'ณัฐชา ก้าวไกล' เปิดโปง IO 'ประยุทธ์ทำ ขอกำลังประยุทธ์ เพื่อป้องประยุทธ์' - รมช.กลาโหม ยันไม่เคยสั่งกองทัพ-กอ.รมน.

 

  • รมช.กลาโหม ยันไม่เคยสั่งกองทัพ-กอ.รมน. ทำ IO อ้างเอกสารที่ก้าวไกลเปิดไม่เป็นจริง
  • 'ณัฐชา' สวนเอกสารแหกไอโอของปลอม ท้าตอบกลางสภา ย้ำพร้อมพิสูจน์ความจริงกันต่อในศาลแน่นอน
  • ย้อนเช็คประเด็นอภิปราย เปิดโปงปฏิบัติการไอโอ - อัดเป็นภารกิจกองทัพที่ใช้เงินใช้คนอย่างไม่สนใจวิกฤตโควิด แฉยับทั้งคลิปเสียง - เอกสารลับ-หลักฐานเบิกจ่าย พบนายอมเบี้ยเลี้ยงพลไซเบอร์ ชวนจับตาส่งต่อ "กอ.รมน." - อัดปฏิบัติการไอโอ "ประยุทธ์ทำ ขอกำลังประยุทธ์ เพื่อป้องประยุทธ์"

1 ก.ย.2564 หลังจากค่ำวานนี้ (31 ส.ค.64) ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ร่วมอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งเป็นการเปิดโปงขบวนการ IO หรือ ปฏิบัติการข่าวสาร ภาคจบ ในหัวข้อ "ปฏิบัติการไอโอ ปรสิตกินรวบประเทศ" หลังอภิปรายในวาระก่อนๆ มาแล้ว 2 ครั้งนั้น 

รมช.กลาโหม ยันไม่เคยสั่งกองทัพ-กอ.รมน. ทำ IO อ้างเอกสารที่ก้าวไกลเปิดไม่เป็นจริง

วันนี้ (1 ก.ย.64) พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า ในการดำเนินการของกระทรวงกลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ไม่เคยมีนโยบายสั่งการให้กองทัพ หรือ กอ.รมน. ปฏิบัติการด้านข่าวสารในลักษณะบิดเบือนหรือให้ร้ายใครทั้งสิ้น ส่วนที่พรรคก้าวไกลอภิปรายพาดพิงกองทัพนั้น ทางกองทัพได้ดำเนินการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าเอกสารไม่เป็นเอกสารจริง และไม่น่าเกิดขึ้นถ้าเป็นเอกสารจริง 

 

'ณัฐชา' สวนเอกสารแหกไอโอของปลอม ท้าตอบกลางสภา ย้ำพร้อมพิสูจน์ความจริงกันต่อในศาลแน่นอน

ณัฐชา ซึ่งเป็นผู้อภิปรายในประเด็นดังกล่าว ขอหารือต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอใช้สิทธิพาดพิง เนื่องจากมีความเสียหาย โดยกล่าวว่า เมื่อวานนี้ (31 ส.ค. 64 ) ได้อภิปรายในประเด็นดังกล่าว ประมาณ 1 ช.ม. พล.อ.ชัยชาญ  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ชี้เเจงต่อที่ประชุมในช่วงเช้า ซึ่งตนได้ติดภารกิจอยู่ภายนอกห้องประชุมจึงไม่ได้สอบถามในทันที

“ผมต้องการให้ พล.อ.ชัยชาญ ชี้เเจงต่อที่ประชุมให้ชัดเจนอีกครั้งว่า คลิปวิดีโอที่หน่วยงานของกองทัพได้จัดทำเพื่อนำเสนอต่อผู้บังคับบัญชาเป็นของจริงหรือไม่ เเละรูปต่างๆที่กำลังทำงานอยู่นั้นเป็นของจริงหรือไม่และกำลังทำกิจกรรมอะไรกัน สิ่งที่ พล.อ.ชัยชาญ ชี้เเจงต่อที่ประชุมว่า เอกสารดังกล่าว ลายเซ็นไม่เหมือน ตำแหน่งไม่ตรง เลขหนังสือไม่ตรง คงไม่สามารถไปชี้เเจงเเละสอนภาษาไทยต่อกองทัพได้ จึงไม่สามารถระบุได้ว่าถูกหรือผิด แต่ต้องบอกว่าเลขหนังสือของกองทัพ มันคงไม่ใช่เรื่องเหนือบ่ากว่าเเรงที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกลาโหมจะจัดการได้ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ขอให้ท่านต้องตอบชัดชัดในวันนี้คือ ภารกิจของกองทัพที่ปลอมตัวเป็นประชาชน มีการมอบหมายหน่วยงาน กรม กอง ต่างๆ เป็นความจริงหรือไม่ และภารกิจหลักฐานที่ได้ยกมาชี้เเจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เป็นภาพที่มีบุคคลของกองทัพที่มีตัวตนอยู่จริง มียศจริง และผมคงไม่อาจให้เขาเหล่านั้นมาถ่ายรูปภาพดังกล่าวได้ ในภาพเห็นชัดเจนว่า เป็นปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารที่คอยจะลงความเห็นด้อยค่าฝ่ายตรงข้ามที่เห็นต่างจากรัฐบาล และสนับสนุนงานรัฐบาล ถามว่าที่เป็นภารกิจของฝ่ายความมั่นคงใช่หรือไม่”  

ณัฐชา กล่าวต่อไปว่า ในส่วนของเอกสารที่เป็นหลักฐานที่ใช้ในการอภิปราย ซึ่ง พล.อ.ชัยชาญ ชี้เเจงต่อที่ประชุมว่าไม่จริง กรณีนี้ตนพร้อมเข้าสู่การตรวจสอบและไปสู้ต่อในศาล ยินดีที่จะให้กระบวนการตุลาการเป็นผู้ตัดสิน เเละจะขอเรียกพยานมาสืบสวนข้อเท็จจริงต่อกรณีที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพยาน 100 คน ที่ปรากฏรายชื่อในเอกสาร รวมถึงพยานในส่วนของ กอ.รมน. รวมถึงหน่วยอื่นๆจากหน่วยงานของกองทัพ จังหวัดละ 20 คน ซึ่งได้โทรศัพท์ติดต่อเเหล่งข้อมูลเบื้องต้นเเล้ว เขาระบุว่า ไม่ได้เต็มใจทำ เเต่เป็นการสั่งของผู้บังคับบัญชาที่ส่งหนังสือขอความร่วมมือไปอบรม เมื่อ พล.อ.ชัยชาญ กล่าวว่าไม่จริง ก็ต้องให้ศาลเป็นผู้ตัดสิน เพื่อที่จะสร้างความกระจ่างให้กับประชาชน 

จากนั้น พล.อ.ชัยชาญ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ชี้เเจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรว่า ความจริงได้ตอบไปครบแล้ว เอกสารที่เป็นหลักฐานในการอภิปรายของนายณัฐชา ป็นการตรวจสอบในเบื้องต้นว่าเป็นเอกสารที่ไม่จริง ซึ่งหน่วยของกองทัพบก ในส่วนกองทัพภาคที่ 2 ที่ได้รับความเสียหาย กำลังตรวจสอบเอกสารทั้งหมด ทั้งคลิปวิดีโอ คลิปเสียง ที่ณัฐชาได้นำมาประกอบการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีว่าเป็นจริงหรือไม่ ส่วนดำเนินการก็คงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

ณัฐชา แฉยับปฏิบัติการไอโอ งัดเอกสารลับตีแสกหน้ากองทัพ 

ขณะที่รายละเอียด การอภิปราย พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งเป็นการเปิดโปงขบวนการไอโอ ภาคจบ ในหัวข้อ "ปฏิบัติการไอโอ ปรสิตกินรวบประเทศ" ของ ณัฐชา ค่ำวานนี้ (31 ส.ค.64) นั้น ทีมสื่อพรรคก้าวไกล รายงานไว้ดังนี้

ณัฐชา ระบุว่า เป็นการอภิปรายที่ต่อเนื่องมาจากการอภิปรายในเรื่องเดียวกันของ ส.ส.พรรคก้าวไกล ทั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมา โดยครั้งแรก นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ได้เปิดโปงโครงสร้างการทำงานของขบวนการนี้ ครั้งต่อมาตนเองได้ชี้ให้เห็นถึงการส่งผ่านกระบวนการจากกองทัพไปสู่หน่วยงานภาคเอกชน รวมถึงเครือข่ายโรงเรียนจิตอาสา 904 โดย นายประสิทธิ์ เจียวก๊ก ผู้ต้องหาฉ้อโกงที่มีส่วนร่วมสำคัญ และในการอภิปรายครั้งนี้ จะเป็นภาคจบ ซึ่งจะชี้ให้เห็นความเลวร้ายและเปิดตัวบิ๊กบอสผู้สร้างไอโอขึ้นมา เพื่อปกป้อง สรรเสริญ เพื่อการครองอำนาจให้ยาวนานของ พล.อ.ประยุทธ์ และกำลังจะส่งภารกิจไอโอนี้ต่อให้กับหน่วยงานที่เรียกได้ว่าเป็นรัฐซ้อนรัฐ และองค์กรภายในที่มีการกระทำที่เรียกได้ว่าเลวซ้อนเลว ซึ่งทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ อยู่มาได้จนทุกวันนี้ 

เปิดโปงปฏิบัติการไอโอ - อัดเป็นภารกิจกองทัพที่ใช้เงินใช้คนอย่างไม่สนใจวิกฤตโควิด

ณัฐชา เริ่มต้นการอภิปรายด้วยการเปิดคลิปวีดีโอซึ่งจัดทำขึ้นโดยกองทัพ ใช้ภายในองค์กร มีจุดประสงค์เพื่อนำมาประชาสัมพันธ์และนำเสนอให้กับผู้บังคับบัญชาได้รับทราบถึงปฏิบัติการ คลิปดังกล่าวนำเสนอถึงภารกิจนักรบไซเบอร์ หรือแผนกปฏิบัติการข่าวสาร เป็นภาพของทหารที่กำลังอบรมเกี่ยวกับการใช้โซเชียลมีเดีย มีการสอนโพสต์ คอมเม้นท์ในมิติต่างๆ ได้แก่ งานขาว คือ เชียร์นายกรัฐมนตรี อวยการทำงาน, งานเทา คือ ตอบโต้ฝ่ายตรงข้าม แก้ต่างแทนรัฐบาล และงานดำ คือ ด้อยค่าฝ่ายตรงข้าม สร้างเฮดสปีช รวมถึงแชร์เฟกนิวส์ต่างๆ ทั้งนี้ นายณัฐชา ได้ตั้งคำถามว่า นี่คือธุระกงการอะไรของฝ่ายความมั่นคงที่จะต้องนำกำลังพลและกำลังเงินไปปกป้องประชาสัมพันธ์นายกรัฐมนตรีที่อยู่ในฝ่ายบริหาร และพร้อมกันนี้เขาได้เปิดเผยด้วยว่า ตนเองนั้นมีบัญชีรายชื่อของทหารที่อยู่ในปฏิบัติการดังกล่าวว่าทั้งหมดว่ากี่คน และได้รับภารกิจให้ดูแลเพจอะไรบ้าง ผู้สนใจสามารถมาขอรับได้ 

"ปฏิบัติการไอโออย่างนี้ เป็นความภูมิใจที่ขนาดต้องทำคลิปประชาสัมพันธ์ให้ผู้บังคับบัญชาได้รับทราบเลยเหรอ เมื่อเห็นอย่างนี้ก็ยิ่งทำให้ไม่ไว้ใจ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะในท่ามกลางสถานการณ์โควิดที่ทำให้มีคนเสียชีวิต คนตกงาน เสียรายได้ หลายครอบครัวสิ้นเนื้อประดาตัว อยากถาม พล.อ.ประยุทธ์สั้นๆว่า เคยมีจิตสำนึกหรือไม่ เพราะที่ประชาชนออกมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ โพสต์วิพากษ์วิจารณ์การทำงานของท่าน ข้างหลังคีย์บอร์ดที่เขาพิมพ์นั้นมีน้ำตาเขาอยู่ หันไปด้านหลังครอบครัวเขายังรอเตียงรักษา หันไปด้านข้างคนสนิทเขายังรอยาส่งมาให้ เขาจึงออกมาสะท้อนความจริงที่เจ็บปวด แต่สุดท้ายกลับมีหน่วยงาน มีปฏิบัติการไอโอคอยโจมตี ใส่ร้าย กล่าวหา ใส่ความผิดๆ  ผู้นำกองทัพแทนที่จะให้ทหารถือปืนสู้อริราชศัตรู กลับให้มาเป็นนักเลงคีย์บอร์ด คอยข่มเหงประชาชน ซึ่งคนที่ทำภารกิจนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนของทัพ ภายใต้การบริหารงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยที่ชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ ถามหน่อยเถอะว่าสถานการณ์ตอนนี้ ที่ผู้ติดเชื้อร่วมล้าน มีคนตายรายวันหลายร้อยคน จนปัจจุบันประชาชนได้กล่าวขานกันว่าเป็นรัฐบาลหมื่นศพ อยากรู้ว่าท่านรู้สึกรู้สากับเหตุการณ์อย่างนี้หรือไม่" ณัฐชา กล่าว 

แฉยับทั้งคลิปเสียง - เอกสารลับ-หลักฐานเบิกจ่าย อึ้ง พบนายอมเบี้ยเลี้ยงพลไซเบอร์ 

ในการอภิปรายครั้งนี้ ณัฐชายังได้เปิดสไลด์ประกอบ ซึ่งเป็นภาพการจัดอบรมและการปฏิบัติงานของ ผู้ปฏิบัติการข่าวสาร ศูนย์ปฏิบัติการข่าวสาร กองทัพภาค 2 (ผปขส.ศปก.ทภ.2)  มีทั้งวาระการประชุม การส่งซิมการ์ดต่างๆ การเก็บรักษาความปลอดภัยเอกสาร การมอบหมายเพจต่างๆ ที่สร้างขึ้นให้กับหน่วยงานรับผิดชอบดูแล อาทิ กรมทหารราบที่ 3 ดูเพจ จอมยุทธ์, กรมทหารราบที่ 8 ดูแลเพจ เรื่องงานไม่ขยับเรื่องกินตับขอให้บอก, กรมทหารปืนใหญ่ที่ 6 ดูแลเพจ อีหยังกะด้อกะเดี้ย, กรมทหารช่างที่ 2 ไปดูแลเพจกูไม่เอา เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลต่างๆ ให้กับผู้ปฏิบัติงานด้วย เช่น รางวัลบุคคลที่มีผู้ติดตามในสื่อสังคมออนไลน์สูงสุด, รางวัลนักรบไซเบอร์ดีเยี่ยม, หน่วยที่มีห้องปฏิบัติการดีเยี่ยม เป็นต้น ทั้งนี้นายณัฐชายังได้พาชมห้องปฏิบัติการไอโอของกองทัพภาค 2 การประชุมติดตารมง่านต่างๆ ซึ่งมีภาพการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ในกกรุงเทพ ซึ่งอย่างนี้จะบอกว่านายกรัฐมนตรีไม่เคยรับรู้เรื่องพวกนี้ไม่ได้ เพราะในรูปมีผู้บัญชาการทหารบกซึ่งเป็นคนใกล้ชิดกับ พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมประชุมอยู่ด้วย

ณัฐชายังได้เปิดเผยหนังสือ แต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานสารสนเทศ ให้ดำเนินการตั้งศูนย์ปฏิบัติการข่าวสารด้านไซเบอร์ ของกองทัพภาค 2 โดยคณะทำงานมี พ.อ.นรนท รุ่งญาณาธรณ์ เป็นหัวหน้า ศปกสท.ศปก.ทภ.2 มีรายชื่อคณะทำงาน 21 คน และในคำสั่งนั้นก็บอกภารกิจชัดเจนว่าให้ปฏิบัติภารกิจด้านข่าวสาร ปฏิบัติการด้านไซเบอร์ ทุกมิติ พร้อมกันนี้ ส.ส.จากพรรคก้าวไกล ยังได้เปิดคลิปเสียงการพูดคุยกันถึงเรื่องเงินค่าเบี้ยเลี้ยงของผู้ปฏิบัติงานไอโอในกองทัพภาค 2 โดยในคลิปมีใจความสรุปว่า ค่าเบี้ยเลี้ยงตามคำสั่งคือ 240 บาทต่อวัน หรือตกราว 7,500 บาทต่อเดือน สำหรับปฏิบัติการไอโอ แต่ผู้บังคับบัญชาขอไว้ อ้างเรื่องการปฏิบัติหน้าที่ปกติ โดยให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน 1,500 บาท ต่อเดือนเท่านั้น นอกจากนี้ นายณัฐชายังเผยแพร่ภาพการต่อแถวเซ็นชื่อรับเงิน เขาระบุว่าเป็นการจัดฉากให้ทหารมาต่อแถวทำเป็นรับเท่านั้น เนื่้องจากในลายเซ็นที่ระบุว่ารับ 7,440 บาทนั้น เมื่อตรวจสอบแล้วคาดว่าน่าจะมาจากบุคคลเดียวกันหมดที่รับไป และเมื่อลองสอบถามกับผู้ปฏิบัติงานก็พบว่าไม่ได้ 7,440 บาท แต่ได้รับเพียง 1,500 บาท ตามที่มีคลิปเสียงพูดคุยทำความเข้าใจเรื่องนี้ ขณะที่การมีการเบิกเงินไป 2 แสนบาทสำหรับ ศปกสท.ศปก.ทภ.2 ใช้ในปฏิบัติการนี้ด้วย 

จับตาส่งต่อ "กอ.รมน." - อัดปฏิบัติการไอโอ "ประยุทธ์ทำ ขอกำลังประยุทธ์ เพื่อป้องประยุทธ์" 

ณัฐชา กล่าวว่า นอกจากการมีการอมเบี้ยเลี้ยงพลไซเบอร์แล้ว  ทภ.2 ยังมีหนังสือ ขอความร่วมมือและขอกำลังจากบางหน่วยงานมาช่วยในปฏิบัติการไอโอด้วย  ทั้งๆ ที่ประเทศไทยอยู่ในช่วงประสบปัญหาวิกฤตที่สุดจากสถานการณ์โควิด เช่น ขอกำลังพลช่วยราชการ มาปฏิบัติหน้าที่ไอโอ, ขอประสานสนับสนุนเจ้าหน้าที่พยาบาล จากโรงพยาบาลค่ายสุรนารี มาจัดตั้งจุดคัดกรองหน้าห้องอบรมเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ คำถามคือ ในช่วงสถานการณ์ขาดแคลนบุคลากรแพทย์ ประชาชนเดือดร้อน แต่หน่วยงานทหารกลับปฏิบัติภารกิจไอโอเบียดเบียนประชาชน ทำการจัดอำนวยการอบรมไอโอเพื่อปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ อย่างนี้เหรอ เท่านั้นยังไม่พอ วันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา ยังขออนุมัติจัดอบรมไอโอให้กับเจ้าหน้าที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน ) ภาค 2 ใน 20 จังหวัดด้วย นี่คือสิ่งที่ตนเรียกว่ากำลังจะส่งภารกิจต่อให้กับหน่วยงานที่เรียกว่ารัฐซ้อนรัฐอย่าง กอ.รมน. และยิ่งเรามาดูการจัดโครงสร้างของหน่วยงาน ซึ่งเริ่มระดับล่างสุดคือระดับจังหวัด ไล่ขึ้นมาจะเห็นว่าเป็นหน่วยงานที่คุมกลไกภาครัฐไว้ทั้งหมด ซึ่งในอนาคตที่เลวร้าย เราอาจเห็นผู้ว่าราชการจังหวัดไอโอ นายอำเภอไอโอ กำนันไอโอ หรือแม้แต่ปศุสัตว์ไอโออยู่ทุกจังหวัด และบิ๊กบอสของ กอ.รมน. เมื่อเราไปดูตามโครงสร้างนี้ก็จะพบว่าเป็นพล.อ.ประยุทธ์ สรุปว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมคือ พล.อ.ประยุทธ์ จัดทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารหรือไอโอ โดยขอกำลังจาก กอ.รมน.ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ ดูแลสูงสุด เพื่อปกป้องนายกรัฐมนตรีคือ พล.อ.ประยุทธ์ 

ณัฐชายังได้เปิดเผยถึงงบประมาณที่ กอ.รมน.ได้ขอไปในปีล่าสุด ตกราว 7.88 พันล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้มีค่าการกำลังพลและการดำเนินงาน 3.76 พันล้านบาท ที่เมื่อสืบย้อนไปปีก่อนๆ ระบุแต่เพียงว่า ส่วนใหญ่เป็นเงินราชการลับและค่าใช้จ่ายรักษาความมั่นคงภายในประเทศ นอกจากนี้ ยังมีการขอเงินอีก 361 ล้าน โดย กอ.รมน แจ้งว่าจะนำไปทำแพลตฟอร์มบิ๊กดาต้า ซึ่งในการชี้แจงในชั้น กมธ. ระบุว่าจะเป็นถังข้อมูลเกี่ยวกับประชาชน เช่นว่า มีปืนอะไรครอบครอง ครอบครองรถอะไร รวมถึงข้อมูลโครงข่ายใบหน้าที่จะเชื่อกับกล้องซีซีทีวี ทั้งนี้ นายณัฐชา ได้ตั้งข้อสังเกตว่า กรณีนี้เชื่อมโยงกับเอกสาร "วอทช์ลิสต์" ลับที่สุดที่หลุดออกมาไม่นานนี้ ที่ระบุว่ามีการติดตามบุคคลต่างๆ อาทิ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.พรรคก้าวไกล, นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า, นายปิยบุตร แสงกนกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า เป็นต้น และนอกจากนี้ยังมี เอกสารขออนุมัติหน่วยงานความมั่นคงติดตามการทำงาน ความเคลื่อนไหวของนักการเมือง ผู้เห็นต่างทางการเมืองซึ่งมีการแบ่งกันทำงานชัดเจน และในรายงานนั้น มีรูป ที่อยู่ เบอร์โทร ครอบครัว สำเนาเล่มรถ บัญชีโซเชียลมีเดีย และความเคลื่อนไหวต่างสารพัด ซึ่งนอกจากนักการเมืองแล้ว ยังมีบุคคลทั่วไป ยังมีเยาวชนคนหนุ่มสาวนักกิจกรรมต่างๆ  ซึ่งนี่คือเหตุผลที่ทำให้เรากลัวการใช้งบของ กอ.รมน. 3.76 พันล้านบาทต่อปี และอีก 361 ล้านบาทที่จะขอไปทำบิ๊กดาต้า 

อัดยับส่งท้าย ไม่มีปัญหาหาวัคซีนให้ ปชช. แต่กลับใช้ทรัพยากรทั้งหมดสร้างไอโอ

ณัฐชา กล่าวว่า ปฏิบัติการภารกิจไอโอกินรวบประเทศ มาถึงจุดหัวเลี้ยวหัวต่อที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น เริ่มคืบคลานไปหน่วยงานต่างๆ ซึ่งถ้าไม่หยุดวันนี้เราจะไม่สามารถทำอะไรเขาได้ ความเลวร้ายน่ากลัวของไอโอที่คอยประชาสัมพันธ์ตัวเอง ด้อยค่าประชาชน เป็นภัยที่ร้ายแรงที่สุด เพื่อนสมาชิกวันหนึ่งหากทำอะไรไม่เข้าตา พล.อ.ประยุทธ์ บางครั้งเขาจะใช้ปฏิบัติการเหล่านี้โจมตีพรรคการเมืองท่าน โจมตีตัวท่าน บอกว่าประชาชนว่าเรียกร้องมาเยอะในโซเชียลมีเดีย แต่ถ้าไปดู ก็จะมีแต่ประชาชนจอมปลอมของ พล.อ.ประยุทธ์ นี่คือความเลวร้ายที่อยากจะย้ำอีกครั้ง วันนี้ ภาษีประชาชนถูกใช้ไปกับการปกป้อง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งนอกจากการบริหารราชการของหน่วยงานที่เรียกว่ารัฐซ้อนรัฐ ภารกิจที่เรียกว่าเลวซ้อนเลวแล้ว เรายังพบคนซ้อนคน ใน พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรี ก็จะมี พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลางโหม ในรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็จะมี พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็น ผอ.กอ.รมน. และยังมีตำแหน่งต่างๆ อีกมากมายที่เราต้องระวังคนเหล่านี้ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้ง 3 คนนี้ ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมายกับพี่น้องประชาชน ในสถานการณ์วิกฤตขับขันขนาดนี้ ขอให้พี่น้องประชาน และตัวแทนพี่น้องประชาชนหยุดยั้งภารกิจครั้งนี้เสียที 

"ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นการแสดงให้เห็นว่า เราไม่สามารถไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เป็นบุคคลไร้ภูมิปัญญา ไร้ความรู้ ไร้จิตสำนึกรับผิดชอบ ไร้คุณธรรมจริยธรรม ไร้ความสามารถและการเป็นผู้นำประเทศ ทำให้การบริหารราชการแผ่นดิน บกพร่อง เสียหาย เลวร้ายในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่บ้านเมืองวิกฤตถึงขีดสุด ต้องการผู้นำที่ผ่าทางตันประเทศ สามารถพาชีวิตผู้คนผ่านห้วงเวลาแห่งความเป็นความตายนี้ไป พล.อ.ประยุทธ์กลับรวมศูนย์อำนาจ รวบอำนาจเบ็ดเสร็จ และใช้อำนาจนายกรัฐมนตรี อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอำนาจในฐานะอื่นๆ อย่างเต็มที่ แต่กลับไม่มีปัญหาไปหาหมอ หาเตียง หาวัคซีนมาให้ประชาชน ซ้ำยังเอาเวลาทั้งหมด เอาทรัพยากรทั้งหมด เอาบประมาณไปสร้างภารกิจไอโอกินรวบประเทศ สร้างความแตกแยกในสังคมอีกด้วย" ณัฐชา กล่าว 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์