หมู่บ้านประมงร่ำรวยในญี่ปุ่น ไม่สามารถหาคนทำงานในโรงงานแปรรูปได้

ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่าจำนวนประชากรที่ลดลงของญี่ปุ่น เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจต่าง ๆ ที่จะใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้นเพื่อเพิ่มผลิตภาพ แต่งานบางอย่างก็ไม่สามารถทำได้ด้วยเครื่องจักร หมู่บ้านซารุฟุสึทางเหนือสุดของญี่ปุ่น อันเป็นหมู่บ้านที่ร่ำรวยจากการทำประมงหอยเชลล์ในทะเลโอค็อตสค์ กำลังขาดแคลนคนทำงานในโรงงานแปรรูปอาหารทะเล 

หมู่บ้านซารุฟุสึ (Sarufutsu) ที่ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของญี่ปุ่นใน จ.ฮอกไกโด ที่ร่ำรวยจากการทำประมงหอยเชลล์ในทะเลโอค็อตสค์ กำลังขาดแคลนคนทำงานในโรงงานแปรรูปอาหารทะเล

หมู่บ้านแห่งนี้ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะซาคาลิน (Sakhalin) ของรัสเซียมากกว่าโตเกียว มีรายได้เฉลี่ยสูงที่สุดมากกว่าหมู่บ้านใด ๆ ในญี่ปุ่น จากการประมงและแปรรูปหอยเชลล์ แต่ปัจจุบันโรงงานแปรรูปหอยเชลล์ไม่ได้ดำเนินการอย่างเต็มประสิทธิภาพ เนื่องจากไม่สามารถหาคนทำงานได้เพียงพอ

ปรากฎการณ์นี้ถือเป็นปัญหาสำหรับเศรษฐกิจโดยรวม เพราะมันแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมบางประเภทในญี่ปุ่นอาจไม่อยู่รอดเมื่อประชากรมีอายุมากขึ้นและอัตราการเกิดหดตัวลง

หอยเชลล์จากการทำประมงถูกนำมาแปรรูปแล้วตากให้แห้ง ส่วนใหญ่ส่งออกไปยังฮ่องกงและที่อื่น ๆ เพื่อเป็นใช้เป็นวัตถุดิบระดับพรีเมียมในอาหารจีน หอยเชลล์ถือเป็นสินค้าส่งออกระหว่างประเทศที่มีมูลค่าสูงสุดของฮอกไกโด แต่คนทำงานในโรงงานส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มีอายุมาก ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าอีกประมาณ 7-8 ปี จะไม่มีคนญี่ปุ่นทำงานในโรงงานแปรรูปที่ซารุฟุสึอีกแล้ว ตามคำกล่าวของโคอิจิ คิมูระ ผู้บริหารของสหกรณ์ประมงที่ดูแลโรงงานในซารุฟุสึ

"เราสามารถดำเนินการผลิตได้ตลอด 24 ชั่วโมงและผลิตได้ 3 เท่า" คิมูระ กล่าว "แต่เราต้องการคนทำงานใหม่มาเพิ่มมากกว่า 100 คน ในการทำแบบนั้น"

แม้ประชากรในหมู่บ้านซารุฟุสึไม่ได้ลดลง แต่ก็ไม่ได้มีอัตราการเกิดเพิ่มสูงขึ้น ในขณะที่โรงงานแปรรูมีพนักงานฝึกหัดต่างชาติชาวจีน 19 คน จากพนักงาน 90 คน โรงงานไม่สามารถเพิ่มจำนวนพนักงานฝึกหัดต่างชาติได้ตามกฎหมายหากไม่ได้เพิ่มพนักงานชาวญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นด้วย ดังนั้นผู้บริหารท้องถิ่นจึงพยายามส่งเสริมให้ชาวญี่ปุ่นต่างถิ่นย้ายเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้น

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา หมู่บ้านซารุฟุสึได้จัดทัวร์เพื่อนำผู้คนจากส่วนอื่น ๆ ของญี่ปุ่นมาเยี่ยมชม และยังได้แต่งตั้งพ่อครัวของร้านอาหารในโตเกียวที่ใช้หอยเชลล์เป็นทูตการท่องเที่ยว 

ความเหลื่อมล้ำของรายได้


คนทำงานในโรงงานแปรรูปอาหารทะเลส่วนใหญ่ในท้องถิ่นของญี่ปุ่นเป็นผู้หญิงที่มีอายุมากและมีรายได้ต่ำ | ที่มาภาพประกอบ: 真下紀子

อีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญที่ทำให้หมู่บ้านแห่งนี้ขาดแคลนแรงงานในโรงงานแปรรูป ก็เนื่องจากคนทำงานในโรงงานทำเป็นฤดูกาลเพียง 7 เดือนต่อปี งานหนัก และมีค่าแรงต่ำ ในขณะที่สมาชิกสหกรณ์ประมงประมาณ 250 คน ที่ทำงานในเรือมีรายได้ดีกว่ามาก

หากไม่ได้รับค่าจ้างและสภาพการจ้างที่ดีขึ้น ก็จะเป็นการยากที่จะดึงดูดผู้คนให้มาอาศัยและทำงานในพื้นที่นี้ แต่สหกรณ์กลับไม่คิดว่าจะสามารถเพิ่มค่าจ้างได้มากเท่าไร

"คนหนุ่มสาวญี่ปุ่นก็จะยังไม่สนใจงานนี้ ถ้าเราเพิ่มเลี้ยงค่าจ้างเพียงเล็กน้อย" คิมูระ กล่าว "แต่ถ้าเราให้ค่าจ้าง 2-3 เท่า แม้เราสามารถดึงดูดคนงานได้ แต่เราจะไม่ได้กำไรมากพอ"

ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์และธนาคารแห่งประเทศญี่ปุ่น (BOJ) ชี้ว่าชี้ว่าจำนวนประชากรที่ลดลงของญี่ปุ่น เป็นโอกาสสำหรับธุรกิจต่าง ๆ ที่จะใช้ระบบอัตโนมัติมากขึ้นเพื่อเพิ่มผลิตภาพ แต่งานบางอย่างก็ไม่สามารถทำได้ด้วยเครื่องจักร โรงงานแห่งใหม่ในซารุฟุสึ ใช้เงินลงทุนถึง 2.4 พันล้านเยน (ประมาณ 22 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เปิดทำการเมื่อปี 2559 ด้วยเครื่องจักรใหม่ แต่ก็ยังต้องใช้แรงงานจากคนทำงานอยู่

พวกเขาอาจต้องพิจารณาย้ายโรงงาน ตามที่ศาสตราจารย์อัตซุชิ มิยาวากิ จากมหาวิทยาลัยฮอกไกโด ซึ่งศึกษานโยบายของรัฐบาลกล่าว

"ถึงแม้ต้นทุนทางการเงินเฉลี่ยของเงินทุน (Cost of Capital) จะต่ำมาก แต่ก็ไม่มีการลงทุนใหม่" เขากล่าว "ในบางสถานที่ นโยบายที่ BOJ แนะนำอาจใช้ได้ผล แต่มันเป็นไปไม่ได้ที่ฮอกไกโด" 

ที่มาเรียบเรียงจาก
Japan's Richest Village Can't Find Workers for Its Factory (Industry Week, 25 August 2021)

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์