‘เมนู’ รับทราบข้อหา ม.112 ที่ สภ.หาดใหญ่ ย้ำเสรีภาพการแสดงออก เป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์

เมื่อ 22 ก.ย.ที่ผ่านมา 'เมนู' สุพิชฌาย์ ชัยล้อม นักกิจกรรมการเมืองคนรุ่นใหม่ เดินทางจากเชียงใหม่ เพื่อไปรับทราบข้อกล่าวหา ม.112 ที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา จากกรณีปราศรัยม็อบหาดใหญ่ เมื่อ 30 พ.ย. 63 เจ้าตัวย้ำเสรีภาพการแสดงออกคือสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ยืนยันไม่เสียกำลังใจ พร้อมสู่ต่อ

‘เมนู’ สุพิชฌาย์ ชัยล้อม นักกิจกรรมการเมืองคนรุ่นใหม่
 

23 ก.ย. 64 ผู้สื่อข่าว 'มติชนออนไลน์' รายงานเมื่อวันที่ 22 ก.ย. 64 เวลา 13.40 น. สุพิชฌาย์ ชัยล้อม หรือเมนู นักกิจกรรมการเมืองรุ่นใหม่ เดินทางจาก จ.เชียงใหม่ ไปที่ สภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ม.112 จากกรณีร่วมปราศรัยม็อบหาดใหญ่ เมื่อ 30 พ.ย. 2563 โดยมี พ.ต.ท.จิรศักดิ์ ฉวีนิล เป็นผู้กล่าวหา 

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานผ่านทวิตเตอร์ @TLHR2014 ว่า เมนูได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนพนักงานสอบสวนจะปล่อยตัวเมนูไป โดยไม่มีการควบคุมตัวไว้

 

เมนู โพสต์ข้อความบนกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะ ‘Maynu Supitcha’ เผยแพร่คลิปวิดีโอที่เธอให้สัมภาษณ์ความรู้สึกหลังการรับทราบข้อหาที่ สภ.หาดใหญ่ โดยเมนู เผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งกับเธอว่า เนื้อหาในการปราศรัยที่ อ.หาดใหญ่ เมื่อวันที่ 30 พ.ย. 64 มีเนื้อหาดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ จากนั้น ตำรวจให้เธอดูข้อความ และคลิปเสียงปราศรัยที่ทำให้เธอถูกแจ้งข้อกล่าวหา  

เมนู ยืนยันด้วยว่า การพูดเรื่องสถาบันกษัตริย์ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน และไม่ใช่เป็นการดูหมิ่นหรืออาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ แต่การออกมาพูดเพื่อต้องการให้ประเทศดีขึ้น มีประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และสถาบันกษัตริย์อยู่ร่วมกับประชาชนได้

นักกิจกรรมการเมืองรุ่นใหม่ ย้ำด้วยว่า เธอไม่ได้กลัวหมายการดำเนินคดี และไม่ได้เสียกำลังใจ พร้อมยืนยันว่า เธอจะออกมาพูดถึงประเด็นนี้เรื่อยๆ 

"เราขอยืนยันในฐานะคนที่ออกมาพูดเรื่องนี้ว่า มันคือสิทธิ์ และเราไม่ได้ดูหมิ่น ไม่ได้อาฆาตมาดร้ายเลยแม้แต่สักนิด สิ่งที่เรากำลังทำ คือการออกมาพูด เพื่อให้ประเทศนี้มันดีขึ้น เพราะเราต้องการให้เราสามารถอยู่กับสถาบันพระมหากษัตริย์ได้ เราต้องการให้ประเทศเรามีประชาธิปไตยอย่างที่เขาพูดจริงๆ"

"...เราไม่ได้รู้สึกเสียกำลังใจ ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่เราทำมันผิด ...สิ่งที่เราจะทำต่อไปนี้คือเราจะพูดต่อไปเรื่อยๆ ยิ่งคุณพูดออกมาเยอะ ๆ คุณจะช่วยคนที่มีตราบนนิ้วมือแบบนี้ได้ (เมนูชูมือให้เห็นรอยหมึกทั้ง 5 นิ้ว เพื่อประทับตรารับทราบข้อหา) สิทธิในการวิจารณ์ สิทธิในการพูด อะไรก็ตามที่เราอยากออกมาเรียกร้อง มันคือสิทธิที่เราทำได้ แต่เราแค่ยืนอยู่ผิดประเทศ" เมนู ทิ้งท้าย

ทั้งนี้ กลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะ "Maynu Supitcha" ระบุถึงบรรยากาศการายงานตัวของเธอวันนี้ มีตำรวจในเครื่องแบบ 30 นาย นอกเครื่องแบบ 20 นาย ชุดหน่วยกู้ระเบิด พร้อมโดรน 1 ลำ บริเวณหน้าทางเข้า สภ.หาดใหญ่ พร้อมแผงกั้นตรงป้าย สภ. ขณะที่ประชาชนทุกคนที่จะเข้ามาในบริเวณ สภ. ต้องได้รับการตรวจบัตรประชาชนก่อน 

ผู้สื่อข่าว 'มติชนออนไลน์' รายงานด้วยว่า กลุ่มนักกิจกรรมที่ใช้ชื่อว่า "เด็กเปรต" ทำกิจกรรมทัวร์ สภ.หาดใหญ่ เนื่องในวโรกาสหมายเรียก 112" พร้อมเผยแพร่ภาพสดผ่านทางกลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะ "เด็กเปรต" 

จากไลฟ์สดดังกล่าว พบว่าสมาชิกกลุ่มเด็กเปรต คุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าไม่ได้มาม็อบ แต่มาถ่าย Vlog ถ่ายกิจวัตรประจำวัน จากนั้น เจ้าหน้าที่ขอดูบัตรประชาชน แต่สมาชิกกลุ่มกลุ่มเด็กเปรต ระบุว่า ‘ถ่ายไม่ได้’ แต่อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ถ่ายบัตรประชาชนของสมาชิกคนดังกล่าวไว้

เวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแจกใบประชาสัมพันธ์ที่จัดทำโดย ฝ่าย งานมวลชนสัมพันธ์ สภ.หาดใหญ่ เรื่อง "ให้ป้องกันการแพร่ระบาด" โดยนักกิจกรรมอ่านข้อความในใบปลิวดังกล่าว ความว่า

1. จ.สงขลา เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมเกิน 5 คน ทั้งนี้ นักกิจกรรม ได้นับจำนวนสมาชิก 3 คน ก่อนกล่าวว่า ‘ข้อนี้ผ่าน’

2. เจ้าหน้าที่นอกเครื่องแบบ สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ นักกิจกรรมกล่าวว่า "รับทราบ" และขอเบรกโฆษณา ด้วยการ ตะโกน 'I here too' ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบทำการบันทึกภาพและวิดีโออย่างต่อเนื่อง

ผู้สื่อข่าวมติชนออนไลน์ รายงานด้วยว่า นอกจากนี้ ยังระบุว่าตอนท้ายว่า หากฝ่าฝืนบทบัญญัติแห่งกฎหมาย คำสั่ง หรือข้อกำหนดเกี่ยวกับการชุมนุมสาธาณะ อาจโดนคดีอาญาย้อนหลังได้

สมาชิกกลุ่มเด็กเปรตคนเดิม กล่าวต่อว่า งานนี้มีทีเด็ด จากนั้นเดินไปยังรถตู้ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งติดกล้องวงจรปิดหลายตัวบนหลังคารถ ซึ่งมีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนั่งอยู่เต็มคันรถ

สมาชิกกลุ่มเด็กเปรต กล่าวว่า “กล้องวงจรปิดอย่างดี จากภาษีประชาชน” จากนั้น เดินเข้าไปสัมภาษณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจนอกเครื่องแบบถึงการมาทำหน้าที่วันนี้ แต่ไม่มีเจ้าหน้าที่รายใดตอบ

สมาชิกกลุ่มเด็กเปรต กล่าวต่อว่า ประเด็นหลักวันนี้มาเพื่อต่อสู้เคียงข้างเพื่อนเรา คือ "เมนู" ที่บินตรงมาจากจ.เชียงใหม่ พร้อมกล่าวด้วยว่า เยาวชนไม่สมควรถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมาย ม.112 ก่อนอ่านป้าย "อุดมคติตำรวจ" ความว่า

"เคารพเอื้อเฟื้อต่อหน้าที่ กรุณาปราณีต่อประชาชน อดทนต่อความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภผล มุ่งบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์แก่ประชาชน ดำรงตนในยุติธรรม กระทำการด้วยปัญญา
รักษาความไม่ประมาทเสมอชีวิต" นักกิจกรรมกลุ่มเด็กเปรต อ่านข้อความ

นอกจากนี้ นักกิจกรรมกลุ่มเด็กเปรต ยังมีการเดินสอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถึงผู้บังคับบัญชาที่ดูแลกรณีนี้ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินหนี นักกิจกรรมจึงสอบถามย้ำว่า 'ตอบคำถามประชาชนได้หรือไม่' อย่างไรก็ดี มีเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่งตอบว่า ให้เป็นเรื่องของผู้บังคับบัญชาดีกว่า นักกิจกรรมสอบถามต่อว่า คือใคร ชื่ออะไร โดยตำรวจกล่าวว่า ประชุมอยู่ เป็นรองผู้กำกับการ ที่สั่งการ

นักกิจกรรมจากกลุ่มเด็กเปรต กล่าวว่า เราลุกขึ้นมาวิพากษ์วิจารณ์ พูดถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในสังคม เชื่อว่าสิทธิเสรีภาพในการพูดของคนนั้น 'มี' และเราจะไม่ยอมให้มีการลิดรอนสิทธิเสรีภาพ สิ่งไหนไม่ดี ก็ต้องทำให้ดี มันเป็นยุคของเราที่ต้องแก้ไขสิ่งอุบาทว์ของสังคม และเชื่อว่าสังคมจะพัฒนาได้ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า กลุ่มที่ใช้ชื่อว่า “เด็กเปรต” ยังเปิดเผยคลิปโดรนเจ้าหน้าที่ ซึ่งนำมาบินรอบ สภ.หาดใหญ่ กลุ่ม "เด็กเปรต" ระบุว่า "บินโดรนต้อนรับผู้ต้องหาหมายเรียก112 #ปังนะน้องสภหาดใหญ่"

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์