15 ปี รัฐประหาร 19 กันยา กับระบอบคณาธิปไตย Military Officer ถึงระบอบประยุทธ์

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

จุดจบของ พล.อ.อาวุโส ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเป็นอย่างไรขอให้กลับไปดูจุดเริ่มต้น เพราะทางออกของปัญหาอยู่ที่ทางเข้ามา หันไปดูเหตุและผลของการกระทำ เพราะกรรมของประยุทธ์และพวกเกิดจากผลของการกระทำทั้งสิ้น การคอร์รัปชั่นอำนาจเข้ามา การสืบทอดอำนาจผ่านกฎหมายรัฐธรรมนูญ และปัจจุบันนี้ยังเผด็จอำนาจอยู่ กลายเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดในแผ่นดิน โดยมี ส.ว.ค้ำบัลลังก์อำนาจ ผูกขาดการบริหารราชการแผ่นดิน บีบบังคับพรรคการเมือง โดยไม่ตระหนักว่า "อำนาจมีแนวโน้มแห่งความฉ้อฉล อำนาจเด็ดขาดจึงฉ้อฉลอย่างเบ็ดเสร็จ" และการใช้อำนาจต้องมาพร้อมกับความผิดรับชอบ แต่ประยุทธ์ไม่มี วันนี้ประชาชนจึงกำลังพิพากษาความผิดให้เขา แทนกระบวนการตุลาการที่ไม่ทำงาน และองค์กรอิสระถูกแทรกแซง

การรัฐประหาร 19 กันยา ครบรอบ 15 ปีในวันนี้ นอกจากจะเป็นการช่วงชิงชัยชนะของประชาชนด้วยกระบอกปืนแล้ว ยังได้สถาปนาการกลับมาของระบอบ Military Officer ที่ถูกขาดอำนาจโดยรูปแบบคณาธิปไตยของชนชั้นนำอย่างชัดเจน ภายหลังจากนั้น ระบอบ Military Officer ได้ออกกฎหมายจัดตั้ง กอ.รมน. ขึ้นใหม่ในพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. 2551 กลายเป็นรัฐทหารคู่ขนานรัฐบาลพลเรือน และออกพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ. 2551 เพื่อให้การจัดโผทหารไม่อยู่ภายใต้รัฐบาลพลเรือนอีกต่อไป

การรัฐประหารซ้ำสองในปี 2557 นั้น จากรูปแบบ Military Officer เผด็จการ คมช. กลายมาเป็นการสถาปนา "ระบอบประยุทธ์" ขึ้นอย่างมั่นคง ภายใต้การค้ำบัลลังก์ของ ส.ว.และนายพลอาวุโส นำโดยกลุ่ม 3 ป. โดยมีพล.อ.ประวิตร บัญชาพรรค และพล.อ.อนุพงษ์ ดูแลมวลชนผ่านกระทรวงมหาดไทย ส่วนประยุทธ์นั้น นอกจากบัญชารัฐแล้วยังบัญชาปืนอีกด้วย ในฐานะประธานกรรมการตำรวจแห่งชาติและรัฐมนตรีกลาโหม ควบคุมกองทัพ กำกับตำรวจอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแต่เพียงผู้เดียว

 การเข้ามาด้วยการประกาศกฎอัยการศึก 2457 คำสั่งหัวหน้าคณะปฏิวัติ มาจนถึงการประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 2548 มากว่า 1 ปี 6 เดือนนั้น ได้สร้างระบอบอำนาจนิยมขึ้นในรัฐไทยอย่างสมบูรณ์ และออกกฎหมายเอื้อประโยชน์ชนชั้นนำอย่างมากมายมหาศาล ทั้งนายทุน ขุนศึก ศักดินา นักธุรกิจการเมือง และเสนาพาณิชย์ทั้งหลายต่างได้ผลประโยชน์กันไปถ้วนหน้า แบ่งแยกประชาชนกับอธิปไตย และแบ่งแยกความมั่งคั่งในหมู่ประชาชนอย่างชัดเจน ระหว่างชนชัั้นนำ และราษฎร

15 ปีจากระบอบคณาธิปไตย Military Officer มาสู่ระบอบประยุทธ์ ที่มี ส.ว.เป็นฐานค้ำบัลลังก์ และเลือกตั้งนายกฯ คือปัญหาพื้นฐานทั้งหมดที่นำมาสู่วิกฤตการเมืองและรัฐสภาในปัจจุบัน เพราะระบอบประยุทธ์ได้สร้างเผด็จการรัฐสภาขึ้นใหม่ ส่งเสริมเผด็จการทุนนิยมพรรคการเมือง เผด็จอำนาจทางปกครอง และส่งเสริมเผด็จการทางเศรษฐกิจ ผูกขาดความร่ำรวยจนเกิดความเหลื่อมล้ำมหาศาลเป็นอันดับ 1 ของโลกในปัจจุบัน 

ทั้งหมดนั้นคือการคอร์รัปชั่นอนาคตของลูกหลานไทยจนมองไม่เห็นหนทางแก้ไข นอกจากการออกมาขับไล่ประยุทธ์และพวกเท่านั้น และวันนี้พวกเขา หลงในอำนาจทั้งหมดที่ตนได้มาจนไร้ยางอายต่อประชาชน พรรคร่วมรัฐบาลทั้งหลายก็คิดว่าตกกระไดพลอยโจนเพราะตนเองได้ผลประโยชน์ไปด้วย แต่การทำธุรกิจการเมืองโดยการใช้คณะรัฐมนตรีออกคำสั่งมีชอบต่่างๆ จะกลายเป็นจุดจบของรัฐบาลและพรรคร่วม รวมถึงอนาคตของ 3 ป. จุดจบอาจจะไม่ต่างจากจอมพลถนอม-ประภาศ-ณรงค์ 3 ทรราชในอดีต 

การที่ระบอบประยุทธ์ได้ออกแบบอำนาจนิยมใหม่และใช้อำนาจกองทัพ (Military) อำนาจตุลาการ (judiciary) และสถาบันกษัตริย์ (Monachy) เป็นเครื่องมือในการรักษาอำนาจและใช้อำนาจของตนเองนั้น ล้วนจะทำให้สนิมเกิดจากเนื้อในตน ความไม่ชอบธรรมของระบบจะถูกตั้งคำถามและกลับมาเผาผลาญระบอบประยุทธ์และพวกในที่สุด เพราะยังเติร์กในกองทัพ ในตุลาการ และผู้จงรักภักดีทั้งหลายที่ต้องการให้สถาบันกษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monachy) สนับสนุนและส่งเสริมระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข คงไม่ยินยอมให้อำนาจปลอมหรืออำนาจฉ้อฉลทั้งหลายเหล่านั้นมาบั่นทอนประชาชน บั่นทอนคุณค่าและสังคมประชาธิปไตยไทยที่มีการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องอีกต่อไปได้

ประชาชนไทยก็คือครอบครัวใบใหญ่ ประชาธิปไตยก็คือรูปแบบการปกครองที่ให้เกียรติแก่พลเมืองทุกคนเป็นเจ้าของประเทศและมีหน้าที่ปกป้องรับใช้สังคมส่วนรวมร่วมกัน คนหนุ่มสาวทั้งหลายในปัจจุบันจึงมองข้ามระบอบประยุทธ์ไปถึงวันข้างหน้า คาดหวังอนาคต คาดหวังการเปลี่ยนแปลง คาดหวังสังคมประชาธิปไตย ความเป็นสังคมทางเศรษฐกิจและประชาธิปไตยทางการเมือง ที่ประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรัฐสวัสดิการ มีความหวังในการร่วมกันสร้างสรรค์เศรษฐกิจของประเทศ และมีรัฐบาลที่โปร่งใส มีธรรมาภิบาล มีการถ่วงดุล ในการบริหารบ้านเมืองเพื่อการพัฒนาชาติบ้านเมืองร่วมกัน

เส้นทางที่เรากำลังจะเดินต่อไปนั้นหลังพล.อ.ประยุทธ์คือ การกระจายอำนาจการปกครองทุกระดับ การปฏิรูปตำรวจและกองทัพ ข้าราชการออกมาทำหน้าที่ องค์กรอิสระทำหน้าที่ แต่ละสถาบันมีบทบาทและหน้าที่ของตนเองที่ชัดเจนและโปร่งใส ตรวจสอบได้ ที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยฯ ไม่มีใครละเมิดและเกิดการเลือกปฏิบัติทางกฎหมาย การทำให้เกิดความเท่าเทียมทางกฎหมายเท่ากันทุกคนแค่นั้นทำไม่ได้หรือประเทศไทย?

ปล่อยให้ความทรงจำในวันรัฐประหารยึดอำนาจการปกครอง กลายเป็นเพียงแค่ฝันร้ายของพลเมืองไทยในยุคที่ผ่านมาก็พอ

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์