กลุ่ม 'เปิดไฟให้ดาว' ร้องปล่อยตัวราษฎร เข้ารับทราบข้อหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน

กลุ่ม 'เปิดไฟให้ดาว' ร้องปล่อยตัวราษฎร เข้ารับทราบข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน 5 ราย ประกอบด้วย นักวิชาการ นักกิจกรรมและนักดนตรี พร้อมฝากถึงผู้มีอำนาจให้คำนึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม อย่าใช้กฎหมายปิดปากประชาชน ชี้นี่ไม่ใช่ 'นิติสงคราม' เหตุถูกรัฐทุบฝ่ายเดียว ขณะที่ประชาชนไม่มีสิทธิใช้กฎหมายต่อสู้ปกป้องตัวเองเลย

 

23 ส.ค.2564 วันนี้ เวลาประมาณ 11.00 น. สน.ปทุมวัน กรุงเทพฯ กลุ่มนักวิชาการและนักกิจกรรม 5 คน ที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จากการจัดกิจกรรม "เปิดไฟให้ดาว (LightUp Justice)" เรียกร้องปล่อยตัวแกนนำกลุ่มราษฎร ที่สกายวอล์กแยกปทุมวัน เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา 

สำหรับทั้ง 5 คน ประกอบด้วย ชลิตา บัณฑุวงศ์ อาจารย์คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ ตัวแทนจากเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสิทธิพลเมือง, ยุกติ มุกดาวิจิตร อาจารย์โครงการบัณฑิตศึกษา คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือมายด์, แก้วใส นักดนตรีจาวงสามัญชน และพริม มณีโชติ โดยมี สุทธิเกียรติ คชโส ทนายความ จากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม มาด้วย และกล่าวว่า เบื้องต้นมีผู้ถูกออกหมายเรียกในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ จากการจัดกิจกรรมเปิดไฟให้ดาว มีพิธีกรในงาน ผู้ปราศรัย นักข่าวอิสระ นักดนตรี

เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'People GO network' รายงานว่า พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาคือ 1. ร่วมกันฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 15 ข้อ 3 เรื่องการห้ามชุมนุม และประกาศหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินในส่วนที่เกี่ยวกับความมั่นคง เรื่องห้ามการชุมนุม กระทำกิจกรรม การมั่วสุม ที่ก่อให้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อเชื้อ โควิด-19 และ 2. โฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีผู้ถูกกล่าวหา 1 คน ในนามผู้จัดกิจกรรม ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มในข้อหา ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 22 ข้อ 3 เรื่องการจัดกิจกรรมรวมกลุ่มสำหรับพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ซึ่งห้ามจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่ายี่สิบคนในเขตพื้นที่สถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

เบื้องต้น ทั้ง 5 คน ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาและจะมีการยื่นคำให้การเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวนภายหลัง

ชลิตา กล่าวฝากถึงผู้มีอำนาจว่าให้คำนึงถึงหลักนิติรัฐ นิติธรรม อย่าใช้กฎหมายเพื่อปิดปากประชาชน เพราะตอนนี้หลายคนก็ไม่เชื่อว่าพรก.ฉุกเฉิน ที่รัฐใช้ จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องโควิด แต่มันมีไว้ใช้เพื่อควบคุมประชาชน ห้ามชุมนุม ควบคุมม็อบ ทำอะไรก็ขอให้คิดถึงหลักการอย่าลุแก่อำนาจ ฟังเสียงของประชาชน คิดถึงประชาชน

"ฝากไปถึงผู้มีอำนาจ ที่ใช้อำนาจในการบังคับใช้กฏหมายเพื่อรังแกประชาชน อำนาจที่มีอยู่มันไม่ใช่อำนาจของท่าน มันคืออำนาจที่ประชาชนไว้วางใจแล้วมอบให้ ซึ่งหมายความว่า การทำงานในทุกฝีก้าว ท่านต้องคิดว่าประโยชน์ใดคือประโยชน์สูงสุดของประชาชน ไม่ใช่ประโยชน์เพื่อพวกพ้องตัวเอง ขอให้สำนึกให้ดีว่าหน้าที่ของท่านนั้นรับเงินภาษีจากใคร แล้วต้องทำอะไร ทำเพื่อใคร" ภัสราวลี กล่าว 

แก้วใส วงสามัญชน นักดนตรีที่ร่วมกิจกรรมและถูกดำเนินคดีกล่าวในนามของคนที่ไปเล่นดนตรี รู้สึกว่า ไม่ควรที่จะต้องมีใครโดนคดีจากการเรียกร้อง โดยการออกมาชุมนุม เพื่อให้เราได้มีการเมือง กฏหมาย และชีวิตบนสิทธิขั้นพื้นฐานที่ดี

ขณะที่ผู้ถูกดำเนินคดีอีกคน พริม กล่าวถึงงานเปิดไฟให้ดาว ว่าเป็นงานที่มีจุดมุ่งหมายพูดถึงเพื่อนที่ถูกขังอยู่ในคุก จึงเป็นตลกร้ายอยู่เหมือนกันที่วันนี้เราอาจกำลังต้องติดคุกเสียเอง เรายืนยันว่าเราไม่ได้ทำอะไรผิด เราไม่ได้คิดร้ายกับใคร แม้แต่กิจกรรมในวันนั้น เราทำตามมาตรการโควิดเท่าที่ทำได้ ตั้งแต่วางเบาะให้นั่งรักษาระยะห่าง จุดตรวจวัดอุณหภูมิ เจลแอลกอฮอล์ ทุกคนใส่แมสก์ ตอนแรกเราโดนแจ้งไม่ใส่แมสก์ด้วยนะ เพราะใส่เฟซชิลด์แต่ข้อหาก็ถูกถอนออกไปแล้วในตอนนี้ 

"อยากให้ทุกท่านสังเกตดีๆ พ.ร.ก.ฉุกเฉินออกมาเพื่อควบคุมโรค หรือควบคุมความคิด ออกมาเพื่อความมั่นคงของประเทศ หรือความมั่นคงของใคร ตั้งแต่จำความได้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินถูกใช้แค่ใจกลางกรุงเทพมหานครที่ประชาชนเคลื่อนไหวทางการเมือง กับที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น นี่ไม่ใช่นิติสงคราม เพราะถ้าเป็นแบบนั้น ฝั่งประชาชนต้องมีสิทธิใช้กฎหมายต่อสู้ปกป้องตัวเองบ้าง แต่นี่เราไม่รู้สึกได้รับความคุ้มครองใดๆ เลย" พริม กล่าว พร้อมระบุด้วยว่า จากงานเปิดไฟให้ดาวจนถึงวันนี้ กลายเป็นว่ากลุ่มคนที่พวกเราเรียกร้องให้สิทธิประกันตั้วนั้นก็ถูกจับกลับเข้าคุกไปอีกแล้ว ยิ่งในช่วงโควิด ยิ่งอันตรายร้ายแรงถึงชีวิต นี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นอย่างที่สุดจริงๆ 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์