อัฟกานิสถานหลังตาลีบันยึดอำนาจ ใช้ม่านกั้นแบ่งแยกหญิง-ชายในห้องเรียน

นักเรียนนักศึกษาในอัฟกานิสถานกลับเข้าชั้นเรียนแล้ว หลังจากหยุดเรียนไปเพราะกลุ่มตาลีบันยึดอำนาจ อย่างไรก็ตามบรรยากาศชั้นเรียนใหม่มีการใช้ม่านกั้นระหว่างโต๊ะเรียนที่แบ่งแยกกันชัดเจนระหว่างชาย-หญิง ชวนให้เกิดข้อวิจารณ์เรื่องการแบ่งแยกเพศ รวมถึงความล้าหลังที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจของตาลีบัน

8 ก.ย. 2564 จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 6 ก.ย. 2564 ระบุว่า นักศึกษาในมหาวิทยาลัยทั่วอัฟกานิสถานเริ่มกลับเข้าเไปเรียนในชั้นเรียนได้แล้ว หลังจากที่กลุ่มตาลีบันบุกยึดอำนาจจากรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ จนต้องหยุดการเรียนการสอนไปชั่วคราว ทว่า การกลับเข้าชั้นเรียนในยุครัฐบาลตาลีบันนั้น มีการแยกนักศึกษาหญิงและนักศึกษาชายออกจากกันโดยชัดเจนด้วยการใช้ผ้าม่านเป็นฉากกั้นที่กลางชั้นเรียน

สิ่งที่เกิดขึ้นกับชั้นเรียนในสถานศึกษาของอัฟกานิสถานได้รับการติดตามอย่างใกล้ชิดจากต่างชาติที่ต้องการให้กลุ่มตาลีบันเคารพในสิทธิสตรี เพื่อที่พวกเขาจะได้รับการช่วยเหลือที่จำเป็นจากต่างชาติ และได้รับปฏิสัมพันธ์ทางการทูตอีกครั้ง

ช่วงที่กลุ่มตาลีบันยึดอำนาจและตั้งตัวเองเป็นรัฐบาลก่อนหน้านี้ในช่วง พ.ศ.2539-2544 พวกเขาสั่งห้ามผู้หญิงเข้าเรียน ทั้งในโรงเรียนและมหาวิทยาลัย อีกทั้งยังห้ามผู้หญิงทำงานอีกด้วย

แม้ว่าในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา กลุ่มตาลีบันจะแสดงภาพลักษณ์ของตัวเองให้ดูเป็น 'สายกลาง' ด้วยการบอกว่าจะให้สิทธิสตรี แต่ต้องเป็นไปตามกฎหมายของอิสลาม ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าพวกเขาจะทำแบบใดบ้างในเชิงปฏิบัติ

ครูอาจารย์และนักเรียนนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของเมืองใหญ่ๆ อย่างคาบูล กันดาฮาร์ และเฮราต เปิดเผยต่อสื่อต่างประเทศว่านักเรียนนักศึกษาหญิงยังคงถูกแบ่งแยกออกจากนักเรียนนักศึกษาชาย หรือไม่ก็ถูกแยกส่วนไปสอนต่างหากหรือถูกจำกัดการสอนไว้ในบางส่วนของมหาวิทยาลัย

อันจิลา นักศึกษาอายุ 21 ปีจากมหาวิทยาลัยคาบูล กล่าวว่า การใช้ม่านกันชายหญิงเช่นนี้ไม่ควรที่จะยอมรับได้ เพราะเธอรู้สึกแย่เมื่อเข้าไปในห้องเรียน ราวกับว่าย้อนเวลากลับไปเมื่อ 20 ปีที่แล้ว อันจิลาเล่าเพิ่มเติมว่า ก่อนหน้าที่ตาลีบันจะยึดอำนาจครั้งล่าสุด การแบ่งแยกชายหญิงในห้องเรียนก็มีอยู่แล้ว โดยการให้ผู้หญิงและผู้ชายต้องนั่งแยกจากกัน แต่ชั้นเรียนก็ไม่ได้มีการใช้ฉากกั้นในทางกายภาพแบบนี้

นอกจากการใช้ฉากกั้นแล้ว ยังมีวิดีโอคู่มือแนวทางปฏิบัติของสมาคมมหาวิทยาลัยเอกชนในอัฟกานิสถานที่ระบุถึงมาตรการต่างๆ ที่ต้องบังคับใช้ในมหาวิทยาลัย เช่น ผู้หญิงต้องสวมฮิญาบ ต้องมีทางเข้าออกเฉพาะสำหรับนักศึกษาหญิง และกำหนดให้ต้องจ้างครูอาจารย์ผู้หญิงเพื่อสอนนักศึกษาหญิงเท่านั้น อีกทั้งแนวทางดังกล่าวยังระบุว่านักศึกษาหญิงควรจะได้รับการสอนแบบแยกต่างหาก หรือในชั้นเรียนที่เล็กกว่า และต้องแบ่งแยกชาย-หญิงด้วยม่านกั้น

อย่างไรก็ตาม ยังไม่แน่นอนว่าวิดีโอเหล่านี้สะท้อนนโยบายของตาลีบันหรือไม่ แต่กลุ่มตาลีบันก็เคยแถลงไว้ในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ว่าการเรียนการสอนควรจะกลับมาอีกครั้งและให้มีการแยกชาย-หญิงออกจากกัน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของตาลีบันได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่าการแบ่งแยกด้วยผ้าม่านในชั้นเรียนถือเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่เนื่องจากกำลังคนและทรัพยากรที่มีจำกัดทำให้พวกเขาต้องใช้ครูคนเดียวในการสอนทั้งสองฝั่ง

รูปภาพของชั้นเรียนจากมหาวิทยาลัยอวิเซนนาในกรุงคาบูลที่ถูกเผยแพร่ไปทั่วโซเชียลมีเดียแสดงให้เห็นภาพนักศึกษาหญิงที่สวมชุดคลุมยาว สวมผ้าคลุมศรีษะ แต่ยังแสดงใบหน้า และแบ่งแยกให้นั่งคนละฝั่งกับนักศึกษาชายโดยมีม่านสีเทากั้นไว้

การยึดอำนาจจากรัฐบาลครั้งล่าสุดของกลุ่มตาลีบันสร้างความกังวลให้กับผู้หญิงหลายกลุ่มที่กลัวว่าจะสูญเสียสิทธิสตรี หลังจากที่พวกเธอพยายามต่อสู้เรียกร้องในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา ท่ามกลางสังคมที่มีศาสนาอิสลามสายอนุรักษ์นิยมแบบฝังรากลึก นอกจากนี้ กลุ่มครูอาจารย์ยังกังวลเรื่องการวางกฎเกณฑ์ต่างๆ ในชั้นเรียนของกลุ่มตาลีบัน โดยอาจารย์ด้านวารสารศาสตร์ในมหาวิทยาลัยเฮราต ซึ่งเป็นหนึ่งในคนที่ดำเนินการเรียนการสอนแบบชั้นเรียนแยกเพศ บอกว่านักศึกษาดูวิตกกังวลมาก เขาได้แต่บอกว่าขอให้นักศึกษามาเรียนในวันถัดจากนี้แล้วรัฐบาลใหม่จะออกกฎมาเอง แต่นอกจากเรื่องการแบ่งแยกในชั้นเรียนแล้วอาจารย์บางคนก็สะท้อนว่าอัฟกานิสถานกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจที่อาจจะทำให้นักศึกษาบางคนไม่ได้กลับมาเรียนหนังสืออีกด้วย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์