เพื่อไทยชี้ 'ประยุทธ์' ปราบยาเสพติดล้มเหลว-จับตาเกมการเมือง 3 ป. แบ่งขั้ว 'ป้อม-ตู่' ชัดเจน

โฆษกเพื่อไทย ชี้ 300 ชีวิตศูนย์บำบัดเมืองกาญฯ เป็น 'นรกบนดิน' ผลงานประยุทธ์แก้ยาเสพติดเหลว เหตุอยู่ในยุทธศาสตร์ชาติขาดความชัดเจน-กองทุน ป.ป.ส. ใช้งบมากเกินจำเป็น แนะให้ลอกการบ้าน 'ยิ่งลักษณ์' พร้อมชวนจับตาภาคต่อ พี่น้อง 3 ป. วัดพลัง ลงพื้นที่แบ่งขั้วชัดเจน ห่วงเล่นเกมส์การเมือง เมินแก้น้ำท่วม จับประชาชนครอบถุงดำทำประเทศไปต่อไม่ได้

22 ก.ย. 2564 อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่มีการเผยแพร่สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดที่ จ.กาญจนบุรี ในสภาพแออัด ไม่เหมาะกับการบำบัดผู้ติดยาเสพติดว่าเป็นความล้มเหลวโดยสิ้นเชิงของนโยบายปราบปรามยาเสพติดรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิดนรกบนดิน ผู้ติดยาเสพติดแม้กระทำผิด แต่ไม่จำเป็นปฏิบัติกับเขาเหมือนไม่ใช่คน สถานบำบัดผู้ติดยาเสพติดควรเป็นที่พึ่งสุดท้ายก่อนกลับไปใช้ชีวิตปกติ และช่วยลดปัญหาในเชิงสังคมได้

ทั้งนี้ เมื่อเปิดเข้าไปดูนโยบายการแก้ปัญหายาเสพติดของรัฐบาลพบว่าแผนการป้องกันและปราบปรามปัญหายาเสพติด ถูกบรรจุอยู่ในแผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (2561-2580) ในประเด็นความมั่นคงที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นแผนงานที่กว้าง ใช้ระยะเวลานาน และไม่มีการกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจน จึงไม่แปลกใจที่สถิติการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ล้มเหลวตลอดการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่ยึดอำนาจในปี 2557 จนถึงปี 2563 ผู้ติดยาเสพติดเพิ่มขึ้นเกือบทุกปี ถือเป็นอีกหลักฐานแห่งความล้มเหลวชิ้นโบว์ดำของยุทธศาสตร์ชาติอีกด้วย

 

โฆษกพรรคเพื่อไทยยังกล่าวอีกว่าสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) มีกองทุนป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ซึ่งพบว่าบางโครงการใช้งบประมาณไม่เหมาะสมและมากเกินความจำเป็น เช่น ในปี 2563 ใช้งบ 9.99 ล้านบาทไปกับการอบรมนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามยาเสพติดร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) รวมถึงการจ้างเหมาเอกชนดําเนินงานเพื่อสนับสนุนงานด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดถึง 81 ล้านบาท จึงอยากสอบถามว่า งบประมาณเหล่านี้ถูกใช้ไปเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างมีประสิทธิภาพหรือไม่ เหตุใดคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยยาเสพติดจึงแย่ลงเรื่อยๆ

 

โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวต่ออีกว่า อยากให้สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทบทวนการทำงานของตัวเองใหม่ เพราะตลอดการเข้ามาเป็นเจ้ากระทรวง การทำงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กรมราชทัณฑ์ สำนักงานคุ้มครองพยาน กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ รวมถึง ป.ป.ส. อ่อนด้อยซึ่งคุณภาพไม่สามารถเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชนได้

"ถ้าคิดวิธีแก้ปัญหาผู้ติดยาเสพติดไม่ออก ลอกการบ้านรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้นะคะ ท่านเคยประกาศนโยบายแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่ว่า 'ผู้เสพ คือ ผู้ป่วย' ขืนดันทุรังใช้ยุทธศาสตร์ชาติมาแก้ปัญหายาเสพติด แม้แต่แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ยังมองไม่เห็นเลยค่ะ" อรุณีกล่าว

จับตาภาคต่อ พี่น้อง 3 ป. วัดพลัง ลงพื้นที่แบ่งขั้วชัดเจน ห่วงเล่นเกมส์การเมือง เมินแก้น้ำท่วม

 

นอกจากนี้ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังกล่าวถึงกรณีความขัดแย้งภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ว่าได้สร้างความสั่นคลอนให้กับเสถียรภาพของรัฐบาลในการบริหารบ้านเมืองอย่างหนัก เริ่มตั้งแต่การที่ พล.อ.ประยุทธ์ ปลดคนใกล้ตัวของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ พยายามสร้างพลังกดเบ่งในพรรคด้วยการดึงบริวารในวงล้อมตัวเองเข้ามาในพรรค ทั้งสมศักดิ์ เทพสุทิน, วิรัช รัตนเศรษฐ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ แต่ก็ไม่สามารถยึดพรรคได้ และน่าแปลกใจว่าในช่วงนี้มีการรื้อฟื้นหลายคดีที่ถูกดองไว้ขึ้นมาเป็นประเด็นอีกครั้ง ทั้งกรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติให้ตั้งองค์คณะไต่สวน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยกับพวกรวม 6 ราย เหตุอนุมัติให้ บริษัท เคทีดี พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ในเครือกระทิงแดง ใช้ที่ดิน “ป่าชุมชน” ใน จ.ขอนแก่น 31 ไร่ ขยายเขตโรงงาน หรือแม้กรณีที่ศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ The MATTER ชนะคดีฟ้อง ป.ป.ช.ที่ไม่เปิดเผยข้อมูลผลสอบพลเอกประวิตร ยืมนาฬิกาเพื่อน  ศาลสั่ง ป.ป.ช.ให้เผยผลสอบข้อเท็จจริงด้วย

อรุณี กล่าวอีกว่า ขอให้ประชาชนจับตาดูการลงพื้นที่น้ำท่วมในจังหวัดเพชรบุรี และพระนครศรีอยุธยาในวันนี้ (22 ก.ย. 2564) ของทั้ง 3 ป. เพราะจะเป็นการแบ่งขั้วทางการเมืองระหว่าง พล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร อย่างชัดเจน ส.ส. และรัฐมนตรี ที่จะย้ายไปอยู่พรรคใหม่จะไปเพชรบุรีกับ พล.อ.ประยุทธ์ ส่วนที่ยังคงอยู่ พปชร. จะไปอยุธยากับ พล.อ.ประวิตร ทั้งในความเป็นจริงแล้วการลงพื้นที่เพื่อดูปัญหาน้ำท่วมเป็นแค่การจัดฉากเพื่อเอาประชาชนมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเท่านั้น นอกจากนี้ ในพื้นที่ จ.ชลบุรีซึ่งเกิดน้ำท่วมหนักเป็นปัญหาเรื้อรัง แต่นายกฯ และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกลับไม่สนใจ แม้แต่รัฐมนตรีแรงงานที่เป็นคนพื้นที่ชลบุรี ยังไม่สนใจในความเดือดร้อนของประชาชน แต่กลับไปให้ความสำคัญกับเกมส์การเมืองที่ ทั้ง 3 ป. กำลังวัดพลังสนับสนุนกันอยู่ แสดงให้เห็นว่าคนเหล่านี้ไม่เคยมีประชาชนอยู่ในหัวใจตั้งแต่แรก หากไม่มีปัญหาการเมืองในพรรคคงไม่ลงพื้นที่แย่งซีนกันเอง สุดท้ายคนที่รับกรรมคือประชาชน ที่ยังต้องทนอยู่ในถุงดำของประเทศ ครอบไว้จนแทบจะขาดอากาศหายใจ ขาดอนาคต ขาดความหวัง ขาดการมีชีวิตที่ดี อนาคตมืดมนไร้หนทาง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์