เยาวรุ่นพ่นข้อความ 'ควรปฎิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ' ถูกจับคดี ม.112

 

รีฟ เยาวรุ่นพ่นข้อความ 'ควรปฎิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ' ที่ดินแดง ถูกจับตั้งข้อหา ม.112  'ตี้ วรรณวลี' ชี้เป็นการใช้กฎหมายนี้อย่างไม่สมเหตุสมผล ยิ่งจะหมดความศักสิทธิ์ หากไม่แก้ไขในไม่ช้า ขณะที่ 'อ้วน' ผู้สวมเสื้อทีมงาน 'กระเทยแม่ลูกอ่อน' ถูก จนท.คุมตัว

ภาพบริเวณแยกดินแดง วันที่ 13 ก.ย.64

15 ก.ย.2564 วันนี้ เมื่อเวลา 21.38 น. ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ทวีตผ่านทวิตเตอร์ @TLHR2014 ว่า ทางศูนย์ทนายฯ ได้รับรายงานว่า 'วีรภาพ วงษ์สมาน' ถูกตำรวจแสดงหมายจับคดี ม.112 ตำรวจแจ้งว่าได้ควบคุมตัววีรภาพไป สภ.ชัยพฤกษ์ จ.นนทบุรี เพื่อลงบันทึกประจำวัน หลังจากนั้นจะนำตัวไปที่ สน.ดินแดง

จากนั้น ศูนย์ทนายฯ รายงานเพิ่มเติมว่า 22.12 น. มีรายงานว่าวีรภาพถูกควบคุมตัวจาก สภ.ชัยพฤกษ์ มาที่ สน.พหลโยธิน

สำหรับ วีรภาพ หรือ รีฟ นั้น ตี้ วรรณวลี หนึ่งในแกนนำผู้ชุมนุมโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กแฟนเพจ 'ตี้ วรรณวลี - Tee Wanwalee' ว่า เวลา 20.40 น. รีฟ ถูกเจ้าหน้าที่เข้าจับกุมในขณะที่กำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยว ด้วยข้อหา ม.112 จากเหตุพ่นสีที่สามเหลี่ยมดินแดง โดยข้อความมีใจความสำคัญว่า "ควรปฎิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ" แน่นอน ข้อความนี้ไม่ได้หมิ่นแต่อย่างใด และเป็นอีกครั้งที่มาตรา 112 ถูกใช้ไม่สมเหตุสมผล มาตรานี้กำลังจะหมดความศักสิทธิ์ หากไม่แก้ไขในไม่ช้า

"ตี้รู้จักน้องเป็นการส่วนตัว รีฟเป็นน้องที่ตี้รักมากคนนึง ถ้าใครไม่รู้จักรีฟมาก่อน ก็จะมองว่ารีฟเป็นคนหัวรุนแรง ใจร้อน แต่ถ้าได้รู้จักมันจริงๆ น้องมันเป็นคนที่มีเหตุผล เป็นคนอ่อนน้อมถ่อมตน เจอกันกี่ครั้งก็ไหว้ ทำผิดมันก็ไปขอโทษอย่างลูกผู้ชาย รีฟมันเป็นคนรักพี่รักน้องมาก และ ที่สำคัญเมื่อเกิดอะไรขึ้นมันจะใช้เหตุผลพูดคุยก่อนเสมอ แต่เมื่อใดที่สิ่งเหล่านี้ใช้ไม่ได้แล้ว มันถึงจะสู้ นี่ละไอ้รีฟ มันใช้ชีวิตในรูปแบบของเด็กคนนึง ที่ต้องโตด้วยเอง สู้ด้วยตัวเอง คิดแยกแยะด้วยตัวเอง ภายนอกมันอาจจะดูแข็งกร้าว แต่ภายในมันเป็นคนอ่อนโยน อ่อนน้อมถ่อมตน รู้จักเคารพซึ่งกันและกัน ตัวมันเป็นคนที่ห่วงเพื่อนพี่น้องตลอด" ตี้ วรรณวลี อธิบายมุมของรีฟที่เขารู้จัก

นอกจากนั้น ตี้ วรรณวลี ยังกล่าถึงรีฟ ด้วยว่า หลายๆ ครั้งที่โดนโจมตีจาก IO และกลุ่มปกป้องสถาบันฯ เพื่อพยายามทำให้ทุกๆ คนมองรีปด้านเดียว ตัวอย่างคลิปที่รีฟไปปัดกล้องนักข่าว ทั้งที่เหตุผลเพราะเขาคิดว่าจะมาถ่ายซูมหน้าน้องๆ ในม็อบ และน้องๆ เหล่านั้นก็เป็นเยาวชน หลังจากนั้นคลิปตัวนี้ก็ถูกเผยแพร่ไป ทำให้รีฟดูเหมือนคนไร้เหตุผล ใช้แต่อารมณ์ แต่ใครจะรู้บ้างว่าหลังจากนั้นพอรีฟรู้ว่ามันเข้าใจผิด มันก็รีบวิ่งไปขอโทษนักข่าวโดยไม่ต้องมีใครมาบอก พร้อมบอกเหตุผลที่มันทำ นักข่าวเขาก็เข้าใจ และพูดคุยกับรีฟ

"มันก็เด็กคนนึง ที่มีความคิดวิเคราะห์แยกแยะและเคารพผู้ใหญ่ ภายนอกมันอาจจะดูแข็งกร้าวแต่จริงๆมันเป็นคนที่อ่อนโยน แคร์ทุกคน และ ใจมันสู้ในทุกเรื่องๆ ยิ่งเรื่องไหนที่ไม่ถูกต้อง ไอ้รีฟเนี้ยแหล่ะจะพยายามทำให้มันถูกต้องด้วยตัวของมันเอง" ตี้ วรรณวลี กล่าวถึงรีฟ

อ้วน ผู้สวมเสื้อทีมงาน 'กระเทยแม่ลูกอ่อน' ถูก จนท.คุมตัว

เพจ 'Voice TV' รายงานสถานการณ์ที่ดินแดงว่า วันนี้ (15 ก.ย.64) เวลาประมาณ 22.35 เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชน (คฝ.) เข้าสลายการรวมตัวกันของกลุ่มวัยรุ่นที่ซอยมิตรไมตรี 2 แต่ผู้ชุมนุมได้พากันขี่จักรยานยนต์ออกจากพื้นที่ก่อนการจู่โจม อย่างไรก็ตาม วันนี้เจ้าหน้าที้ได้ติดตามผู้ชุมนุมที่หลบหนีไปทางหน้ากระทรวงแรงงานด้วย

เวลาผ่านไปประมาณ 10 นาที ขบวนรถของเจ้าหน้าที่ขับกลับมา ผ่านหน้าสำนักงานเขตดินแดงภายในซอยมิตรไมตรี 2 พบชายวัยกลางคนสวมเสื้อกั้กสีม่วงของทีมงาน 'กระเทยแม่ลูกอ่อน' ซึ่งเป็นสื่อยูทูบเบอร์ที่ติดตามถ่ายทอดสดการชุมนุม ทราบเบื้องต้นว่าชายคนดังกล่าวชื่อ ‘อ้วน’ นอกจากนี้พบว่ามีรถจักรยานยนต์อยู่บนรถกระบะของเจ้าหน้าที่ด้วย 1 คัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไม่ได้เข้าตรวจสอบบัตรและใบอนุญาตทำงานหลังเคอร์ฟิวของผู้สื่อข่าวภาคสนามที่มีอยู่ราว 20 คนในวันนี้

สำหรับนักข่าวพลเมืองที่ติดตามถ่ายทอดสดการชุมนุมของกลุ่มทะลุแก๊สบริเวณแยกดินแดงตั้งแต่เดือน ส.ค.ที่ผ่านมาถูกจับตาจากเจ้าหน้าหน้าที่ โดยค่ำวันที่ 13 ก.ย.ที่ผ่านมา ณัฐพงศ์ มาลี นักข่าวพลเมืองจากเพจ 'สำนักข่าวราษฎร - Ratsadon News' และ พนิดา เอนกนวน นักข่าวพลเมือง จากเพจ ปล่อยเพื่อนเรา รวม 2 ราย ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมตัว ขณะรายงานสถานการณ์บริเวณดังกล่าว ในข้อหาร่วมกันชุมนุมและฝ่าฝืนเคอร์ฟิว

ศาลให้ประกัน รีฟ พร้อมติด EM

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานความคืบหน้าเมื่อเวลา 20.47 น. วันที่ 16 ก.ย. ระบุว่า รีฟ อายุ 18 ปี ถูกจับกุมตามหมายจับของศาลอาญา ลงวันที่ 15 ก.ย. 64 ในข้อหาหลักหมิ่นประมาทกษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และร่วมกันชุมนุมมั่วสุมมากกว่า 10 คนขึ้นไป ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 หลังถูกกล่าวหาพ่นสเปรย์ข้อความเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ บริเวณแยกดินแดง ระหว่างการชุมนุมเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 64

วีรภาพถูกจับกุมขณะรับประทานก๋วยเตี๋ยวอยู่บริเวณตำบลคลองข่อย จังหวัดนนทบุรี และถูกควบคุมตัวไปที่ สภ.ชัยพฤกษ์ เพื่อจัดทำบันทึกจับกุม ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวมาที่ สน.พหลโยธิน เพื่อนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ซึ่งเป็นเจ้าของสำนวนคดีนี้ โดย เมื่อวีรภาพถูกนำตัวมาที่ สน.พหลโยธิน โดยมีทนายความเดินทางติดตามไป พนักงานสอบสวน สน.พหลโยธิน ยังได้เข้าแจ้งข้อกล่าวหาในคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต จากการเข้าร่วมการชุมนุม #ม็อบ1กันยา ที่หน้าพรรคพลังประชารัฐ โดยกลุ่มเยาวรุ่นทะลุแก๊ส และราษฎรตาลีบัน โดยวีรภาพได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 15 วัน สำหรับคดีนี้ พนักงานสอบสวนได้ปล่อยตัววีรภาพไป เนื่องจากไม่มีพฤติการณ์หลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง

ต่อมาตำรวจไม่ได้นำตัววีรภาพไปยัง สน.ดินแดง แต่พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้เข้ามาแจ้งข้อหาวีรภาพ ที่สน.พหลโยธิน ทั้งหมด 5 ข้อกล่าวหา 1. “หมิ่นประมาทกษัตริย์” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 2. “ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มของบุคคลที่มีจำนวนมากกว่า 25 คนในเขตพื้นที่ที่มีการประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด” ฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 3. “ร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ่นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการให้เกิดความวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง โดยผู้ร่วมกระทำมีอาวุธ” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 215 วรรค 2 4. “เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกชุมนุมมั่วสุม แต่ไม่เลิก” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 216 และ 5. “ร่วมกันต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานในการปฏิบัติหน้าที่ โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย โดยได้กระทำโดยมีหรือใช้อาวุธ หรือร่วมกระทำความผิดตั้งแต่ 3 คนขึ้นไป” ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 140

โดยที่ วีรภาพได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะขอให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 30 วัน

หลังถูกควบคุมตัวไว้ที่ สน.พหลโยธิน เป็นเวลา 1 คืน วันนี้ (16 ก.ย.) พนักงานสอบสวน สน.ดินแดง ได้ยื่นคำร้องขออำนาจศาลอาญาฝากขังผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ ด้านทนายความได้ยื่นคำร้องขอประกันตัว พร้อมวางเงินสดจำนวน 100,000 บาท จากกองทุนราษฎรประสงค์ เป็นหลักประกัน

ต่อมา ศาลอาญามีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว พร้อมกำหนดเงื่อนไข ห้ามผู้ต้องหากระทำการใดใดในลักษณะเช่นเดียวกับที่ถูกกล่าวหาอันเป็นที่เสื่อมเสียแก่สถาบันพระมหากษัตริย์ ห้ามเข้าร่วมกิจกรรมใดที่อาจก่อให้เกิดความวุ่นวายขึ้นได้ในบ้านเมือง และให้ผู้ต้องหาอยู่ในเคหะสถานตั้งแต่เวลา 18.00 - 05.00 น. ทั้งนี้ ศาลยังให้วีรภาพติดกำไลอิเล็คทรอนิกส์ติดตามตัวด้วย (กำไล EM) และให้ไปตรวจหาเชื้อไวรสโควิด-19 และนำผลตรวจมาแสดงต่อศาล ก่อนมาติดกำไล EM ภายในวันที่ 23 ก.ย. 64

 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์