WeVo และภาคีนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน ฟ้อง ตร. ฐานจับกุมโดยมิชอบเหตุรื้อลวดหนามแยกอุรุพงษ์

26 ส.ค. 2564 เฟซบุ๊กเพจภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน รายงานว่าวันนี้ (26 ส.ค. 2564) เวลา 10.40 น. ณ ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ สมาชิกกลุ่มวีโว หรือ We Volunteer จำนวน 3 คน นำโดยปิยรัฐ จงเทพ หรือโตโต้ และทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน ยื่นฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติจากกรณีที่สมาชิกของกลุ่มวีโวถูกจับกุมโดยมิชอบ ภายหลังช่วยรื้อลวดหนามหีบเพลงและรั้วเหล็กที่บริเวณสี่แยกอุรุพงษ์ เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2563 และศาลมีคำสั่งรับฟ้อง

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ธ.ค. 2563 ปิยรัฐและสมาชิกกลุ่มวีโว เดินทางมาที่แยกอุรุพงษ์ และตกลงว่าจะช่วยเก็บลวดหนามหีบเพลงและรั้วเหล็กออกไปจากบริเวณสี่แยกอุรุพงษ์เพื่อความปลอดภัย และนำไปคืนให้กับ สน.พญาไท เพราะได้รับแจ้งจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้ ได้แจ้งตำรวจไปแล้ว แต่ไม่มีการดำเนินการเก็บลวดหนามหีบเพลงดังกล่าว ทั้งยังวางทิ้งไว้อย่างไม่เป็นระเบียบ จนอาจก่อให้เกิดอันตรายกับประชาชนและสร้างความลำบากในการชีวิตใช้ชีวิตให้กับประชาชนที่ต้องใช้เส้นทางสัญจรผ่านไปมา รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียง

ทั้งนี้ ก่อนที่จะเข้าเก็บลวดหนามนั้น สมาชิกกลุ่มวีโวทั้ง 3 คน รวมถึงสมาชิกคนอื่นๆ ได้ประกาศผ่านเพจ We Volunteer เพื่อแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาเก็บลวดหนามหีบเพลงออกไปจากพื้นที่แล้ว แต่เจ้าหน้าที่ก็ยังไม่เข้ามาดำเนินการ สมาชิกกลุ่มวีโวจึงเข้าไปเก็บลวดหนามหีบเพลงและรั้วเหล็กคืนเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมไลฟ์สดเฟซบุ๊ก เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ และมีการติดไฟให้แสงสว่าง ไม่ได้กระทำการโดยปกปิด ประกอบกับในวันดังกล่าว สมาชิกกลุ่มวีโวได้รับความช่วยเหลือจากประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและตำรวจจราจร ทั้งยังได้ชี้แจ้งขั้นตอนการปฏิบัติงานผ่านสื่อมวลชนอย่างเปิดเผย

ในขณะทกำลังเก็บลวดหนามหีบเพลงอยู่นั้น เจ้าหน้าที่และเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนหลายกองร้อย กลับเข้ามาปิดล้อมและจับกุมสมาชิกวีโว พร้อมกล่าวหาว่าพวกเขากระทำความผิดในความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง, ร่วมกันกระทำความผิดตาม ม.215 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้ผู้ที่ชุมนุมมั่วสุมเลิกไปแล้วไม่เลิก, ร่วมกันต่อสู้หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติตามหน้าที่ และต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่

อย่างไรก็ตาม สมาชิกกลุ่มวีโวและทนายความจากภาคีนักกฎหมายสิทธิมนุายชนเห็นว่าการเข้าจับกุมและตั้งข้อหาของเจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ด้วยเหตุดังต่อไปนี้

1. การกระทำของตำรวจเป็นการกระทำที่เกินจำเป็น เกินกว่าเหตุ และไม่ได้สัดส่วน เนื่องจากการที่ทั้ง 3 คนและพวกจำนวนไม่มากนัก เข้าช่วยเก็บลวดหนามหีบเพลงและรั้วเหล็กด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยมีเจตนาที่จะช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในฐานะพลเมืองดี โดยที่ไม่ได้มีการก่อความวุ่นวายใดๆ แต่กลับถูกตำรวจหลายร้อยนายเข้าจับกุมและตั้งข้อหาดังกล่าว กรณีจึงเป็นการเข้าจับกุมโดยที่ทั้ง 3 คนและพวกไม่ได้กระทำผิดตามกฎหมายตามที่ถูกกล่าวหาในบันทึกจับกุม เป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่เกินจำเป็น เกินกว่าเหตุ และไม่ได้สัดส่วนอีกด้วย

2. ตำรวจจับโดยไม่มีหมายจับ มีการข่มขู่และทำร้ายร่างกายสมาชิกวีโวทั้ง 3 คนและพวก การจับกุมของเจ้าหน้าที่ในคืนวันที่ 7 ธ.ค. 2563 ปรากฎว่าตำรวจเข้าจับกุมโดยไม่มีหมายจับ และไม่ใช่กรณีของการกระทำผิดซึ่งหน้า นอกจากนี้ ยังปรากฎว่าตำรวจใช้กำลังทำร้ายร่างกายสมาชิกวีโวทั้ง 3 คนและพวก อีกทั้งสมาชิกวีโวทั้งหมดในวันนั้นยังถูก พ.ต.อ. อรรถวิทย์ สายสืบ ข่มขู่ว่าจะแจ้งข้อหากระทำผิดฐานลักทรัพย์เพิ่มเติม ทั้งๆ ที่พวกเขาไม่ได้ลักทรัพย์แต่อย่างใด การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจดังที่กล่าวมานี้ จึงถือได้ว่าเป็นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย และการเข้าการจับกุมโดยไม่มีหมายจับดังกล่าว ย่อมเป็นการกระทำที่กระต่อเสรีภาพของสมาชิกวีโวทั้ง 3 คน และมุ่งสร้างความกลัวและก่อให้เกิดผลกระทบต่อจิตใจของผู้ที่ถูกจับกุม

3. พนักงานสอบสวนละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเพียงพอ ร.ต.อ. ศิวะ กลับพันธ์ พนักงานสอบสวน ได้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตั้งข้อกล่าวหาต่อสมาชิกวีโวทั้ง 3 คนและพวก และมีการทำความเห็นสั่งฟ้องถึงพนักงานอัยการ ไม่ได้ตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นการถ้าหากได้พิจารณารวบรวมหลักฐานอย่างเพียงพอแล้ว ย่อมจะพึงเห็นได้ว่าสมาชิกวีโวทั้ง 3 คนและพวกไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใด การเร่งแจ้งข้อกล่าวหาและทำความเห็นสั่งฟ้องดังกล่าว จึงเป็นการจงใจก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกวีโวทั้ง 3 คนและพวก เป็นการใช้อำนาจเพื่อกลั่นแกลงให้สมาชิกวีโวทั้ง 3 คนและพวกได้รับโทษ จึงเป็นการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และเป็นการกระทำโดยมิชอบ

ดังนั้น เมื่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยเหตุดังกล่าว ประกอบกับการเข้าจับกุม ปิดล้อมพื้นที่ รวมถึงการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนถึงการจับกุมสมาชิกวีโวทั้ง 3 คนและพวก จนเป็นเหตุทำให้ประชาชนเข้าใจว่าพวกเขากระทำผิดกฎหมาย ทำให้ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สมาชิกวีโวทั้ง 3 คน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัด จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้กับสมาชิกวีโวทั้ง 3 คนตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์