ผ่านแล้ว! สภารับ พ.ร.บ.พืชกระท่อม ปลูก-ขายได้ แต่ห้ามโฆษณา-ผสมสารเสพติด

สภาผ่านราง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ปลดล็อกการปลูกและครอบครอง แต่ห้ามโฆษณา และหากจะนำเข้า-ส่งออกต้องขอใบอนุญาต ด้าน สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เตรียมชงให้กระทรวงสาธารณสุขแก้กฎหมายปลดล็อกนำพืชกระท่อมไปทำเป็นส่วนประกอบของยา อาหาร และเครื่องสำอาง

8 ก.ย. 2564 ข่าวสดออนไลน์มติชนออนไลน์ และผู้จัดการออนไลน์ รายงานว่า วันนี้ (8 ก.ย. 2564) เวลา 11.00 น. ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ซึ่งมีชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานในการประชุม มีการพิจารณาเพื่อลงคะแนนเห็นชอบ ร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม พ.ศ. …. ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว โดยสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธาน กมธ. กล่าวว่า หลังการยกเลิกพืชกระท่อมจากยาเสพติดประเภท 5 หรือ 'ปลดล็อก' พืชกระท่อมแล้ว ประชาชนสามารถครอบครอง บริโภค และใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ รวมถึงควรควรส่งเสริมและพัฒนาพืชกระท่อมให้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจ สมศักดิ์ระบุว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ อนุญาตให้ประชาชนสามารถเพาะปลูกพืชกระท่อม รวมถึงขายใบพืชกระท่อมได้ แต่หากต้องการปลูกพืชกระท่อมเพื่อนำเข้าและส่งออกต้องขอใบอนุญาตตามมาตรการดูแลการนำเข้าและส่งออกพืชกระท่อมที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้เสียก่อน

อย่างไรก็ตาม กมธ. เห็นว่าการบริโภคใบกระท่อมมากเกินอาจทำให้เกิดอันตราย โดยเฉพาะในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีที่กำลังอยู่ในช่วงให้นมบุตร กมธ. จึงได้กำหนดมาตรการกำกับดูแลการขาย การโฆษณาและการบริโภคใบกระท่อมในบางประการ เพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้บริโภคและกลุ่มบุคคลดังกล่าว แต่ไม่ควรกำหนดข้อบังคับที่กระทบกับวิถีชีวิตและชุมชน

กมธ. มีข้อสังเกตเพิ่มเติมว่าใบกระท่อมมีประโยชน์หลายอย่าง สามารถนำมาทำเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร และเครื่องสำอางได้ แต่ปัจจุบันยังมีข้อจำกัดในข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหารและเครื่องสำอาง ทำให้ไม่สามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้อย่างเต็มที่ ทาง กมธ. จึงเห็นว่ากระทรวงสาธารณสุขควรแก้ไขกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมได้ ส่วนการโฆษณาพืชกระท่อมหรือผลิตภัณฑ์จากพืชกระท่อมสามารถทำได้แต่ "ห้ามโฆษณาหรือสื่อสารการตลาดใบกระท่อมหรือน้ำต้มกระท่อมเพื่อจูงใจสาธารณชนให้บริโภค" และห้ามนำมาทำน้ำต้มที่ผสมกับยาเสพติดที่เรียกว่า 4×100

หลังการอภิปรายชี้แจงร่าง พ.ร.บ.พืชกระท่อม ของ กมธ. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อภิปรายถึงประเด็นต่างๆ อย่างกว้างขวางเป็นรายมาตรา ทั้ง 49 มาตรา ก่อนจะลงมติวาระที่ 3 ผ่านร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียงเอกฉันท์ 281 ต่อ 0 งดออกเสียง 1 จากนั้นจะดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อส่งต่อให้วุฒิสภาพิจารณาต่อไป

นอกจากนี้ กรุงเทพธุรกิจ ได้สรุปสาระสำคัญของ พ.ร.บ.พืชกระท่อมไว้ 9 ข้อ ดังนี้

  1. ผู้ที่ต้องการนำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อมต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ซึ่งการขออนุญาตดังกล่าวจะยกเว้นให้กับผู้ที่นำใบกระท่อมติดตัวเข้าหรือออกนอกราชอาณาจักร เพื่อบริโภคส่วนตัวหรือบรรเทาอาการเจ็บป่วยในปริมาณที่จำเป็นกับการบริโภค
  2. ผู้ที่จะขอใบอนุญาตนำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อมมีข้อกำหนดสำคัญ เช่น มีสัญชาติไทย อายุ 20 ปีขึ้นไป ไม่เป็นบุคคลที่เคยถูกพิพากษาว่ากระทำผิดคดีใบกระท่อม หรือผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเพราะทำผิดกฎหมายยาเสพติด
  3. กำหนดระะยะเวลาให้เจ้าหน้าที่พิจารณาอนุญาต ออกใบอนุญาต และต่อใบอนุญาต ให้เสร็จภายใน 45 วัน
  4. ใบอนุญาตสามารถเพิกถอนได้ หากบุคคลที่ขอใบอนุญาตนั้นขาดคุณสมบัติ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กระทรวงกำหนด
  5. ให้อำนาจสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีหน้าที่สำคัญในการส่งเสริมพืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจและใช้ตามวิถีชุมชน โดยกำหนดกรอบหน้าที่ คือ สนับสนุน ส่งเสริม การศึกษาวิจัย ให้ความรู้กับประชาชน ผู้ประกอบการที่ใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อม
  6. ห้ามขายใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อม หรืออาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบอายุต่ำกว่า 18 ปี สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร
  7. กำหนดสถานที่ 'ห้าม' ขายใบกระท่อม หรือน้ำต้มกระท่อม ได้แก่ หอพัก สวนสาธารณะ สถานศึกษา และการขายโดยใช้เครื่องขาย
  8. ห้ามโฆษณาหรือสื่อสารการตลาดใบกระท่อมหรือน้ำต้มกระท่อมเพื่อจูงใจสาธารณชนให้บริโภค
  9. ปรับปรุงกำหนดโทษ อาทิ ผู้ที่นำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อมโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องโทษจำคุกไม่เกิน1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์