กมธ.การเมืองฯ เปิดหลักฐานคดีเด็ก 2 คนถูกยิงม็อบดินแดง ชี้หลังเกิดเหตุพบกลุ่มชายฉกรรจ์คล้ายผู้ก่อเหตุใน สน.ดินแดง

กมธ.การเมืองฯ เปิดภาพหลักฐานเหตุเด็ก 2 คนถูกปืนจริงยิงที่บริเวณใกล้ สน.ดินแดงเมื่อ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา ชี้จากเส้นทางการก่อเหตุของกลุ่มคนที่ยิงเด็กทั้ง 2 คนคาดว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน หลังเกิดเหตุยังพบว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์คล้ายผู้ก่อเหตุยิงอยู่ใน สน.ดินแดงอีก จี้ตำรวจออกมาชี้แจ้งเร่งจับคนร้ายให้ได้ 

ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์(ซ้าย) และ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ (ขวา) ขณะกำลังอธิบายถึงภาพของกลุ่มชายฉกรรจ์คล้ายผู้ก่อเหตุยิงเด็ก 2 คนในบริเวณรั้ว สน.ดินแดงหลังเกิดเหตุในคืนวันที่ 16 ส.ค.2564

17 ก.ย.2564 ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน และ พ.ต.ต.ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส. พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นหนึ่งในคณะทำงานของกมธ. ได้แถลงเปิดรายงานของคณะทำงานแสวงหาข้อเท็จจริง เหตุยิงผู้ชุมนุมหน้าสน. ดินแดง จนมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 ราย เมื่อ 16 ส.ค.2564ที่ผ่านมา

พ.ต.ต.ชวลิต เป็นผู้อธิบายข้อมูลจากรายงานโดยเริ่มจากเล่าจากกรณีของธนพล อายุ 14 ปี ถูกอาวุธปืนจริงยิงไหล่ขวาเหตุเกิดที่บริเวณประชาสงเคราะห์ 14 และรายที่สองวาฤทธิ์ อายุ 15 ปี ถูกอาวุธปืนจริงยิงบริเวณ สน.ดินแดง ได้รับบาดเจ็บที่ลำคอด้านซ้ายกระสุนฝังใกล้แกนสมอวง ปัจจุบันยังไม่ได้สติอาการโคม่า แพทย์ยังไม่กล้าผ่าเอากระสุนออก เขาระบุว่าเหตุการณ์ทั้งสองเหตุการณ์เกิดห่างกันประมาณ 300 เมตร

พ.ต.ต.ชวลิต กล่าวถึงคำให้สัมภาษณ์ของธนพลว่า เขาไม่ได้มาร่วมชุมนุมแต่ขับจักรยานยนต์เข้ามารับเพื่อนที่ไปร่วมชุมนุมเพื่อกลับบ้าน แต่เมื่อถึงที่เกิดเหตุก็ถูกกลุ่มคนร้ายดักทำร้ายโดยใช้ไม้ทุบตีอย่างแรง ธนพลก็เลยทิ้งรถแล้วิ่งหนีออกไปทางประชาสงเคราะห์ คนที่ทำร้ายไม่ได้แต่งเครื่องแบบตำรวจสีกากีหรือชุดควบคุมฝูงชน คณะทำงานได้วัตถุพยานเป็นภาพกล้องวงจรปิดของ กทม.จำนวน 4 ตัวจากสถานที่เกิดเหตุคือบริเวณประชาสงเคราะห์ 14

จากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดพบว่าก่อนเกิดเหตุจะมีกลุ่มวัยรุ่นผู้ชุมนุมที่มาจากทางโรงกรองน้ำมาที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น และยังพบกลุ่มผู้ก่อเหตุก็ออกมาจากซอยประชาสงเคราะห์ 14 แล้วมาจอดบริเวณปากซอยและจะเห็นว่าผู้ก่อเหตุรายหนึ่งสวมเสื้อยืดสีขาวกางเกงขาสั้นมือขวาถือปืนมือซ้ายถือไม้เดินเข้าไปหาผู้ชุมนุมที่เกาะกลุ่มอยู่ แล้วก็ใช้อาวุธปืนยิงไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้ผู้ชุมนุมที่เกาะกลุ่มกันอยู่แตกระจายออกไป เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นราวๆ 8 นาที แล้วผู้ก่อเหตุก็ยังไประรานคนที่สัญจรผ่านไปมา แล้วยังเห็นอีกว่าชายเสื้อขาวคนดังกล่าวได้ใช้ปืนยิงไปทางร้านเซเว่นฯ ด้วยประมาณ 2นัดถ้าดูจากแสงวาบที่ปลายกระบอกปืน

จากนั้นเวลาตามคลิป 20.37 น. ธนพลปรากฏเข้ามาในกล้องวงจรปิดที่จุดเกิดเหตุพร้อมเพื่อนที่นั่งซ้อนจักรยานยนต์มาด้วยกัน กลุ่มคนที่ก่อเหตุก็ตรงเข้ามาทำร้ายธนพล ธนพลประคองรถต่อไปอีกแล้วจึงลงจากจักรยานยนต์ที่ขี่มา จากนั้นมีชายสวมเสื้อฮูดสีดำปรากฏเข้ามาในกล้องใช้ปืนสั้นเล็งยิงไปทิศทางที่ธนพล วิ่งหนีออกทางถนนประชาสงเคราะห์

“ทางคณะทำงานก็เลยสรุปว่าเด็กชายเอ(ธนพล) ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ทำร้ายอย่างแน่นอน แล้วก็พวกเขายังร่วมกันทำร้ายร่างกายและทรัพย์สินของประชาชนที่ขับขี่รถจักรยานยนต์อีกหลายคนโดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อทำร้ายผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ขับมาจากทางสามแยกโรงกรองน้ำซึ่งพวกเขา(กลุ่มชายฉกรรจ์)คาดหมายว่าเป็นผู้ชุมนุม การกระทำนี้เกิดขึ้นเกือบ 8 นาที เกิดขึ้นกลางท้องถนนในย่านชุมชนหนาแน่น มีไฟส่องสว่าง แล้วก้ในช่วงที่มีผู้สัญจรคับคั่ง เป็นการกระทำที่อุกอาจที่ชี้ว่าพวกเขาไม่เพียงแต่จะไม่มีความยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง แต่พวกเขาก็น่าจะเชื่อว่าผู้รักษากฎหมายจะไม่สามารถเอาผิดพวกเขาได้” พ.ต.ต.ชวลิตกล่าวสรุปเหตุการณ์ของธนพล

พ.ต.ต.ชวลิต อธิบายเหตุการณ์ที่วาฤทธิ์ เด็กอายุ 15 ปี ที่ถูกยิงเข้าที่คอด้านซ้ายว่า วาฤทธิ์ถูกยิงที่ถนนมิตรไมตรี บริเวณโรงกรองน้ำตรงข้าม สน.ดินแดง ทางคณะทำงานได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจกปิดจำนวน 54 ตัวโดยเริ่มตั้งแต่เวลา 1 ทุ่มเป็นต้นไป ทำให้เห็นสถานการณ์ตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุว่า ตำรวจได้นำแผงเหล็กมากั้นทางเข้าซอยข้าง สน.ดินแดงแล้ว จากนั้นผู้ชุมนุมก็เริ่มเข้ามาในบริเวณถนนมิตรไมตรีตอนประมาณ 2 ทุ่มโดยมีตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเคลื่อนมาตามแนวถนนวิภาวดีรังสิตมาจนถึงบริเวณศาลาว่าการกรุงเทพในเวลาประมาณ 20.30 น. โดยมีผู้ชุมนุมที่บริเวณ สน.ดินแดงขว้างสิ่งของและยิงหนังสติ๊ก ปะทัดใส่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน มาทางแผงเหล็กของตำรวจที่เอามาขวางไว้ปากซอย

พ.ต.ต.ชวลิตกล่าวต่อว่าจากนั้นก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 20.39 น. ก่อนเกิดเหตุวาฤทธิ์ถูกยิงเพียง 5 นาที มีผู้ชุมนุมจุดไฟเผากรวยจราจรที่หน้าปากซอย สน.ดินแดงและจากการที่มีรั้วปิดกั้นซอยอยู่ก็ทำให้ผู้ชุมนุมผ่านเข้าไปในสน.ดินแดงไม่ได้แน่นอน เขาเห็นว่าถ้าจะมีกลุ่มคนที่ก่อเหตุในซอย สน.ดินแดงก็ไม่ใช่กลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินเข้าไปจากทางถนนมิตรไมตรีแล้วก่อเหตุได้

พ.ต.ต.ชวลิต อธิบายถึงเหตุการณ์ที่วาทธิ์ถูกยิงว่า เวลา 20.42 น. ผู้ชุมนุมบางส่วนนำแผงแบริเออร์มวางกั้นถนนมิตรไมตรีที่ตำรรวจชุดควบคุมฝูงชนกำลังเคลื่อนใกล้เข้ามาซึ่งวาฤทธิ์ก็อยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย แล้วจากนั้นอีก 2 นาทีต่อมาเวลา 20.44 น. จะเห็นภาพของวาฤทธิ์ล้มลงกับพื้นขณะวิ่งบนถนนมิตรไมตรีมุ่งหน้าไปทางสามแยกโรงกรองน้ำตรงข้ามกับสน.ดินแดง เมื่อทางคณะทำงานไปดูจุดที่เห็นว่าวาฤทธิ์ล้มลงก็พบกองเลือดและรูกระสุนบนกำแพงศาลาว่าการกรุงเทพมากกว่า 8 รอย จากรอยบนกำแพงพบว่าลักษณะการยิงมีมุมที่ค่อนข้างตั้งฉากกับกำแพง

ไลฟ์ของ The Reporter ที่ถ่ายจุดที่วาฤทธิ์ถูกยิงขณะเจ้าหน้าที่จากกองพิสูจน์หลักฐานกำลังตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

พ.ต.ต.ชวลิตกล่าวถึงคลิปที่ถ่ายจากแฟลตในซอยสน.ดินแดง คลิปดังลก่าวถ่ายภาพบริเวณด้านหน้าของ สน. ที่ทำให้เห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ที่เดินออกมาจากท้ายซอย สน.ดินแดง แล้วใช้อาวุธปืนจริงยิงขึ้นมาทางปากซอยเรื่อยๆ เขาระบุว่าในคลิปมีเสียงปืน 15 นัดและแยกได้ 2 ลักษณะเสียง คณะทำงานเชื่อว่าเสียงปืน 15 นัดนี้มาจากปืน 2 กระบอกขึ้นไป โดยในช่วงท้ายคลิปเมื่อหมดเสียงปืนแล้วกลุ่มคนดังกล่าวก็ยังอยู่ที่บริเวณหน้าสน.ดินแดง และแม้ว่าจะอยู่ท่ามกลางความมืดก็เห็นคนหนึ่งในคลิปว่าสวมเสื้อสีขาว

“ทำไมเด็กชายบี (วาฤทธิ์) ถึงต้องวิ่ง จากที่ดูในคลิปก็จะเห็น กลุ่มผู้ก่อเหตุ มีเสียงปืน 15 นัด จะเห็นว่าผู้ชุมนุมคนอื่นบนถนนมิตรไมตรีบริเวณปากซอย สน.ดินแดงก็ย่อมได้ยินเสียงปืนเหมือนกันแล้วก็วิ่งหลบจากบริเวณนั้น คณะทำงานก็ได้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตั้งแต่ช่วงเย็นที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าควบคุมพื้นที่ได้แล้วก็ไม่พบว่าผู้ชุมนุมที่อยู่บนถนนมิตรไมตรีบริเวณตรงนี้มีลักษณะตกใจหรือว่าหลบปืนหรือเสียงดังจาก สน.ดินแดง ยกเว้นช่วงเวลาเดียวเลยคือเวลาในคลิปนี้”

“บ่งชี้ว่าเหตุการณ์ที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์ในคลิปเมื่อกี้ที่มีการยิงกระสุนปืนหลายนัดก็เป็นจังหวะเดียวเท่านั้นในคลิปที่ยิงไป ตรงกับคลิปที่เด็กชายบีล้มลง ก็จะเห็นได้ว่าผู้ก่อเหตุนี้ยิงปืนถึง 15 นัด อยู่บริเวณด้านหน้า สน.ดินแดงที่มีตำรวจอยู่ใน สน.เป็นจำนวนมาก อยู่ข้างแฟลตดินแดงด้วยที่มีคนพักอาศัยเป็นจำนวนมาก ก็เป็นการกระทำที่อุกอาจเช่นกันที่ชี้ว่าพวกเขาก็ไม่ยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมืองเหมือนกัน แล้วก็พวกเขาก็คงจะเชื่อว่าผู้รักษากฎหมายจะไม่สามารถเอาผิดพวกเขาได้หรือไม่สนใจเอาผิดกับพวกเขาเลยหรือเปล่าเขาถึงกล้าก่อเหตุได้อุกอาจขนาดนี้” พ.ต.ต.ชวลิตสรุป

พ.ต.ต.ชวลิตยังชี้ให้เห็นอีกว่าทั้งเหตุการณ์ของธนพลและวาฤทธิ์มีความเชื่อมโยงกันคือผู้ก่อเหตุใช้ปืนยิงหลายนัดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมายเหมือนกันในเวลาไล่เรี่ยกัน ซึ่งทางคณะทำงานก็ได้พบเส้นทางการเคลื่อนที่ของผู้ก่อเหตุยิงธนพลจากภาพกล้องวงจรปิดที่บริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 14จับภาพไว้ได้ก็เห็นว่าผู้ก่อเหตุใช้รถจักรยานยนต์ 6 คัน คันละ 2 คน ขับออกมาปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 ซึ่งเขาเห็นว่าในซอยยังมีกล้องอีกหลายตัวที่สามารถดูเส้นทางที่คนร้ายเคลื่อนที่ได้เรื่อยๆ จนไปถึงบ้านของคนก่อเหตุได้ไม่ยาก

พ.ต.ต.ชวลิตอธิบายว่าหลังจากธนพลโดนยิง ภาพกล้องวงจรปิดทำให้เห็นว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุขี่จักรยานยนต์ออกจากพื้นที่ไปทางถนนประชาสงเคราะห์มุ่งหน้าห้วยขวาง แต่คณะทำงานพบอีกว่ามีซอยประชาสงเคราะห์ 21 ที่อยู่ใกล้เคียงกันที่สามารถเชื่อมต่อไปยังซอยสน.ดินแดงได้แล้วก็ระยะทางจากปากซอยถึงท้ายซอย สน.ดินแดง อยู่ห่างกันประมาณ 300 เมตร คณะทำงานฯ จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดของกทม.และกล้องวงจรปิดของเซเว่นฯ ที่หน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 21ก็พบว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุยิงธนพลได้เลี้ยวเข้าซอยประชาสงเคราะห์ 21ไป

“จากเส้นทางการเคลื่อนที่มันเชื่อมโยงกันและเวลาที่สัมพันธ์กันและลักษณะก่อเหตุที่มีความอุกอาจแบบเดียวกันทางขณะทำงานเชื่อได้ว่าทั้งสองเหตุการณ์นี้เกิดจากผู้ก่อเหตุกลุ่มเดียวกัน เราก็สงสัยว่าเวลาผ่านไปเกือบเดือนแล้วไม่เห็นความคืบหน้าคดีของตำรวจต่อการก่อเหตุของชายฉกรรจ์กลุ่มนี้ที่ไม่เกรงกลัวอะไรเลยเหมือนไม่กลัวตำรวจจะมาจับเลย เราก็ยังไม่หยุดที่จะหาหลักฐานเพื่อที่จะตอบข้อสงสัยเหล่านี้ ก็ได้ตรวจสอบไปยังคลิปถ่ายทอดสดของสำนักข่าวต่างๆ ในคืนที่เกิดเหตุเพื่อที่จะเห็นมุมมองอะไรใหม่ๆ จากเตหุการณ์นี้บ้าง”

พ.ต.ต.ชวลิตกล่าวถึงการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ชุมนุมในคืนวันนั้นที่หน้าสน.ดินแดงของไทยรัฐและรีพอตเตอร์ช่วงเวลาประมาณ 3 ทุ่มว่าได้ถ่ายให้เห็นตำรวจชุดควบคุมฝูงชนที่เดินมาถึงหน้า สน.ดินแดงจะเห็นว่าจากที่สน.ดินแดงปิดไฟอยู่ก็ได้เปิดไฟขึ้นมาแล้วทำให้เห็นว่ามีกลุ่มชายฉกรรจ์คล้ายกลุ่มผู้ก่อเหตุยิงเด็กทั้งสองคนอยู่ในบริเวณด้านในรั้ว สน.ดินแดง ด้วย

“ก็มีคำถามว่าทำไมกลุ่มชายฉกรรจ์หลายคนถึงอยู่ที่นี่ได้เป็นสิ่งที่คณะทำงานต้องการคำตอบเป็นอย่างมากและเชื่อว่าประชาชนคนไทยทั้งประเทศก็ต้องการคำตอบเช่นกัน ถ้าหากผู้กำกับ สน.ดินแดงบอกว่าในรั้วสน.ดินแดงมีแต่ตำรวจเท่านั้น ก็ต้องถามว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุยิงและทำร้ายร่างกายเด็กชายเอ (ธนพล) แล้วก็ประชาชนที่สัญจรผ่านไปมา รวมถึงกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุหน้า สน.ดินแดงที่ก่อเหตุยิงเด็กชายบี (วาฤทธิ์) อย่างไม่เกรงกลัวตำรวจ เป็นตำรวจหรือเปล่า ถ้าจะบอกว่าคนที่อยู่ในรั้ว สน.ดินแดงเป็นตำรวจ”

ทั้งนี้ พ.ต.ต.ชวลิตกล่าวปิดท้ายการแถลงว่าว่า ขณะนี้ทางคณะทำงานก็ยังไม่ได้สรุปว่าคนที่เห็นในรั้ว สน.ดินแดง กับกลุ่มชายฉกรรจ์ที่ก่อเหตุทั้งสองกรณีเป้นกลุ่มคนเดียวกันหรือไม่ก็คงต้องให้ทางตำรวจที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงและเข้าถึงข้อมูลหลักฐานได้มากกว่านี้อีกมากเช่น กล้องวงจรปิดของ สน.ดินแดงเอง ซึ่งอยากให้ช่วยชี้แจงว่าคนกลุ่มนี้เป็นใครกันแน่ และประชาชนเองก็คงไม่ได้คาดหวังเพียงว่าทางตำรวจจะมาปฏิเสธปากเปล่าว่าไม่เกี่ยวข้องเท่านั้นแต่คาดหวังให้ตำรวจนำหลักฐานที่ชัดเจนกลุ่มคนนี้มาจากไหนแล้วมีความสัมพันธ์อย่างไรกับตำรวจ สน.ดินแดง และยังคาดหวังให้ตำรจจจะติดตามจับกลุ่มคนร้ายให้ได้โดยเร็วเพื่อที่ตำรวจเองจะไม่ต้องตกเป็นจำเลยสังคมไปมากกว่านี้

ข้อสังเกตท้ายรายงาน

1. กรณีหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 ปรากฎกลุ่มบุคคลติดอาวุธที่ไม่ใช่ผู้ชุมนุม มีความมุ่งร้ายต่อผู้ชุมนุมอย่างชัดเจน แม้จะปรากฎว่าผู้ชุมนุมเป็นเยาวชนที่ไม่มีอาวุธใดๆ และไม่ได้กำลังก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใด แต่คนกลุ่มนี้ก็ไม่ลังเลที่จะใช้ความรุนแรงในระดับที่สามารถทำให้บาดเจ็บรุนแรงและเสียชีวิตได้ในทันทีที่พบเห็น

2. มีหลักฐานให้เชื่อได้ว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุบริเวณหน้าปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 ได้เดินทางเข้าร่วมก่อเหตุรุนแรงบริเวณหน้า สน.ดินแดงด้วย กลุ่มคนที่ก่อเหตุทั้งสองจุดนี้มีพฤติกรรมอุกอาจ พร้อมจะใช้อาวุธปืนกับผู้ชุมนุมโดยไม่สนใจว่าจะกระทบต่อชีวิตของผู้ชุมุนุมหรือผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องในพื้นที่สาธารณะแม้แต่น้อย

3. กลุ่มผู้ก่อเหตุกระทำการอย่างอุกอาจด้วยอาวุธร้ายแรง ในสถานที่ที่คนปกติธรรมดาย่อมไม่กล้ากระทำ กล่าวคือ สถานที่แรกคือบนท้องถนนในเขตชุมชน ในช่วงเวลาที่มีผู้คนสัญจรไปมาอย่างคับคั่ง มีกล้องวงจรปิดทั้งของหน่วยราชการและเอกชนติดตั้งอยู่จำนวนมาก สถานที่ที่สองคือหน้าสถานีตำรวจดินแดงในช่วงเวลาที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ภายในสถานีจำนวนมาก และอีกด้านหนึ่งของสถานีตำรวจเป็นอาคารที่พักอาศัยที่มีคนอาศัยอยู่จำนวนมากเช่นกัน คนที่จะกล้ากระทำเช่นนี้ได้ย่อมต้องเชื่อมั่นว่าตนจะสามารถรอดพ้นจากกฎหมายบ้านเมือง หรือเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายจะเอาหูไปนาเอาตาไปไร่ต่อการกระทำของพวกเขาเป็นแน่

4. มีเหตุผลหลายประการที่ทำให้ประชาชนต้องตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ กล่าวคือ

4.1. จากวันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 1 เดือนเต็มแล้ว ทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามจับกุมกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กระทำการอุกอาจบริเวณปากซอยประชาสงเคราะห์ 14 ได้เลย?

ถนนเส้นนี้มีกล้องวงจรปิดทั้งของกรุงเทพมหานครและร้านค้าเอกชนติดตั้งตลอดเส้นทาง ยังไม่นับพยานบุคคลจำนวนมากที่ผ่านมาในช่วงเวลานั้น และคนที่ถูกทำร้ายร่างกายอีกหลายคน กรณีนี้มีข้อมูลหลักฐานมากพอ ที่เพียงรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจลงมือเก็บรวบรวมขึ้นมาเท่านั้น การติดตามจับกุมคนกลุ่มนี้อาจทำให้ได้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หน้า สน.ดินแดงได้อีกด้วย ฉะนั้น หากกรณีนี้เกินขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ดินแดง ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ควรพิจารณาการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านอย่างจริงจังและอย่างเร่งด่วน

4.2. การที่ผู้กำกับ สน.ดินแดงออกมายอมรับว่าผู้ชายที่ยิงปืนจากชั้น 2 ของสน.ดินแดงเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจจริง เกิดขึ้นหลังจากมีการเผยแพร่คลิปวิดีโอของประชาชนผ่านโซเชียลมีเดียและสื่อต่างๆ แล้ว หากไม่มีหลักฐานจากฝ่ายประชาชน ผู้กำกับ สน.ดินแดงจะออกมายอมรับเหตุการณ์นี้หรือไม่ กระนั้น มีคลิปวิดีโออีกชิ้นหนึ่งที่ชี้ว่า มีบุคคลมากกว่า 1 คน ยิงออกมาจาก สน.ดินแดง และบุคคลนี้ไม่ได้ใส่เครื่องแบบตำรวจ คำถามคือชายคนนี้เป็นใคร หากเขาเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบ ๆ สามารถซุ่มยิงประชาชนจากความมืดได้กระนั้นหรือ? แต่หากเขาไม่ใช่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทำไมจึงปล่อยให้เขาใช้สถานที่ของ สน.ดินแดงในการทำร้ายประชาชน

กรณีนี้ยังทำให้ประชาชนมองว่าหากไม่จำนนด้วยหลักฐาน ประชาชนก็จะไม่ได้รับคำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นอน ประการสำคัญ ผู้กำกับ สน.ดินแดงยังไม่เคยอธิบายว่าทำไมเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องซุ่มยิงผู้ชุมนุมในความมืด

4.3. คำถามที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือ เพราะเหตุใดไฟฟ้าภายในอาคารของ สน.ดินแดงและไฟส่องทางในซอยหน้า สน.ดินแดงจึงถูกปิดจนหมดในช่วงเวลาตึงเครียดของคืนวันที่ 16 สิงหาคม?

มีหลักฐานจากคลิปวิดีโอของสำนักข่าวหลายรายที่บันทึกภาพเหตุการณ์ในช่วงเวลาหลัง ด.ช.วาฤทธิ์ถูกยิงแล้ว ชี้ว่าไฟฟ้าในสถานีตำรวจและในซอยหน้าสถานียังใช้การได้ดี สามัญสำนึกของคนทั่วไปย่อมเห็นว่าในช่วงสถานการณ์ตึงเครียดเช่นนี้ จะไม่เป็นการสมเหตุสมผลกว่าหรือที่เจ้าหน้าที่ฯ จะเปิดไฟให้ส่องสว่างทั่วทั้งบริเวณ โดยเฉพาะหากเจ้าหน้าที่ตำรวจเกรงว่าผู้ชุมนุมจะพากันบุกรุกสถานีตำรวจ หากมีผู้ชุมนุมละเมิดกฎหมาย ความสว่างย่อมช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามหาผู้กระทำผิดได้ง่ายดายยิ่งขึ้น ฉะนั้น การปิดไฟทั้งหมดของเจ้าหน้าที่ฯ สน.ดินแดงโดยไม่มีเหตุผลจึงส่งผลตรงกันข้าม กล่าวคือ ความมืดได้ช่วยปกปิดตัวตนของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ณ หน้าบ้านของท่านเอง เป็นเสมือนการปิดสวิทช์กล้องวงจรปิดของ สน.ดินแดงไปโดยปริยาย

กระนั้นก็ตาม แม้ว่ากล้องวงจรปิดของ สน.ดินแดงและในซอยหน้า สน. ไม่สามารถเป็นหลักฐานที่ดีได้ แต่มีหลักฐานที่ชี้ว่าคนกลุ่มนี้เดินมาจากท้ายซอย และน่าจะมาจากซอยประชาสงเคราะห์ 21 หากเจ้าหน้าที่ฯ สนใจติดตามหลักฐานจากกล้องวงจรปิดจำนวนมากตั้งแต่ปากซอยประชาสงเคราะห์ 12 เป็นต้นมา เราเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ฯ จะได้หลักฐานที่สามารถนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้ไม่ยากเลย แต่ข้อเท็จจริงที่ปรากฏตลอดกว่า 1 เดือนที่ผ่านมา กลับเป็นสิ่งที่น่าผิดหวังอย่างยิ่ง และมีแต่จะทำให้ประชาชนตั้งคำถามต่อการปฏิบัติหน้าที่ผู้รักษากฎหมายของเจ้าหน้าที่ตำรวจมากยิ่งขึ้น

สุดท้าย ในช่วงเวลาที่กลุ่มบุคคลในซอยหน้า สน.ดินแดงระดมยิงใส่ผู้ชุมนุมที่ปราศจากอาวุธนี้ ภายในอาคารของสน.ดินแดงมีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะเหตุใดพวกท่านจึงอยู่นิ่งเฉย ไม่ออกมาทำการจับกุม แต่กลับปล่อยให้คนกลุ่มนี้ลอยนวลพ้นผิดต่อหน้าต่อตาของพวกท่าน เช่นนี้แล้วประชาชนจะฝากความหวังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำหน้าที่พิทักษ์สันติสุขของประชาชนได้อย่างไร

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์