ราชทัณฑ์สอบข้อเท็จจริง กรณีชาวบ้านบางกลอย 13 ชีวิต ถูก จนท.เรือนจำโกนผมระหว่างฝากขัง ผิดหลักการกฎหมาย

ราชทัณฑ์มอบหมายให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณีชาวบ้านบางกลอยผู้ถูกกล่าวหาคดีบุกรุกแผ้วถางป่าแก่งกระจาน 13 คน ถูกโกนผมระหว่างถูกฝากขังเมื่อต้นเดือน มี.ค. หลัง มธ. ร้องเรียนว่าการกระทำดังกล่าวของ จนท.ผิดหลักการกฎหมาย 

 

24 ก.ย. 64 ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานจาก ภาคี Saveบางกลอย เมื่อวันที่ 23 ก.ย. 64 ระบุว่า กรมราชทัณฑ์ได้มอบหมายให้คณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรมราชทัณฑ์ ประชุมร่วมกับชาวบ้านบางกลอย พร้อมด้วย เฉลิมศรี ประเสริฐศรี วีรวัฒน์ อบโอ และ ส.รัตนมณี พลกล้า ซึ่งเป็นทนายความของชาวบ้าน เพื่อสอบข้อเท็จจริงกรณีเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2564 เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการราชทัณฑ์ในเรือนจำเขากลิ้ง จังหวัดเพชรบุรี โกนผมชาวบ้านผู้ถูกกล่าวหาในคดีบุกรุกแผ้วถางพื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน บริเวณบ้านบางกลอยบน 13 คน จาก 15 คน หลังมีการส่งตัวฝากขังที่เรือนจำ 

เจ้าหน้าที่แจ้งว่า กระบวนการสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นนี้เกิดจากการรับเรื่องร้องเรียนจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ขอให้กรมฯ ดำเนินการสอบข้อเท็จจริงจากชาวบ้าน กรณีชาวบ้านบางกลอยถูกโกนศีรษะขณะที่ถูกส่งตัวไปเรือนจำเพื่อฝากขัง 

การประชุมร่วมกับชาวบ้านบางกลอยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ตั้งแต่ 10.00-11.30 น. เป็นการประชุมด้วยระบบทางไกลผ่านโปรแกรม Zoom โดยมีชาวบ้านมาร่วมให้ปากคำทั้งสิ้น 12 คน จากทั้งหมด 13 คน 

หลังจากการสอบข้อเท็จจริง ส.รัตนมณี ทนายความ ให้ความเห็นว่า การสอบสวนนี้ไม่น่าจะส่งผลหรือเกี่ยวข้องต่อรูปคดี แต่เป็นเรื่องสิทธิของผู้ต้องหาที่ถูกนำตัวเข้าเรือนจำในขณะที่ศาลยังไม่ได้ตัดสินว่ามีความผิด เพียงแต่เอาไปฝากขังไว้ เพราะไม่ได้ประกันตัวในชั้นพนักงานสอบสวนในขณะนั้น ซึ่งในความเห็นของตนก็รู้สึกชื่นชมที่ทางกรมราชทัณฑ์ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าการฝากขังยังไม่ได้มีการพิจารณาคดีหรือรับโทษใดๆ ก็ไม่ควรถูกโกนผมเหมือนนักโทษ อีกทั้งทราบจากชาวบ้านบางกลอยด้วยว่า เรื่องการตัดผมสำหรับชาวกะเหรี่ยงถือเป็นเรื่องใหญ่ โดย พะตีนอแอะ และแยแย ซึ่งเป็นลูกหลานของ ปู่คออี้ มีมิ ผู้นำทางจิตวิญญาณผู้ล่วงลับ มีความเชื่อซึ่งเป็นมรดกตกทอดกันมาว่า ชาวกะเหรี่ยงจะไม่มีการตัดผมตลอดชีวิต และทั้ง 2 คน เคยลั่นสัจจะวาจาว่าถ้าถูกตัดผม จะขอยอมตาย ซึ่งชาวบ้านได้ให้ปากคำต่อเจ้าหน้าที่ที่สอบสวนในเรื่องนี้ด้วย

นอกจากนี้ ในการสอบข้อเท็จจริงได้มีการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจับกุมชาวบ้าน ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับเยาวชนมาพร้อมกับผู้ใหญ่ด้วย แล้วยังนำตัวไปดำเนินคดีและถูกฝากขังร่วมกับผู้ใหญ่ และถูกโกนผมไปด้วย โดยเยาวชนผู้ถูกกล่าวหาได้ชี้แจงต่อเจ้าหน้าที่ว่า ตอนที่โดนจับ เจ้าหน้าที่ไม่มีการถามอายุ อีกทั้งตนเองไม่มีความเข้าใจว่าต้องแจ้งแก่เจ้าหน้าที่ว่าตนไม่ควรถูกดำเนินคดีพร้อมกับผู้ใหญ่คนอื่น เมื่ออยู่ที่เรือนจำก็ไม่ได้มีการสอบถามเกี่ยวกับอายุของตน ทั้งๆ ที่ขณะถูกจับ ตนอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น

ทนายความ ส.รัตนมณี ตั้งข้อสังเกตถึงกรณีการถูกโกนผมของชาวบ้านทั้ง 13 คน เมื่อมีการส่งตัวเข้าเรือนจำโดยที่ยังไม่ได้ตัดสินว่าเป็นผู้กระทำผิดนั้น ปัญหาสำคัญ คือ การเอาชาวบ้านเข้าไปอยู่ในเรือนจำร่วมกับผู้กระทำผิด กลายเป็นว่าพวกเขาต้องถูกบังคับราวกับคนที่ถูกตัดสินพิพากษาลงโทษ หรือแม้กระทั่งถูกฟ้องแล้ว อีกทั้งชาวบ้านยังไม่ควรถูกโกนผม เพราะว่ายังถือเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ จึงเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นอกจากนี้ กรณีของชาวบ้านบางกลอยถือเป็นกรณีที่พิเศษ เนื่องจากชาวบ้านมีปัญหาเรื่องกำแพงภาษา ทำให้ไม่สามารถโต้แย้งหรือคุ้มครองสิทธิของตนเองได้เต็มที่ ซึ่งจากการสอบข้อเท็จจริง ชาวบ้านยืนยันกับคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงว่า ตอนที่เจ้าหน้าที่ถาม ชาวบ้านก็ยืนยันว่าไม่ต้องการโกนผม แม้จะไม่มีการใช้กำลัง แต่ชาวบ้านเองก็ไม่รู้ข้อบังคับ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ใช้คำพูดบังคับว่าต้องทำแบบนั้นแบบนี้ เช่น ชาวบ้านบอกว่า เจ้าหน้าที่พูดว่าพวกคุณทำผิดแล้วก็ต้องทำตามกฎ เมื่อชาวบ้านพยายามโต้แย้ง แต่ก็ไม่เป็นผล และมีปัญหาทางภาษาในการสื่อสาร
 

อยากให้กรณีการร้องเรียนและการตรวจสอบกรณีนี้เป็นกรณีตัวอย่างที่ทางกรมราชทัณฑ์จะนำไปปรับปรุงแก้ไขไม่ให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะกรณีการเข้าเรือนจำระหว่างฝากขังนั้น มีการกล่าวกันตลอดมาว่าไม่ควรจะกระทำ

'บอย' ชาติชาย แกดำ (ซ้าย) และ พชร คำชำนาญ (รูปขวา-คนซ้าย) สองสมาชิกภาคี Saveบางกลอย ทำการแสดงเชิงสัญลักษณ์ จำลองสถานการณ์การผลักดันชาวบ้านบางกลอยให้ออกจากใจแผ่นดิน โดยมีการล่ามโซ่ รวมถึงกล้อนผม หน้าหอศิลป์ ปทุมวัน เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 64 (ที่มา ภาคีSaveบางกลอย)

นายพงษ์ศักดิ์ ต้นน้ำเพชร ชาวบ้านบางกลอย ที่ได้เข้าร่วมประชุมเพื่อสอบข้อเท็จจริง กล่าวถึงความรู้สึกที่มีคณะกรรมการจากราชทัณฑ์เข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงตรงนี้ว่า การพูดคุยเป็นไปด้วยดี คณะกรรมการก็ได้ถามอย่างตรงไปตรงมา เจ้าหน้าที่เรือนจำพูดอย่างไร กระบวนการต่างๆ จัดการยังไง และชาวบ้านก็เล่าให้กรรมการสอบข้อเท็จจริงฟังว่าถูกบังคับยังไง กรณีการถูกโกนผมเจ้าหน้าที่ทำอย่างไงบ้าง พร้อมเผยความรู้ด้วยว่า ตนรู้สึกดีใจที่กรมราชทัณฑ์ตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว

นายพงษ์ศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ตนอยากขอบคุณทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ยื่นข้อร้องเรียนถึงกรมราชทัณฑ์ ลำพังชาวบ้านเองอาจจะไม่รู้เรื่องราวต่างๆ ว่าการถูกโกนหัวระหว่างถูกฝากขังถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน 

“รู้สึกดีใจที่กรมราชทัณฑ์ออกมาตั้งคณะกรรมการและมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ก็คาดหวังไว้ว่า เหตุแบบนี้ไม่ใช่กรณีของบางกลอย แต่กับกรณีอื่นๆ ที่ไม่ได้เป็นผู้ต้องหาแค่ถูกฝากขัง ไม่ควรถูกโกนหัว ทางราชทัณฑ์เองอาจจะมีมาตรการ หรือข้อบังคับให้กับเจ้าหน้าที่ทุกคนได้รับทราบว่าวิธีการยังไม่ถูกต้อง ก็ควรปรับปรุงในส่วนนี้” พงษ์ศักดิ์ ทิ้งท้าย

ในขั้นตอนต่อจากนี้ คณะกรรมการกรมราชทัณฑ์แจ้งว่า จะมีการรับฟังข้อคิดเห็นอย่างรอบด้านทั้งกับเจ้าหน้าที่เรือนจำ ชาวบ้านบางกลอยคนอื่นๆ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้เกิดความยุติธรรม และทำเป็นข้อสรุปเสนอต่ออธิบดีกรมราชทัณฑ์อีกที 

 

หมายเหตุ มีการปรับพาดหัวและเนื้อหามาเป็นปัจจุบันเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 64 เวลา 10.46 น. 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์