ตาลีบันเตรียมฟื้นโทษประหารและตัดมือ อ้างหลักศาสนาและความปลอดภัย

ตาลีบันเตรียมรื้อฟื้นโทษประหารและการตัดมือกลับมาอีกครั้ง เหมือนสมัยที่เคยเป็นรัฐบาลช่วงปี 2539-2544 ที่จัดให้มีการลงโทษตัดอวัยวะหรือประหารชีวิตคนกลางสนามกีฬาต่อหน้าสาธารณะ อ้างทำตามหลักศาสนา และจำเป็นต่อการป้องปรามเพื่อให้เกิดความปลอดภัย

มุลเลาะห์ นูรุดดิน ทูราบี หนึ่งในผู้ก่อตั้งกลุ่มติดอาวุธตาลีบัน ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2564 ว่า กลุ่มตาลีบันที่เพิ่งจะยึดอำนาจอัฟกานิสถานเมื่อเดือน ส.ค. 2564 จะนำโทษประหารชีวิตและการตัดมือกลับมาอีกครั้ง

ทูราบีกล่าวว่า การลงโทษดังกล่าวจะไม่กระทำในที่สาธารณะเสมอไป อีกทั้งยังเตือนไม่ให้โลกเข้ามาแทรกแซงอำนาจจากรัฐบาลใหม่ของตาลีบัน ทูราบีกล่าวว่า "ทุกคนวิจารณ์เราในเรื่องที่พวกเราลงโทษคนในสนามกีฬา แต่พวกเราไม่เคยพูดอะไรเกี่ยวกับกฎหมายและการลงโทษของพวกเขา ... ไม่มีใครที่จะมาบอกเราได้ว่ากฎหมายของพวกเราควรเป็นอย่างไร พวกเราทำตามหลักศาสนาอิสลาม และจะทำให้กฎหมายของเราเป็นไปตามหลักคัมภีร์อัลกุรอาน"

ทูราบี เป็นผู้บังคับใช้กฎหมายตามแนวทางการตีความกฎหมายของอิสลามอย่างทารุณโหดร้ายของกลุ่มตาลีบัน เขายังเคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรมของรัฐบาลตาลีบันที่มาจากการยึดอำนาจสมัยปี 2539-2545 ยุคนั้นมีการลงโทษด้วยการประหารชีวิตหรือตัดอวัยวะโดยอาศัยสนามกีฬาในกรุงคาบูลเป็นสถานที่ลงโทษ บางครั้งก็มีการลงโทษต่อหน้าสาธารณชน ซึ่งทูราบีอ้างว่าการลงโทษด้วยการตัดอวัยวะถือเป็นวิธีการ "ป้องปราม" ที่ "จำเป็นมากต่อความปลอดภัย"

กลุ่มตาลีบันกลับมายึดอำนาจรัฐบาลในอัฟกานิสถานได้อีกครั้งในช่วงเดือน ส.ค. 2564 นับตั้งแต่เกิดสงครามอัฟกานิสถานเมื่อปี 2544 โดยเริ่มจากการยึดเมืองสำคัญได้อย่างรวดเร็ว ก่อนเข้ายึดครองกรุงคาบูลโดยที่ไม่มีการสู้รบมากนัก

สหรัฐอเมริกาเคยบุกอัฟกานิสถานในปี 2544 ทำให้กลุ่มตาลีบันถูกโค่นจากอำนาจในช่วงนั้น แต่การตัดสินใจถอนทัพออกจากอัฟกานิสถานเปิดโอกาสให้กลุ่มติดอาวุธตาลีบันกลับมาครองอำนาจสูงสุดในประเทศอีกครั้ง

ในช่วงแรกหลังตาลีบันยึดอำนาจได้ พวกเขาพยายามสร้างภาพว่าตนเองเป็นกลุ่มสายกลางที่เปลี่ยนแปลงต่างไปจากในอดีต โดยให้สัญญาว่าจะไม่แก้แค้นกลุ่มคนที่เคยช่วยเหลือสหรัฐฯ และสัญญาว่าจะจัดตั้งรัฐบาลโดยคำนึงถึงคนทุกกลุ่ม

ทว่าไม่นานพวกเขาก็เริ่มปราบปรามผู้ประท้วงอย่างรุนแรง สหประชาชาติกล่าวหาว่าตาลีบันละเมิดสัญญา และรัฐบาลรักษาการที่ตั้งโดยกลุ่มตาลีบันก็ไม่มีผู้หญิง แต่กลับมีบุคคลในบัญชีคว่ำบาตรของสหประชาชาติ ขณะที่สิรายุดดิน ฮัคคานี รักษาการรัฐมนตรีกระทรวงกิจการภายใน เป็นหนึ่งในรายชื่อผู้ก่อการร้ายที่เอฟบีไอต้องการตัว

นอกจากนี้ ประชาคมระหว่างประเทศยังกังวลเรื่องการกีดกัน แบ่งแยกชายหญิงในการศึกษา โดยตาลีบันจัดให้ผู้ชายแยกเรียนกับผู้หญิง รวมถึงออกกฎเครื่องแต่งกายของผู้หญิงขึ้นใหม่ และเมื่อผู้หญิงนำการประท้วงต่อต้านพวกเขา ตาลีบันก็โต้ตอบด้วยความรุนแรง ทั้งนี้ ยังมีการสั่งปิดกระทรวงเกี่ยวกับกิจการสตรีของรัฐบาลอัฟกานิสถานด้วย

ฮิวแมนไรท์วอทช์ รายงานเมื่อวันที่ 23 ก.ย. 2564 ว่า นับตั้งแต่ที่มีการยึดอำนาจในวันที่ 12 ส.ค. 2564 กลุ่มตาลีบันสร้างความหวาดกลัวแก่ผู้หญิงด้วยการไล่ล่าผู้หญิงที่มีชื่อเสียง กีดกันไม่ให้ผู้หญิงมีเสรีภาพในการเดินทางออกจากบ้าน ออกกฎการแต่งกาย กีดกันผู้หญิงจากการจ้างงานและการศึกษา รวมถึงจำกัดเสรีภาพในการชุมนุมอย่างสันติ

ในสัปดาห์นี้ตาลีบันยังได้ยื่นคำร้องขอกล่าวในที่ประชุมสามัญของสหประชาชาติ แต่ยังไม่มีประเทศใดที่ให้การยอมรับรัฐบาลตาลีบันอย่างเป็นทางการเลยแม้แต่ประเทศเดียว

เรียบเรียงจาก

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์