เพื่อไทยเสนอ 5 แนวทางแก้หนี้ครัวเรือนเข้าภาวะฉุกเฉิน

ผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย พท. แถลงข่าวถึงภาวะฉุกเฉินหนี้ครัวเรือนไทย โดยระบุว่าหนี้ครัวเรือนไทยทั้งหนัก เน่า และนอกระบบ เสนอ 5 แนวทางแก้ไข - ประชุม GEN-Z Leadership Forum 'กิตติรัตน์' ชูวิสัยทัศน์ ความอิสระและยุติธรรม คือสภาพแวดล้อมใหม่ให้ Gen-Z สร้างปัจจุบันและอนาคต


เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย พท.

11 ก.ย. 2564 ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์นโยบาย พท. แถลงข่าวถึงภาวะฉุกเฉินหนี้ครัวเรือนไทย โดยระบุว่าหนี้ครัวเรือนไทยทั้งหนัก เน่า และนอกระบบ ดังนี้

1. “หนัก” : หนี้ครัวเรือนสิ้นไตรมาส 1/64 อยู่ที่ 14.128 ล้านล้านบาท (90.5% ของ GDP) ตัวเลขนี้ยังไม่ได้สะท้อนผลจากการระบาดระลอก 2,3,4 รวมถึงระลอก 5 (ถ้ามี) ศูนย์นโยบาย พท. ประเมินหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ณ Q4/64 จะอยู่ที่ 92-93% ในกรณีที่ไม่มีระลอก 5 และอยู่ที่ 93-94% ในกรณีที่มีระลอก 5 นี่คือตัวเลขที่สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตั้งแต่มีการรายงาน รัฐบาลทำลายสถิติตนเองทุกปี สูงสุดในประเทศกำลังพัฒนา สูงกว่าอินโดนีเซียราว 5 เท่าตัว กัมพูชาราว 3 เท่าตัว และเป็นกว่า 2 เท่าตัวของรัฐบาล ดร.ทักษิณ ซึ่งอยู่ที่ราว 43% เท่านั้น และแนวโน้มสูงขึ้นแบบไม่มีที่สิ้นสุด เข้าสู่ภาวะฉุกเฉินของหนี้ครัวเรือน เรียกได้ว่า “คนไทยจนทุกที่ มีหนี้ทุกหย่อมหญ้า”

2. “เน่า” : ไส้ในของหนี้ครัวเรือนก็เข้าขั้นฉุกเฉิน ในยอดรวมหนี้กว่า 14 ล้านล้านบาท เป็นหนี้เพื่ออุปโภคบริโภคส่วนบุคคลถึงกว่า 10.8 ล้านล้านบาท นั่นคือ เกือบ 80% ของหนี้ไม่สร้างรายได้ คุณภาพของสินเชื่อภาคครัวเรือนจึงต่ำ มีโอกาสเป็นหนี้เสียจึงสูง โครงสร้างแบบนี้อันตราย อีกทั้งไทยประสบภาวะหนี้ครัวเรือนสูงกว่าหนี้ธุรกิจซึ่งอยู่ที่ 9.5 ล้านล้านบาทอยู่มาก การอุปโภคบริโภคมากกว่าการลงทุนภาคเอกชน เท่ากับประเทศไทยถอยหลังลงคลองในมิติของการพัฒนา

3. “นอกระบบ” : หนี้ครัวเรือนนั้นไม่รวมหนี้นอกระบบ เมื่อเศรษฐกิจแย่ คนตกงาน ไม่มีรายได้ ความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น แต่การให้สินเชื่อถูกจำกัด กอปรกับภาคบริการมีลักษณะเป็นธุรกิจนอกระบบสูง ทำให้ไทยประสบปัญหาที่ใหญ่กว่า นั่นคือ “หนี้ในระบบไหลสู่หนี้นอกระบบ” โดยหนี้นอกระบบต้องแก้ด้วยกลไกดึงหนี้เข้าสู่ระบบ ไม่ใช่ใช้กฎหมายแก้ที่ปลายเหตุเหมือนที่รัฐบาลทำ

4. ในภาวะฉุกเฉิน ในระยะสั้นรัฐบาลต้อง

4.1. ยืดและพักชำระหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งระบบขนาดใหญ่ในวงกว้างในธุรกิจภาคบริการ และรายย่อย ตลอดช่วงเวลาฉุกเฉินทันที โดยรัฐบาลต้องชดเชยส่วนต่างและรายจ่ายดอกเบี้ยไปที่ธนาคารพาณิชย์ เพื่อทำให้การพักหนี้ในวงกว้างเกิดขึ้นจริง ไม่ใช่แค่พักหนี้แบบนามธรรมเหมือนที่ผ่านมา

4.2. ผ่อนคลายและกระจายสินเชื่อในระบบทันที เพื่อป้องกันภาวะหนี้ในระบบไหลสู่นอกระบบ

4.3. หยุดเลือดการตกงานด้วยมาตรการคงการจ้างงานทันที และหยุดเลือดธุรกิจล้มโดยยกเลิกมาตรการพักทรัพย์พักหนี้และโอนวงเงินสู่ Soft Loan ผ่านธนาคารเฉพาะกิจของรัฐทันที

4.4. ลดภาระรายจ่ายครัวเรือนรายเดือนอย่างต่อเนื่องตลอดภาวะฉุกฉินทันที

4.5. ขยายกลไกสินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัดของกระทรวงการคลังทันที เพื่อดึงหนี้นอกระบบกลับสู่ในระบบ สนับสนุนและอุดหนุนกลไก Non-Bank ป้องกันการเกิดหนี้นอกระบบใหม่ทันที

ประชุม GEN-Z Leadership Forum 'กิตติรัตน์' ชูวิสัยทัศน์ ความอิสระและยุติธรรม คือสภาพแวดล้อมใหม่ให้ Gen-Z สร้างปัจจุบันและอนาคต

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. 2564 พรรคเพื่อไทยได้รับเชิญในฐานะตัวแทนพรรคการเมืองจากประเทศไทย ร่วมประชุม Generation Z Leadership Forum ระหว่างพรรคคอมมิวนิสต์จีน (CPC) กับตัวแทนพรรคการเมืองที่ทำงานด้านเยาวชนคนรุ่นใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียใต้ ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อดำเนินการจัดทำแผนปฏิบัติการ Generation Z Leadership โดยมีแกนนำพรรคเข้าร่วม อาทิ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองหัวหน้าพรรค นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการพรรค นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม รองเลขาธิการพรรค ส.ส. เชียงใหม่ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. เชียงใหม่ ประธานคณะทำงานคนรุ่นใหม่ นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย นายวิกรม เตชะธีรวัฒน์ นายคงกฤช รามศักดิ์ ตัวแทนสมาชิกโครงการ The Change Maker

ในการประชุมครั้งนี้ นายกิตติรัตน์ ได้รับเชิญเป็นตัวแทนประเทศไทย ขึ้นกล่าวหัวข้อ “การผนึกพลังเยาวชนสู่ขอบฟ้าแห่งการพัฒนาใหม่” (Synergy of the Youth towards a New Development Horizon) โดยมีสาระสำคัญที่เข้าใจลักษณะเฉพาะของคน Gen-Z โดยการสร้างสภาพแวดล้อมและปรับเปลี่ยนบรรยากาศให้เหมาะสม จะเอื้ออำนวยให้คน Gen-Z ใช้พลังงานขับเคลื่อนสังคมและภูมิภาคไปข้างหน้าอย่างเต็มศักยภาพ

“ในฐานะพรรคการเมืองที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชน พรรคเพื่อไทยเชื่อและพร้อมเปิดใจรับฟังคน Gen-Z ที่โดยธรรมชาติแล้วมีลักษณะยึดมั่นในเหตุผลมากกว่าพิธีกรรม ความรักชาติของคนรุ่นนี้คือสิ่งดีงาม แต่จะไม่คับแคบอยู่เพียงกรอบนิยามของอธิปไตย พรมแดน ความเป็นอิสระ และความยุติธรรม คือสิ่งที่คน Gen-Z ปราถนา แม้ผมจะเป็นคนรุ่นเบบี้บูมเมอร์ ที่มีความมั่นในอย่างเต็มที่ในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจเมื่อหลายทศวรรษและหลายปีก่อน แต่ตอนนี้โลกได้เปลี่ยนไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัวทำให้ผมตระหนักว่า คนรุ่นผมเบบี้บูมเมอร์เริ่มจะเป็นอดีต แต่คนรุ่น Gen-Z คือปัจจุบันและคืออนาคต” นายกิตติรัตน์ กล่าว

ที่มาเรียบเรียงจากเว็บไซต์พรรคเพื่อไทย [1] [2]
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์