'REDEM' ชุมนุมย้ำข้อเรียกร้อง จำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์ ปลดแอกประชาธิปไตย สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า

'REDEM' ชุมนุมยืนยัน 3 ข้อเรียกร้องจำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์ ปลดแอกประชาธิปไตย สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า พร้อมเปิด 5 เหตุผลที่ต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ตั้งแต่สถานะที่คลุมเครือ ตกเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม ตกเป็นข้ออ้างในการใช้กฎหมายที่ขัดหลักสิทธิมนุษยชนและปราบปรามฝ่ายประชาธิปไตยด้วยความรุนแรง งบประมาณมากเกินความจำเป็นและสะท้อนความไม่เท่าเทียม-ขัดหลักประชาธิปไตย

 

4 ก.ย.2564 กลุ่มเยาวชนปลดแอก Free Youth ในนาม "REDEM" ประกาศนัดหมายชุมนุม วันนี้ (4 ก.ย.64) เวลา 16.00 น. ที่สถานเอกอัครราชทูตสวิตเซอร์แลนด์ ถนนวิทยุและจะเคลื่อนขบวนมาที่ลานพระรูป ร.6 สวนลุมพินี โดยมีข้อเรียกร้อง 3 ข้อ ประกอบด้วย 1. จำกัดอำนาจสถาบันกษัตริย์: ไม่มีอะไรปฏิรูปได้ ถ้าสถาบันกษัตริย์ไม่ปฏิรูป 2. ปลดแอกประชาธิปไตย: ขับไล่ปรสิตออกจากการเมือง สร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และ 3. สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า: รัฐต้องจัดหาวัคซีนฟรีและมีคุณภาพให้ทุกคน

ก่อนประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลา 18.18 น.

โดย iLaw ประมวลลำดับเหตการณ์สำคัญไว้ดังนี้ 

  • ตั้งแต่ช่วง 12.00 น. ตำรวจเริ่มเข้าควบคุมพื้นที่ก่อน ที่ถนนราชดำริ มีการวางตู้คอนเทนเนอร์ขวางถนนราชดำริบรเวณโรงแรมแกรนด์ไฮแอท ซึ่งเป็นทางเดินที่สั้นที่สุดสำหรับผู้ชุมนุม ที่หน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ บริเวณป้ายและพระฉายาลักษณ์ยังถูกคลุมด้วยผ้าใบ ด้านในมีรถฉีดน้ำและตำรวจทั้งในชุดคุมฝูงชนและตระเวนชายแดน
  • 14.00 น. ตำรวจวางแนวตู้คอนเทนเนอร์บริเวณโรงแรมแกรนด์ไฮแอทฯ ปิดถนนราชดำริทั้งขาเข้าและขาออกแยกราชประสงค์ ด้านหลังแนวตู้มีตำรวจชุดคุมฝูงชนวางกำลัง บริเวณสี่แยกถนนวิทยุ มุ่งหน้าไปสวนลุมพินี ปิดจราจรด้วยตู้คอนเทนเนอร์ชั้นเดียว ด้านบนเป็นแผงสังกะสีและลวดหนาม พร้อมตำรวจประจำการอยู่ด้านหลังตู้คอนเทนเนอร์ บริเวณซอยหลังสวน อีกทางหนึ่งที่จะเดินไปทะลุถนนราชดำริได้ก็ปิดการจราจรด้วยลวดหนามคลุมด้วยสแลนสีดำ ต่อมาตำรวจจราจรยังปิดการจราจรบนถนนพระราม1 ที่แยกเฉลิมเผ่าไม่ให้รถมาทางแยกราชประสงค์ได้ เรียกว่าปิดล้อมสถานที่นัดหมายรวมตัว ขณะที่ด้านหน้าสวนลุมพินีฝั่งลานพระรูปรัชกาลที่ 6 ตำรวจใช้เพียงรั้วเหล็กกั้นไม่ให้เข้า พร้อมตำรวจควบคุมฝูงชนยืนประจำการ 1 แถว ไม่ได้วางกำลังแน่นหนามากนัก
  • 16.00 เริ่มมีผู้ชุมนุมทยอยมาที่หน้าสถานทูตสวิตเซอร์แลนด์ การจราจรที่แยกเพลินจิตยังไม่ปิดแต่รถวิ่งไปทางถนนวิทยุไม่ได้ มีการนำธงสีแดงเขียนว่า Redem มาแจกจ่าย หลังจากนั้นฝนเริ่มตกลงมา การชุมนุมจึงยังไม่ได้เคลื่อนย้าย
  • 16.40 ท่ามกลางฝนที่ตกลงมา ผู้ชุมนุมหลักร้อยใส่เสื้อกันฝนแล้วออกเดิน มุ่งหน้าไปทางชิดลม หรือทางแยกราชประสงค์
  • 16.50 ตำรวจเริ่มเอารั้วเหล็กมาตั้งขวางถนนพระราม1 บริเวณหน้าโรงพยาบาลตำรวจ สี่แยกราชประสงค์ และเอาแนวลวดหนามมาคล้องรั้วเหล็ก มีรถฉีดน้ำเข้ามาหนึ่งคัน และมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนทยอยเข้ามาประจำการ
  • 17.12 น. เมื่อผู้ชุมนุมเดินมาถึงแยกราชประสงค์ หากเลี้ยวซ้ายก็จะไปทางเป้าหมายแต่ติดตู่คอนเทนเนอร์ หากเดินตรงไปก็จะเจอกับแนวรั้ว ตำรวจประกาศข้อกฎหมาย ขอให้หยุดและเลิกการชุมนุมตั้งแต่เวลานี้ เพราะฝ่าฝืนข้อกำหนดตามพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ สำหรับสื่อมวลชนให้ไปอยู่ฟุตบาทฝั่งห้างเกษร บริเวณเซ็นทรัลเวิร์ดจะเป็นพื้นที่ปฏิบัติการและพื้นที่วบคุม ทั้งนี้ห้ามทำลายสิ่งกีดขวางที่เจ้าหน้าที่ได้ตั้งไว้ ผู้ชุมนุมมาประชิดแนว แต่ยังมีระยะห่างระหว่างกันกับตร.ประมาณ 20-30 เมตร
  • 17.23 เครื่องเสียงของผู้ชุมนุมประกาศว่า ขอให้ตำรวจได้เปิดถนนฝั่งขวาเพื่อให้เราได้เดินผ่านสามย่านมิตรทาวน์ ไปยังสถานทูตเยอรมัน เพื่อถามทางสถานทูตว่า กษัตริย์ของเราอยู่ไหน และได้ประกาศว่าให้มวลชนได้ไปรวมตัวที่ถนนทางขวา หน้าเซนทรัลเวิล์ด
  • การชุมนุมจึงยังเคลื่อนตัวต่อไปโดยหลีกเลี่ยงไม่เข้าไปหาแนวที่ตำรวจตั้งไว้

เปิด 5 เหตุผลต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์

REDEM ยังออกเหตุผล 5 ข้อของการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยย้ำว่า คือทางออกของวิกฤติการเมืองไทย เราจะก้าวไปไหนไม่ได้ เราจะปฏิรูปอะไรไม่ได้ ประยุทธ์จะไม่ออกไปไหน ถ้าสถาบันกษัตริย์ยังไม่ปฏิรูป

เช่น สถานะของกษัตริย์ที่คลุมเครือ ตกเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ของคนบางกลุ่ม คนบางกลุ่มที่อ้างตัวว่าเป็นคนดีมักใช้สถาบันกษัตริย์​กระทำเรื่องเลวร้ายมากมาย เช่น การทำรัฐประหารโดยอ้างเหตุผลเรื่องความจงรักภักดี กลุ่มปกป้องสถาบันกษัตริย์ที่ใช้ความรุนแรงคุกคามผู้วิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ เป็นต้น 

ตกเป็นข้ออ้างในการใช้กฎหมายที่ขัดหลักสิทธิมนุษยชนและปราบปรามฝ่ายประชาธิปไตยด้วยความรุนแรง มาตรา 112 ปิดกั้นการใช้เสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์สถาบันด้วยอัตราโทษที่สูงและกระบวนการต่อสู้ทางคดีที่ยากลำบาก ทั้งตัวกฎหมายมีความกำกวมและสามารถตีความได้กว้างขวาง 

งบประมาณและส่วนราชการในพระองค์ที่มากเกินความจำเป็น ในปีนี้ประชาชนประสบกับวิกฤติโควิดที่หนักยิ่ง แต่งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์จำนวน 35,760 ล้านบาทกลับไม่ถูกปรับลดแต่อย่างใด และสุดท้ายเป็นสถาบันที่สะท้อนความไม่เท่าเทียมและขัดหลักประชาธิปไตย

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์