ศูนย์ทนายฯ เผยเด็กชาย 14 ปี ถูกจับกุมแจ้ง ม.112 เหตุกล่าวหาเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติดินแดง #ม็อบ12กันยา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเผยเด็กชายอายุ 14 ปี ถูกจับกุมแจ้ง ม.112 เมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 เหตุกล่าวหาเผาซุ้มเฉลิมพระเกียรติดินแดง #ม็อบ12กันยา - เร่งฟ้องอีกคดี อัยการขอให้ลงโทษสถานหนัก “ไรเดอร์” จัดคาร์ม็อบชัยภูมิ จำเลยยืนยันคาร์ม็อบไม่เสี่ยงแพร่โควิด - ตร.ขอนแก่น แยกห้องสอบสวน 2 นศ.หลังจับ เหตุเผารูป ไม่ให้ติดต่อใคร ให้ใช้ทนายที่เตรียมไว้ ก่อนศาลให้ประกัน - อัยการส่งฟ้อง ‘ผู้ร่วมคาร์ม็อบกำแพงเพชร’ ทั้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน – พ.ร.บ.ชุมนุม แม้กฎหมายระบุไม่บังคับใช้

18 ก.ย. 2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 เวลาประมาณ 17.00 น. ด.ช. นัท (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ถูกตำรวจนอกเครื่องแบบราว 5-6 นาย เข้าควบคุมตัวที่หมู่บ้านย่านพระราม 2 ขณะกำลังเตะฟุตบอลเล่นกับเพื่อนๆ จากกรณีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ร่วมชุมนุมและทำให้เกิดเพลิงไหม้ซุ้มเฉลิมพระเกียรติ บริเวณทางลงด่วนดินแดง ถนนวิภาวดี เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2564 เวลาประมาณ 23.50 น. 
 
จากคำบอกเล่า กลุ่มตำรวจนอกเครื่องแบบได้ทำการขอค้นบ้านของนัท โดยไม่มีหมายค้นและมีการตรวจยึดโล่ รวมถึงเสื้อผ้าที่อ้างว่านัทใส่ไปชุมนุม และได้ถูกขอโทรศัพท์ไปตรวจสอบ โดยขอให้บอกรหัสโทรศัพท์มือถือแก่ตำรวจด้วย  ภายหลังจากเข้าค้นบ้าน ตำรวจได้นำตัวนัทไปจับมาถามปากคำ โดยไม่มีหมายจับ” ที่ สน.เทียนทะเล โดยไม่ได้มีหมายจับ เจ้าหน้าที่อ้างในบันทึกการแจ้งข้อกล่าวหาว่าเป็นการ “เชิญตัว” มาเพื่อถามปากคำ

ก่อนที่จะนำตัวนัทไปยัง สน.ดินแดง ในเวลาประมาณ 21.30 น. โดยมีมารดาติดตามไป ตำรวจนอกเครื่องแบบได้พูดคุยกับแม่ของนัท โดยมีการอัดวิดีโอการสนทนาด้วยโทรศัพท์มือถือ ก่อนจะนัดให้มาที่ สน.ดินแดงอีกครั้งในวันรุ่งขึ้น 

ทั้งสองต้องอยู่ในสน.ดินแดง ตั้งแต่เวลาประมาณ 21.30 น.-02.00 น. ก่อนจะได้กลับบ้านในช่วงตี 5 ซึ่งเริ่มมีรถแท็กซี่วิ่งอีกครั้ง

วันที่ 15 ก.ย. 2564 เวลา 9.00 น. นัท แม่ และป้า นั่งรถตู้โดยสารมาที่ สน.ดินแดง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนโดยตำรวจในเครื่องแบบ  โดยมีที่ปรึกษากฎหมาย ที่ตำรวจจัดหาให้ นักจิตวิทยา และอัยการ ทนายความได้ให้คำแนะนำว่าให้นัทเล่าทุกอย่างโดยละเอียด

ต่อมาทราบว่า พนักงานสอบสวน พ.ต.ท.สุรพล จันทร์สมศักดิ์ ได้บรรยายพฤติการณ์ในบันทึกแจ้งข้อกล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 64  ได้มีกลุ่มผู้ชุมนม ชื่อ กลุ่มทะลุแก๊ส จํานวนหลายคน มารวมกันชุมนุม ที่บริเวณแยกดินแดง กันตั้งแต่เวลา 14.00 เป็นต้นไป ในการชุมนุมดังกล่าวมีการขว้างปาประทัด ระเบิด และใช้ลูกแก้วยิงด้วยหนังสติ๊กเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตํารวจควบคุมฝูงชนที่มาดูแลสถานการณ์

จนเมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. และ 23.50 น. ของวันเกิดเหตุ มีซุ้มเฉลิมพระเกียรติบริเวณทางด่วนพิเศษเฉลิมมหานครเกิดเพลิงไหม้ โดยในช่วงเวลา 19.00 น. พบว่ามีเหตุเพลิงไหม้ซุ้มเฉลิมพระเกียรติฝั่งขาเข้า และเวลา 23.50 น. เกิดเพลิงไหม้บริเวณซุ้มเฉลิมพระเกียรติฝั่งขาออก

ภายหลังจากเหตุการณ์ชุมนุมดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตํารวจได้ตรวจสอบภาพวงจรปิด ปรากฏภาพของตัวผู้ต้องหานี้ ลักษณะอยู่ในพื้นที่ชุมนุม ปืนขึ้นมาบริเวณจุดเกิดเหตุ และใช้ของเหลวราดบริเวณเสาของซุ้มเฉลิมพระเกียรติทําให้เกิดเพลิงไหม้

พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้แก่ ด.ช.นัท จำนวน 6 ข้อหา ประกอบด้วย

1. ประมวลกฎหมายอาญา ม.112 หมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์
2. ประมวลกฎหมายอาญา ม.217 ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์
3. ประมวลกฎหมายอาญา ม. 215 ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดความรุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง
4. ประมวลกฎหมายอาญา ม. 216 เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกมั่วสุมแล้วไม่เลิก
5. ฝ่าฝืน พ.ร.บ.โรคติดต่อ ร่วมกันกระทำการใดๆ ซึ่งอาจก่อภาวะไม่ถูกสุขลักษณะ ซึ่งอาจให้เกิดการแพร่ระบาดของโรค
6. ฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ทั้งเรื่องการร่วมชุมนุมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค และออกนอกเคหสถานระหว่างเคอร์ฟิว

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

เร่งฟ้องอีกคดี อัยการขอให้ลงโทษสถานหนัก “ไรเดอร์” จัดคาร์ม็อบชัยภูมิ จำเลยยืนยันคาร์ม็อบไม่เสี่ยงแพร่โควิด

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 16 ก.ย. 2564 พนักงานอัยการจังหวัดชัยภูมิเร่งรัดยื่นฟ้อง ศุภากร คำประดิษฐ สมาชิกคณะราษฎรชัยภูมิ ในฐานความผิด ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยการใช้เครื่องขยายเสียง กล่าวหาว่าจัดคาร์ม็อบชัยภูมิ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 เสี่ยงต่อการแพร่โควิด หลังตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาเพียง 1 เดือน ทั้งยังขอให้ศาลลงโทษสถานหนัก อ้างว่าขาดความรับผิดชอบต่อส่วนรวม 

หลังศาลรับฟ้อง และถามคำให้การเบื้องต้นผ่านวีดิโอคอนเฟอเรนซ์ โดยศุภากรให้การปฏิเสธเช่นเดียวกับชั้นสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวศุภากรใส่กุญแจมือจากห้องขังด้านหลังศาลมายังห้องคุ้มครองสิทธิ ผู้พิพากษาสอบถามแนวทางในการต่อสู้คดี ศุภากรยืนยันว่าเป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญและคาร์ม็อบในวันดังกล่าวไม่ได้เสี่ยงต่อการแพร่ของโควิดดังที่ถูกฟ้อง 

ต่อมา ศาลมีคำสั่งให้ประกันโดยไม่ต้องวางหลักประกันตามที่ทนายความยื่นคำร้อง โดยให้ศุภากรทำสัญญาประกันไว้ หากผิดสัญญาประกันปรับ 30,000 บาท นัดสอบคำให้การและตรวจพยานหลักฐานวันที่ 1 พ.ย. 2564 เวลา 09.00 น.

หลังศาลมีคำสั่งให้ประกันศุภากรยังถูกใส่กุญแจมือควบคุมตัวกลับไปที่ห้องขังด้านหลังศาล เพื่อรอเจ้าหน้าที่ทำสัญญาประกัน ก่อนที่ 1 ชั่วโมงต่อมา ศุภากรจึงได้รับการปล่อยตัว รวมเวลาถูกขังขณะรอการประกันตัวถึง 3 ชั่วโมง

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ตร.ขอนแก่น แยกห้องสอบสวน 2 นศ.หลังจับเหตุเผารูป ไม่ให้ติดต่อใคร ให้ใช้ทนายที่เตรียมไว้ ก่อนศาลให้ประกัน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมือเช้าตรู่วันที่ 17 ก.ย. 2564 ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 4, ภูธรจังหวัดขอนแก่น และ สภ.เมืองขอนแก่น นับสิบนาย บุกเข้าจับกุม “เจมส์” (นามสมมติ) และ “บอส” (นามสมมติ) 2 นักศึกษา คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในบ้านพักย่านหลังมหาวิทยาลัย โดยแสดงหมายจับของศาลจังหวัดขอนแก่นที่ จ.181/2564 และ 182/2564 ในข้อหา ‘ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์’ และเข้าตรวจค้นที่พักของทั้ง 2 นักศึกษา พร้อมยึดรถยนต์ คอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์มือถือ และกุญแจห้องไปจากห้องของเจมส์ จากนั้นขณะควบคุมตัวทั้งสองไปสอบสวนที่ สภ.เมืองขอนแก่น แล้ว ตำรวจได้เข้าค้นที่พักของบอสอีกเป็นครั้งที่ 2 และตรวจยึดคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค โทรศัพท์ และเสื้อผ้าของบอส 

ตั้งแต่เช้าที่ สภ.เมืองขอนแก่น มีการนำแผงเหล็กมากั้นรอบ ตำรวจนำผ้ามาคลุมป้ายสถานีตำรวจไว้ พร้อมตำรวจในชุดควบคุมฝูงชนมากกว่า 50 นาย ประจำจุดเข้า – ออก นอกจากนี้ยังไม่อนุญาตให้ผู้ที่ติดตามมาให้กำลังใจทั้งสองเข้าไปยังบริเวณสถานีตำรวจ  

ตำรวจควบคุมตัวบอสไปถึง สภ.เมืองขอนแก่นในเวลาประมาณ 8.00 น. ส่วนเจมส์ไม่ทราบเวลาที่แน่ชัดว่าเขาถูกคุมตัวมาถึงสถานีตำรวจในช่วงเวลาใด ทั้งสองถูกจับแยกคนละห้องเพื่อทำบันทึกการจับกุมและสอบปากคำ โดยในช่วงแรกไม่มีใครทราบว่า เจมส์ถูกจับมาที่ สภ.ในคดีเดียวกันด้วย เมื่อเสฐียรพงศ์ ล้อศิริรัตน์ ทนายความเครือข่ายศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนติดตามไปที่ สภ.เมืองขอนแก่น จึงเข้าร่วมกระบวนการทำบันทึกจับกุมและสอบปากคำบอสเพียงคนเดียว โดยไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ปุณณริศว์ ธรานันทเศรษฐ์ สอบปากคำเจมส์อยู่อีกห้อง มี ร.ต.ต.พิบูรณ์ เจริญสุข ทนายความที่ตำรวจเตรียมไว้ให้เข้าร่วม 

ต่อมาเวลา 14.00 น. ศาลจังหวัดขอนแก่นมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวนักศึกษาทั้งสอง โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์ประกัน และตั้งให้รองคณบดีเป็นผู้กำกับดูแล โดยให้นักศึกษาทั้ง 2 คน ให้คำมั่นว่าจะเข้ารายงานตัวกับรองคณบดีตามวันเวลาที่ศาลกำหนด หากไม่มารายงานตัวจะถูกปรับคนละ 35,000 บาท ให้รายงานตัวนัดแรกวันที่ 29 ก.ย. 2564 

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

อัยการส่งฟ้อง ‘ผู้ร่วมคาร์ม็อบกำแพงเพชร’ ทั้งข้อหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน – พ.ร.บ.ชุมนุม แม้กฎหมายระบุไม่บังคับใช้

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าเมื่อวันที่ 17 ก.ย. 2564 ที่ศาลจังหวัดกำแพงเพชร นายอภิสิทธิ์ พรมฤทธิ์ อายุ 44 ปี อดีตผู้สมัคร นายก อบจ. กำแพงเพชร ของคณะก้าวหน้า ได้ถูกพนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร ยื่นฟ้องในข้อกล่าวหาฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดกำแพงเพชร และไม่แจ้งการชุมนุมสาธารณะ ตาม พ.ร.บ.ชุมนุมฯ ในคดีเข้าร่วมกิจกรรมกิจกรรมคาร์ม็อบ #กำแพงเพชรจะไม่ทน เพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 ก่อนศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว โดยไม่ต้องวางหลักทรัพย์

คดีนี้ อภิสิทธิ์ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สภ.เมืองกำแพงเพชร เมื่อวันที่ 19 ส.ค. 64 โดยให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และพนักงานสอบสวนได้นัดส่งสำนวนคดีให้กับอัยการไปเมื่อวันที่ 3 ก.ย. ที่ผ่านมา และนัดรายงานตัวต่อมา

ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. อภิสิทธิ์ ได้เข้ารายงานตัวที่สำนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชร เพื่อฟังคำสั่งทางคดี พร้อมกับนำหนังสือร้องขอความเป็นธรรม ขอให้อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องคดี เข้ายื่นด้วย เนื่องจากยืนยันว่าการฟ้องคดีลักษณะนี้ไม่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ ทั้งข้อเท็จจริง เขาไม่ใช่ผู้จัดกิจกรรม แต่เป็นเพียงประชาชน 1 ใน 400 คน ตามที่พนักงานสอบสวนกล่าวหาว่าเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว อีกทั้งในทางกฎหมายกิจกรรมคาร์ม็อบที่อภิสิทธิ์ถูกกล่าวหา ก็ไม่เข้าองค์ประกอบทางกฎหมายที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อโควิด-19 การที่เขาถูกดำเนินคดีนี้เป็นการใช้กฎหมายที่มีโทษทางอาญา เพื่อปิดกั้นการเรียกร้องต่อรัฐบาลถึงปัญหาต่างๆ ของประชาชน

หลังเจ้าหน้าที่สำนักงานอัยการจังหวัดกำแพงเพชรรับหนังสือร้องขอความเป็นธรรมแล้ว อภิสิทธิ์ได้รอการพิจารณาอยู่เกือบ 1 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ได้กลับมาแจ้งว่าทางอัยการจะมีคำสั่งฟ้องคดีในวันนี้เลย โดยให้อภิสิทธิ์กลับมารายงานตัวอีกครั้งในเวลา 13.00 น. เพื่อส่งตัวฟ้องต่อศาล 

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์