ใบตองแห้ง: กระแสเร้ายุบสภา

ประยุทธ์ ประวิตร เดินสายลงพื้นที่ เพชรบุรี อยุธยา ด้านหนึ่งเหมือนแข่งบารมีในพรรค อีกด้านก็จุดกระแสยุบสภา เพราะที่ผ่านมาไม่เคยขยัน เอาแต่ WFH จากบ้านในค่ายทหาร เพียงย้อนแย้งอยู่เหมือนกันว่า ถ้ายังจัดสรรอำนาจในพรรคไม่ลงตัว แล้วจะยุบสภาทำไม

กระนั้น คอยดูเถอะว่า กระแสยุบสภาเลือกตั้งใหม่จะรุมเร้า ให้ต้องยุบเร็วกว่าที่คิด รัฐธรรมนูญก็แก้แล้วใช้บัตรสองใบ เหลือแค่แก้ พ.ร.บ.เลือกตั้ง พ.ร.บ.พรรคการเมือง เสร็จเมื่อไหร่สังคมทุกภาคส่วนจะกดดันรวมทั้งภาคธุรกิจ

อันที่จริง พรรคพลังประชารัฐเป็นสารตั้งต้นแก้ระบบเลือกตั้ง เพราะมั่นใจว่าชนะ แต่สถานการณ์เปลี่ยน 2 ข้อสำคัญ หนึ่ง ล้มเหลวโควิด คะแนน ผนง.ยิ่งตกต่ำ สอง ประยุทธ์ปลดธรรมนัส “เส้นเลือดใหญ่” กระทบพี่ใหญ่หัวหน้าพรรค

ประยุทธ์กับประวิตรโดยส่วนตัวไม่แตกหัก 7 ปีรัฐประหาร พี่รักน้องรัก ขัดแย้งกันบ้าง เพราะพวกพ้องบริวารทับเส้น ก็ยังเคลียร์กันได้ แต่ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องอนาคตของพรรคและรัฐบาล จากแรงกดดัน ส.ส.

พปชร. ตั้งขึ้นจากการกวาดต้อนล่อใจกลุ่มก๊วนการเมืองว่า ได้เป็นรัฐบาลแหง ๆ เพราะมี 250 ส.ว. รวมทั้งอำนาจบีบคั้นอดีต ส.ส.เพื่อไทยที่โดนคดี รวมตัวกันอย่างหลวม ๆ โดยมีประวิตรเป็นท่อน้ำมัน เป็นตัวเชื่อมคอนเนคชั่น กลุ่มก๊วนต่าง ๆ ไม่พอใจที่ถูกเบียดบังเก้าอี้รัฐมนตรีโดยโควตากลาง แถมประยุทธ์ อนุพงษ์ ก็เหินห่าง ส.ส. ซึ่งต้องการแอบอิงอำนาจหาเสียง

พูดอีกอย่างคือ พปชร.ไม่ใช่พรรคที่หาเสียงด้วยอุดมการณ์ ด้วยนโยบาย ด้วยความนิยมในตัวผู้นำ แต่หาเสียงด้วยการเมืองเก่า ระบบอุปถัมภ์ ส.ส. “บ้านใหญ่” ดูแลคนในพื้นที่ ประสานอำนาจรัฐราชการ ของบประมาณสร้างถนน สร้างฝายช่วยน้ำท่วมภัยแล้ง ราคาพืชผล ฯลฯ

พรรคการเมืองโดยทั่วไปต้องใช้เลขาธิการพรรคที่รู้จักสร้างคอนเนคชั่น กว้างขวาง ซื้อใจคน พปชร.ที่ไร้ราก ไร้เอกภาพ ยิ่งต้องใช้คนใจใหญ่ ถึงลูกถึงคน “มันคือแป้ง” เดินสายทั่วประเทศ จ่ายค่าน้ำมันเอง จ่ายไม่อั้น แต่ก็ยังติดขัด ต้องการอำนาจมากขึ้นเพื่อเอาชนะ จนก่อหวอดในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แล้วถูกประยุทธ์ไล่ออก

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจึงคาราคาซัง แม้ยังไม่แตกหักก็วัดพลังต่อรอง ประยุทธ์จะเข้ามาคุมพรรคเอง หรือจะยอมให้พี่ใหญ่-ธรรมนัส และประธานยุทธศาสตร์คนใหม่จัดสรร โดยต้องมอบตำแหน่งสำคัญ

แต่ไว้วางใจไม่ได้เหมือนกัน ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ พปชร.อาจเปลี่ยนตัวแคนดิเดตนายกฯ ก็ได้ อย่าลืมสิ พปชร.ได้เปรียบทุกอย่าง ทั้งกลไกอำนาจ อาวุธกระสุน มีแต่ตัวผู้นำที่ต้อง “กำจัดจุดอ่อน”

เพียงต้องได้รับความเห็นชอบจากเครือข่ายอำนาจอนุรักษ์นิยมที่อยู่ข้างหลัง รวมทั้ง 250 ส.ว.

แม้ พปชร.ยังไม่ลงตัว แต่กระแสที่เคลื่อนไปข้างหน้า บรรยากาศที่เริ่มคึกคัก เปิดตัวผู้สมัคร เปิดตัวคนย้ายพรรค ทั้งรัฐบาล ฝ่ายค้าน ก็จะเร่งเร้าไปสู่การยุบสภา ประยุทธ์จะถ่วงเวลาได้นานที่สุดแค่ระหว่างพิจารณา พ.ร.บ.เลือกตั้ง พ.ร.บ.พรรคการเมือง

ในระหว่างนี้ ม็อบไล่ประยุทธ์อาจอ่อนลง แต่เปลี่ยนธงไปเรียกร้องยุบสภา แก้ปัญหาผ่าทางตัน ซึ่งสังคมข้างมากน่าจะเอาด้วย แม้ต้องรอโควิดจาง แต่ทุกวันนี้ ติดเชื้อวันละหมื่นก็จะเปิดประเทศแล้ว ดังนั้น กฎหมายลูก 2 ฉบับผ่านเมื่อไหร่ กระแสสุกงอม

บางคนมองว่า ประยุทธ์คงยุบสภาก่อนถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจอีกครั้ง มิ.ย. 2565 แต่ไม่น่าลากได้ถึงขนาดนั้น มองในแง่รัฐบาล จังหวะดีที่สุดคือโควิดเพิ่งจาง แจกเงิน ตีปี๊บ ขายข่าวดี เปิดประเทศ ชวนมองไปข้างหน้า เศรษฐกิจจะฟื้นแล้ว ๆ (แต่ของจริงอาจฉิบหายกว่านี้ได้อีก ชิงยุบก่อนดีกว่า) อุปสรรคคือความไม่พร้อมของ พปชร. นี่แหละทื่ทำให้ต้องยื้อ

พร้อมไม่พร้อมถ้าช่วยกันเร่งเร้าบรรยากาศเลือกตั้ง ประยุทธ์จะถูกกดดันให้ยุบจนได้

 

ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจ www.kaohoon.com/column/479552

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์