ทางการมาเลฯ เจรจาไทยส่งหญิงข้ามเพศมาเลฯ กลับไปดำเนินคดีแต่งหญิงร่วมพิธีกรรมทางศาสนาอิสลาม

เมื่อวานนี้หลายสื่อรายงานว่าทางการมาเลเซียกำลังเจรจากับฝั่งไทยเพื่อให้ส่งตัว นูร์ ซาญัตหญิงข้ามเพศเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางที่ลี้ภัยเข้ามาไทยเพื่อกลับไปดำเนินคดีที่เธอเคยแต่งหญิงเข้าร่วมพิธีกรรมทางศาสนาในรัฐซาลังงอร์

ภาพจากทวิตเตอร์ของนูร์ ซายัติ

เมื่อวานนี้(20 ก.ย.64) ข่าวสดและโคโคนัทกัวลาลัมเปอร์รายงานว่า ทางการมาเลเซียเจรจาให้รัฐบาลไทยส่งตัว นูร์ ซาญัต (Nur Sajat) หรือ มุฮัมมัด ซาญัต กามารุซซามาน (Muhammad Sajad Kamaruzzaman) หญิงข้ามเพศวัย 36 ปี เจ้าของธุรกิจเครื่องสำอางค์ กลับหลังจากที่เธอเดินทางเข้ามาในประเทศไทยเพื่อขอสถานะผู้ลี้ภัยกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ระหว่างที่ถูกดำเนินคดีแต่งตัวเป็นหญิงเข้าพิธีกรรมของอิสลามในศาลของรัฐเซลังงอร์ ประเทศมาเลเซีย

รายงานข่าวระบุว่าเธอถูกสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) ของไทยเข้าจับกุมตัวนูร์ ซายัติในฐานความผิดเข้าเมืองผิดกฎหมายตั้งแต่เมื่อวันที่ 8 ก.ย.2564 ในคอนโดมิเนียมหรูแห่งหนึ่งในกรุงเทพ โดยทางตม.ไทยและตำรวจมาเลเซียมีการแบ่งปันข้อมูลเพื่อติดตามจับกุมเธอครั้งนี้ แต่ทาง ตม.ได้ปล่อยตัวโดยนูร์ ซายัติวางหลักทรัพย์ประกันเป็นเงินประมาณ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 66,000 บาท และต้องรายงานตัวต่อศาลทุก 14 วัน

นูร์ ซายัติได้ลงทะเบียนขอสถานะผู้ลี้ภัยกับทาง UNHCR แล้วหลังจากรัฐบาลมาเลเซียยกเลิกหนังสือเดินทางของเธอ และเธอกำลังทำเรื่องขอลี้ภัยไปประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้จากการรายงานของโคโคนัทเมื่อเวลา 16.35 น.(ตามเวลาประเทศไทย)ของวันที่ 20 ก.ย.2564 ระบุว่าทั้ง UNHCR และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนออสเตรเลียยังไม่ได้ออกมาให้ข่าวต่อเรื่องนี้ แต่ข่าวสดรายงานเมื่อเวลา 18.35 น.วันเดียวกันระบุว่าเจ้าหน้าที่จาก UNHCR มารับตัวนูร์ ซายัติไปแล้ว

โคโคนัทรายงานว่าได้ประสานกับพล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเมื่อ 20 ก.ย.2564 ได้รับทราบว่าเขาจะตรวจสอบกับทางทีมเกี่ยวกับรายงานดังกล่าว

ทั้งนี้ทางรัฐบาลมาเลเซียกำลังเจรจราเพื่อให้ทางรัฐบาลไทยส่งตัวนูร์ ซายัติในฐานะ "ผู้ร้ายข้ามแดน" กลับไปดำเนินคดีต่อในศาลของรัฐซาลังงอร์ หลังจากเธอไม่ปรากฏตัวต่อศาลตามนัดพิจารณาคดีมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในคดีที่เธอถูกกล่าวหาว่าได้แต่งชุดบาจูกุรุงสีชมพูหรือชุดประจำชาติสำหรับผู้หญิงในพิธีกรรมของอิสลามที่โรงเรียนสอนศาสนาเมื่อปี 2561 ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายชารีอะห์มาตรา 10 ที่ห้ามหลบหลู่ดูหมิ่นหรือล้อเลียนวิถีปฏิบัติหรือพิธีกรรมของอิสลาม ซึ่งมีโทษปรับอยู่ที่ 5,000 ริงกิต(ประมาณ 40,000 บาท) หรือมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือทั้งจำทั้งปรับ

โคโคนัทเคยรายงานเมื่อ 26 ก.พ.2564 ว่านูร์ ซายัติเคยถูกข่มขู่เอาชีวิตหลังจากที่เธอประกาศว่าต้องการจะออกจากอิสลามและยังถูกตามล่าโดยเจ้าหน้าที่การศาสนาอิสลามของรัฐซาลังงอร์ (The Selangor Islamic Religious Department, or JAIS)ถึง 122 นาย

หลังจากมีข่าวนูร์ ซายัตถูกจับกุมได้มีผู้ประท้วงในมาเลเซียหลายร้อยคนเดินขบวนเพื่อแสดงการสนับสนุนนูร์และภาวนาให้เธอปลอดภัย

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์