดินแดงและวิภาวดีรังสิต ของกลุ่มทะลุแก๊ส พบว่ามีการเคลื่อนกำลังผ่านไปบนถนนวิภาวดีรังสิตพร้อมกับใช้ประทัดยักษ์และวัตถุทรงกระบอกคล้ายไปป์บอมบ์หรือระเบิดแสวงเครื่อง ปาใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจและสถานที่ราชการเช่น กองดุริยางค์ทหารบก อุปกรณ์โทรศัพท์ฉุกเฉินบนทางด่วน และตู้เก็บเงิน จนเกิดความเสียหาย อีกทั้งยังมีการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานของวัตถุที่กลุ่มผู้ชุมนุมใช้ได้เป็นจำนวนมาก

ซึ่งจากนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติที่ให้มีการยกเลิกการใช้สิ่งกีดขวางบริเวณถนนวิภาวดีรังสิตและถนนดินแดงคุณเมื่อวานนี้เป็นวันแรกที่เริ่มมีการปรับใช้ตามแผนของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ แต่ก็พบว่ากลุ่มผู้ชุมนุมยังคงใช้ความรุนแรงเหมือนเดิม จึงจำเป็นต้องนำกำลังของตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้าไปควบคุมสถานการณ์ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะแยกย้ายกันออกไป

ทั้งนี้ กองบัญชาการตำรวจนครบาลจะมีการปรับรูปแบบการเข้าควบคุมสถานการณ์การจัดกำลังของตำรวจควบคุมฝูงชนในแต่ละวันแตกต่างกันไปตามการข่าวที่ได้รับ และสถานการณ์เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการควบคุมสถานการณ์มากที่สุด แต่ก็จะให้เกิดผลกระทบกับประชาชนน้อยที่สุด

สำหรับกรณีของคลิปภาพเจ้าหน้าที่กองร้อยควบคุมฝูงชน (คฝ.) ใช้ปืนยิงกระสุนยางใส่ผู้ชุมนุมที่ขี่รถจักรยานยนต์ในระยะประชิดตัวนี้การเผยแพร่ภาพลงในโลกโซเชียลและเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ขณะนี้ทราบว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ตั้งคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้ว ซึ่งเบื้องต้นทราบแล้วว่าตำรวจนายดังกล่าวคือใครพร้อมทั้งมีการเรียกเข้ามาพูดคุยสอบถามข้อเท็จจริงแล้วในระดับหนึ่ง แต่ต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะทำงานจึงจะสามารถระบุได้ว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจนายดังกล่าวมีความผิดหรือไม่ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าวยังคงปฏิบัติหน้าที่ในการควบคุมฝูงชนตามปกติ แต่ก็ได้ให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละหน่วยกำชับแนวทางการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามยุทธวิธีและกฎหมายมากที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดภาพในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นอีก

ด้าน พล.ต.ต.จิรสันต์ ชี้แจงถึงการจัดการจราจรในช่วงที่มีการชุมนุมโดยเฉพาะบริเวณถนนดินแดงและวิภาวดีรังสิตของกลุ่มทะลุแก๊ส ที่มักมีประชาชนและผู้ใช้รถใช้ถนนพี่ไม่ทราบว่าเริ่มมีการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือมีการรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุมแล้วขับรถเข้าไปภายในจุดดังกล่าวเป็นจำนวนมากจนเกิดการร้องเรียนกับสื่อมวลชนหลายครั้ง

เบื้องต้นในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ควบคุมการจราจรของเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่ละจุดพบว่าได้มีการนำแผงเหล็กมากั้นปิดการจราจรแล้วและให้ตำรวจจราจรยืนประจำการในแต่ละจุดแต่เมื่อการชุมนุมรุนแรงขึ้นพบว่ามีกลุ่มผู้ชุมนุมเข้าไปพยายามทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจและนำแผงเหล็กที่นำมากั้นไว้ออก จนทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดและขับรถเข้าไปในจุดดังกล่าวอีกครั้งการทำงานยังต้องประสานกับฝ่ายความมั่นคงเพื่อทราบความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมและนำไปปรับใช้กับการปิดการจราจรในพื้นที่ ทำให้เกิดข้อจำกัดในการทำงานค่อนข้างมาก แต่หลังจากนี้จะนำข้อมูลการต้องการของประชาชนไปปรับแก้ให้เกิดความปลอดภัยมากที่สุด

สำหรับการดำเนินคดีล่าสุดวานนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 13 คน พร้อมของกลาง ระเบิดปิงปอง 53 ลูก ระเบิดแสวงเครื่อง 10 ลูก เครื่องกระสุนปืนอีกจำนวนหนึ่ง ข้อหาความผิดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ ส่วนการดำเนินคดีกับกลุ่มผู้ชุมนุมช่วงก.ค.-ส.ค. ดำเนินคดีทั้งสิ้น 90 คดี มีผู้ต้องหาที่จะถูกดำเนินคดี 481 คน จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมาย 224 คน คณะพนักงานสืบสวนสอบสวนบช.น. จะออกหมายเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมและกระทำผิดต่างๆ อีก 118 หมาย แบ่งเป็นกลุ่มแกนนำทั้งหมด 16 หมาย กลุ่มผู้ชุมนุมอื่นๆ 102 หมาย

ทั้งนี้ กรณีที่มีการใช้ความรุนแรงตามที่มีภาพปรากฎออกมา มีความผิดตามพ.ร.บ.อาวุธปืนความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาอั้งยี่ซ่องโจร การวางเพลิงเผาทรัพย์ และการสมคบกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปก่อนให้เกิดเหตุความรุนแรงในบ้านเมือง ทางพนักงานสอบสวนจะออกหมายจับกุมผู้ต้องหาที่ก่อเหตุดังกล่าว

ขณะที่ความคืบหน้าที่คดีเด็กอายุ 14 ปี ถูกยิง นายชุณหะวัน พ่อของเด็กชายวัย 14 ปี เปิดเผยความคืบหน้าทางคดีความ ว่า เมื่อวานที่ผ่านมาตัวเองและลูกชายลงพื้นที่พร้อมตำรวจสืบสวนเพื่อพิสูจน์ทราบจุดเกิดเหตุ โดยตำรวจเทียบเคียงจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดตลอดเส้นทางเกิดเหตุ  บนถนนประชาสงเคราะห์และพบข้อมูลภาพระบุเวลาช่วงค่ำในวันที่ 16 สิงหาคม ซึ่งเวลาใกล้ช่วงเกิดเหตุที่ลูกชายถูกยิง ซึ่งจุดเกิดเหตุคือ ปากซอย ประชาสงเคราะห์14 ช่วงโค้งหน้าปากซอย  ชายต้องสงสัยมีลักษณะผอม สูงในมือถือปืน ชัดเจน โดยลูกชายยืนยันว่า มีลักษณะคล้ายผู้ก่อเหตุ ตำรวจสืบสวนมีข้อมูลผู้ต้องสงสัยแล้ว และอยู่ระหว่างสืบสวนติดตามเพื่อพิสูจน์ตัวตน จากนั้นจะรวบรวมพยานหยักฐานยื่นต่อศาลเพื่อขอออกหมายจับผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดี

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์