ศาลให้ประกันสองนักกิจกรรม ‘มายด์’ ภัสราวลี และธนพร ปมปราศรัยคาร์ม็อบ1สิงหา จ.สระบุรี

อัยการศาลแขวงสระบุรี มีคำสั่งฟ้องสองนักกิจกรรม ‘มายด์’ ภัสราวลี และ ธนพร วิจันทร์ หลังถูกดำเนินคดี พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาฯ จากกรณีปราศรัยคาร์ม็อบ1สิงหา จ.สระบุรี ก่อนที่ต่อมา ศาลจะอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว

ธนพร วิจันทร์ (ซ้าย) - ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (ขวา)
 

23 ก.ย. 64 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานผ่านทวิตเตอร์ @TLHR2014 วันนี้ (23 ก.ย.) เวลา 16.08 น. อัยการศาลแขวงสระบุรีมีคำสั่งฟ้อง ธนพร วิจันทร์ อายุ 50 ปี นักกิจกรรมด้านสิทธิแรงงาน และ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือ “มายด์” อายุ 25 ปี นักกิจกรรมกลุ่มราษฎร หลังทั้งสองคนถูกดำเนินคดีข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ จากกรณีร่วม #ม็อบ1สิงหา คาร์ม็อบสระบุรี นัดรวมตัวโดย ราษฎรสระบุรี เรียกร้องและต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลนำโดยประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้งการจัดสรรวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด-19 ต่อมา ศาลอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว โดยให้สาบานตนต่อหน้าศาลว่าจะมาตามนัดหรือหมายเรียก 

ทั้งนี้ ศาลแขวงสระบุรีนัดพร้อมสอบคำให้การ ตรวจพยานหลักฐาน กำหนดนัดสืบพยาน วันที่ 22 พ.ย. 64 เวลา 9.00 น

ทั้งนี้ คาร์ม็อบ จ.สระบุรี นัดรวมตัวโดย กลุ่มเฟซบุ๊กสาธารณะ ‘สระบุรี ไม่เอาเผด็จการ’ เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 64 เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อการบริหารงานของรัฐบาลในช่วงโควิด-19 และการจัดสรรวัคซีนโควิด-19 

ลักษณะของการทำกิจกรรม ผู้ชุมนุมจะใช้ยานพาหนะเป็นรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ เคลื่อนขบวนไปเส้นทางต่าง ๆ โดยเริ่มที่ใต้สะพานข้ามแยกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระบุรีซึ่งเป็นจุดนัดรวมตัว ไปยังจวนผู้ว่าราชการ จ.สระบุรี ขณะที่ในวันดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมราว 150 คน

ธนพรซึ่งเป็นแกนนํากลุ่มผู้ใช้แรงงานจังหวัดสระบุรี และเป็นผู้ถูกกล่าวหา ทําหน้าที่เป็นผู้ปราศรัยบนรถกระบะติดตั้งเครื่องเสียง พูดปราศรัยแสดงความคิดเห็นตามเส้นทางมาโดยตลอดแต่เพียงผู้เดียว ซึ่งมีเนื้อหาสาระพูดในเชิงขับไล่พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้พ้นจากตําแหน่งนายกรัฐมนตรี และการบริหารงานที่ผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลในเรื่องนโยบายของจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพต่ำมาให้กับประชาชน และการแพร่ระบาดของโควิด-19 

ต่อมา เวลาประมาณ 17.10 น. ‘มายด์’ ภัสราวลี เดินทางมาถึงที่ชุมนุมบริเวณหน้าจวนผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี และขึ้นปราศรัยโจมตีการบริหารงานของผู้ว่าราชการจังหวัดสระบุรี บริหารจัดการปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี และการบริหารจัดการของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐบาลในปัญหาเรื่องการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเรื่องการบริหารจัดหาวัคซีน ก่อนได้ประกาศยุติการชุมนุมเมื่อเวลาประมาณ 18.20 น. และหลังกิจกรรม พ.ต.ต.ยศธเดช สุขเทียบ แจ้งความกล่าวหาทั้งสองคน

เมื่อวันที่ 26 ส.ค. 64 ที่ สภ.เมืองสระบุรี ธนพร และมายด์ ภัสราวลี เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พ.ร.บ.โรคติดต่อ และ พ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงฯ โดยธนพร และ ‘มายด์’ ภัสราวลี ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือภายใน 14 ก.ย. 64 ขณะที่พนักงานสอบสวนนัดส่งตัวอัยการในวันที่ 15 ก.ย. 64 

เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 64 อัยการศาลแขวงสระบุรีมีคำสั่งฟ้องทั้งสองคน และศาลมีคำสั่งปล่อยตัวชั่วคราวในเวลาต่อมา

อัยการสั่งฟ้อง 2 คดี คาร์ม็อบลพบุรี ทั้ง #ม็อบ1สิงหา และ #ม็อบ15สิงหา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าวานนี้ (22 ก.ย. 64) ที่ศาลแขวงลพบุรี พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลพบุรี มีคำสั่งฟ้อง "ภานุพงษ์" (สงวนนามสกุล) และ "ชมะนันท์" (สงวนนามสกุล) ในความผิดฐาน ฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินฯ พ.ร.บ.โรคติดต่อ และร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต สืบเนื่องจากการจัด​​กิจกรรมคาร์ม็อบลพบุรี เมื่อวันที่ 15 ส.ค.ที่ผ่านมา เพื่อขับไล่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

ก่อนหน้านี้ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองลพบุรี แจ้งข้อกล่าวหาแก่ชมะนันท์ และภาณุพงษ์ ในวันที่ 27 ส.ค. 64 และวันที่ 3 ก.ย. 64 ตามลำดับ ในชั้นสอบสวน จําเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ต่อมา หลังส่งสำนวนคดีให้อัยการ พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องทั้งสองคน บรรยายฟ้องโดยสรุปว่า เมื่อระหว่างวันที่ 14-15 ส.ค. 64 ภานุพงษ์ ชมะนันนท์ และพวก ได้นําข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ผ่านบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “ลพบุรีจะไม่ทนเผด็จการ” เป็นข้อความว่า “ฝากสาส์นนี้ส่งถึงคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านผู้ว่าลพบุรี ร่วมเขียนจดหมายถึงนายกประยุทธ์ คนปลิ้นปล้อน ปล้นอํานาจประชาชนกัน นํามาส่งได้ที่คาร์มอบลพบุรี ณ ลานอนุสาวรีย์จอมพล ป. เราจะนําไปส่งถึงมือท่านผู้ว่า ; #คาร์ม็อบลพบุรี #Carmobลพบุรี #ม็อบ15 สิงหา”

ต่อมา ในวันที่ 15 สิงหาคม จำเลยทั้งสองและพวกได้จัดกิจกรรมชุมนุม, ตั้งขบวนขับขี่รถยนต์และรถจักรยานยนต์ และใช้รถยนต์กระบะที่มีการติดตั้งเครื่องขยายเสียงและอุปกรณ์โดยใช้กําลังไฟฟ้าจํานวน 1 คัน ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์จอมพล ป. ผู้ร่วมชุมนุมได้ร่วมกันเคลื่อนขบวนรถไปตาม ถ.พระนารายณ์มหาราช และถนนสาธารณะภายในเขตเทศบาลเมืองลพบุรี ก่อนจะกลับมาที่ลาน อนุสาวรีย์จอมพล ป. อีกครั้ง ต่อมาจำเลยทั้งสองคนได้ร่วมกันกล่าวปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนเข้าร่วมการชุมนุม ผ่านเครื่องขยายเสียงที่ติดตั้งบนรถยนต์กระบะ

หลังอัยการยื่นฟ้องต่อศาลแขวงลพบุรี ทนายความยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งสองโดยไม่วางหลักทรัพย์ประกันตัว  ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างพิจารณาคดี โดยให้จำเลยสาบานตนว่าจะมาตามนัดหมายของศาล พร้อมกำหนดวันนัดพร้อมคดีในวันที่ 1 พ.ย. 64 เวลา 09.00 น. 

นอกจากนี้ ในวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา พนักงานอัยการคดีศาลแขวงลพบุรีได้ยื่นฟ้องคดีคาร์ม็อบ1สิงหา ของจังหวัดลพบุรี ซึ่งมีนักกิจกรรมอีก 2 ราย ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนข้อกำหนดเรื่องการชุมนุมของ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, พ.ร.บ.โรคติดต่อ และร่วมกันโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง 

ในส่วนของพฤติการณ์ตามคำฟ้องระบุว่า จำเลยทั้ง 2 ร่วมกับพวก ได้ร่วมกันนำเข้าข้อมูลสู่ระบบคอมพิวเตอร์ทางเฟซบุ๊กเพจ “ลพบุรีจะไม่ทนเผด็จการ” ชักชวนให้คนเข้าร่วมในกิจกรรมคาร์ม็อบ นัดรวมพลที่ลานอนุสาวรีย์จอมพล ป. ในวันที่ 1 สิงหาคม 2564 และได้มีการชักชวนให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมปิดป้ายทะเบียนรถของตัวเอง เพื่อป้องกันเจ้าหน้าที่คุกคาม

ในวันที่ 1 สิงหาคม ซึ่งเป็นวันนัดหมาย จำเลยกับพวกได้มารวมกันตามนัดหมาย มีการใช้รถกระบะติดตั้งเครื่องขยายเสียง จำนวน 1 คัน โดยเป็นการรวมกลุ่มที่มีคนมาร่วมกว่า 100 คน จากนั้นจำเลยและผู้ชุมนุมได้ขับรถไปตามถนนฃเขตเทศบาลเมืองลพบุรี แล้วเคลื่อนขบวนกลับมาที่ลานอนุสาวรีย์ และร่วมกันอภิปรายทางการเมืองผ่านเครื่องขยายเสียง

หลังจากสั่งฟ้องคดี ทนายความได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว ศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยให้จำเลยทั้ง 2 คนสาบานตนว่าจะมาตามนัด ไม่ต้องวางหลักทรัพย์ และกำหนดวันนัดพร้อมคดีต่อไปวันที่ 18 ต.ค. 64

อัยการเร่งฟ้องคดี 4 ผู้ร่วม “รวมพลังคนพันธุ์ R CAR MOB อาชีวะขับไล่เผด็จการ” 

ในวันนี้ 23 ก.ย. 64 พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องคดีของ 4 ผู้ต้องหาที่เข้าร่วมกิจกรรม "รวมพลังคนพันธุ์ R CAR MOB อาชีวะขับไล่เผด็จการ" จัดขึ้นโดยกลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่บริเวณวิทยาลัยเทคนิคมีนบุรี เมื่อวันที่ 31 ก.ค. 64 

คดีนี้ผู้ต้องหาทั้ง 4 นำโดย "ม่อน อาชีวะ" ธนเดช ศรีสงคราม กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนฯ ทยอยเดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.มีนบุรี มาตั้งแต่ปลายเดือน ส.ค. จนถึงต้นเดือน ก.ย.

ทั้ง 4 ถูกแจ้งข้อกล่าวหาเรื่องการฝ่าฝืนข้อกำหนดตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต และขับรถเป็นขบวนแห่ หรือเดินรถเป็นขบวนใดๆ ในลักษณะที่เป็นการกีดขวางการจราจร และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

หลังตำรวจส่งสำนวนคดีให้อัยการเมื่อวันที่ 13 ก.ย. 64 พนักงานอัยการได้มีคำสั่งฟ้องคดีในวันนี้ต่อศาลอาญามีนบุรี

ก่อนศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวทั้งสี่คน โดยไม่ต้องวางหลักประกัน แต่ทำสัญญาประกันว่าหากไม่มาตามนัด ให้ปรับเป็นเงินรายละ 20,000 บาท 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์