'เพื่อไทย’ ชี้หากแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านได้ทำต่อ น้ำท่วมจะไม่หนักขนาดนี้

หากแผนบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านยุครัฐบาลเพื่อไทยได้ทำต่อ ปัญหาน้ำท่วมจะไม่หนักขนาดนี้ ‘รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย’ ซัดรัฐบาลประยุทธ์ไร้ความสามารถ เอะอะให้ ‘สวดมนต์’ แก้ไขปัญหาประชาชนไม่ได้ ขณะที่ 'โรม​ ก้าวไกล​' เสริมเวลา 7 ปี, เงิน 2.9 แสนล้าน, ประสบการณ์ตั้งมากมาย แต่รัฐบาลยังปล่อยให้น้ำท่วมเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องแก้เอง

 

27 ก.ย.2564 เฟซบุ๊กแฟนเพจ 'พรรคเพื่อไทย' รายงานว่า อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอแสดงความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหาน้ำท่วมในหลายพื้นที่ทั่วทั้งประเทศ ส.ส.และบุคลากรทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ปัญหาน้ำท่วมมีแนวโน้มจะทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกปีจากสภาวะอากาศโลกเปลี่ยนแปลง แต่ในช่วงเวลา 7 ปีที่ผ่านมารัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังแก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ทำโครงการแบบปะผุขอไปทีไร้ยุทธศาสตร์ หว่านงบแก้ไขปัญหาแบบเบี้ยหัวแตก ซึ่งไม่ได้แก้ปัญหาใดๆ

น่าเสียดายที่โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ 350,000 ล้านบาท ที่รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเคยได้ออกแบบไว้ไม่ได้ทำต่อ ถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง แผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบครบวงจรจะต้องถูกนำใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก เราจะแก้ไขด้วยด้วยหลักวิชาและความรู้ ไม่ต้องไปฝากความหวังไว้กับการสวดมนต์ไล่พายุเพียงอย่างเดียว

“จะแก้โควิดหรือแก้น้ำท่วม รัฐบาลประยุทธ์ก็ท่องคาถาให้สวดมนต์แก้ไขทุกปัญหา ถ้าความรู้ความสามารถมีเท่านี้ ไม่แปลกที่ผ่านมา 7 ปี คะแนนความนิยมจะตกต่ำลงเรื่อยๆ” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยกล่าว

'โรม​ ก้าวไกล​' อัด เวลา 7 ปี, เงิน 2.9 แสนล้าน, ประสบการณ์ตั้งมากมาย แต่รัฐบาลประยุทธ์ยังปล่อยให้น้ำท่วมเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องแก้เอง

ขณะที่ รังสิมันต์​ โรม​ ส.ส.​บัญชีรายชื่อ​ พรรคก้าวไกล​ โพสต์ข้อความผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ก​ ระบุว่า​ ตลอดระยะเวลา 7 ปีที่ผ่านมา ภายใต้การปกครองของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และพวกพ้องที่รวมศูนย์อำนาจอยู่ในหมู่ทหาร ประเทศไทยต้องประสบพบเจอกับภัยพิบัติหลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นโรค COVID-19, ฝุ่น PM2.5, โรคระบาดในปศุสัตว์ (ลัมปีสกิน), อัคคีภัยทั้งในป่าและในเมือง ฯลฯ ที่ต่างพิสูจน์ให้เห็นว่ารัฐบาลนี้ที่อ้างความมั่นคงเหนือสิ่งอื่นใด ละเมิดสิทธิลิดรอนเสรีภาพประชาชนอยู่ทุกวี่วันในนามของความมั่นคง กลับไม่ได้มีน้ำยาอะไรดีกว่ารัฐบาลอื่นๆ ในการแก้ไขหรือป้องกันภัยพิบัติเหล่านี้เพื่อประกันความมั่นคงให้กับชีวิตของประชาชนเลย ยิ่งกับภัยพิบัติบางอย่างยิ่งไร้ประสิทธิภาพและไร้สำนึกรับผิดชอบจนเรียกได้ว่ากลายเป็นตัวปัญหาเสียเอง

และในวันนี้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กำลังจะประจานความไร้น้ำยาของตัวเองอีกครั้งกับภัยพิบัติที่คนไทยต้องประสบพบเจอบ่อยที่สุด เป็นภัยพิบัติที่จริงๆ แล้วเกิดขึ้นแทบทุกปีภายใต้รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งในภาคเหนือ, อีสาน, กลาง และใต้ นั่นคืออุทกภัย ที่รอบนี้เกิดขึ้นพร้อมกันนับสิบจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสาน, ภาคกลางตอนบนและตอนล่าง และยังต้องติดตามต่อไปว่าจะกระทบกรุงเทพฯ และปริมณฑลมากขนาดไหน

เมื่อคราวน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 รัฐบาลคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในขณะนั้นที่เพิ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ไม่นานมีเวลาเตรียมตัวไม่ถึง 1 เดือนด้วยซ้ำ แต่ พล.อ.ประยุทธ์ที่ในปีนั้นยังเคยไปเดินลุยน้ำด้วยกันกับคุณยิ่งลักษณ์ บัดนี้อยู่ในอำนาจมาแล้วกว่า 7 ปี เคยมีอำนาจสูงสุดขนาดว่าสั่งอะไรก็ได้ไม่ผิดกฎหมาย งบประมาณเอาแค่ในปี 2560 - 2564 ที่มี "แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ" (ช่วงปีหลังๆ สุดมี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นหัวเรือใหญ่) ก็ใช้ไปแล้วกว่า 296,780 ล้านบาท และที่สำคัญคือผ่านประสบการณ์น้ำท่วมมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง เห็นภาพบ้านเรือนจมบาดาล เห็นผู้คนต้องขนของหนีน้ำมาแล้วมากมาย 

สิ่งที่สังคมคาดหวังจากรัฐบาลที่มีทั้งเวลา ทั้งเงิน ทั้งประสบการณ์ ทั้งกำลังคน คือระบบที่สามารถป้องกันภัยซ้ำซากแบบนี้ได้ตั้งแต่แรก หรือหากจะมีส่วนที่เกินจะป้องกันได้หลุดรอดออกมาบ้าง ก็ต้องสามารถแจ้งเตือนได้ล่วงหน้าให้มีเวลาเตรียมพร้อมได้จริง สามารถช่วยอพยพผู้คนและทรัพย์สินได้ทันกาล สามารถระบายน้ำท่วมขังได้โดยเร็ว และสามารถเยียวยาความเสียหายได้อย่างเหมาะสม แต่สิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์สื่อสารต่อสังคมออกมาได้ก็ยังจมอยู่กับการสวดมนต์ไล่น้ำกับเรียกร้องให้ประชาชนไปปลูกบ้านบนที่สูง

"ผมขอบอกอีกครั้งว่ารัฐบาลแบบนี้มีไว้ต่อไปก็มีแต่จะเป็นภาระ เพราะสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์และพวกทำได้ดีที่สุดคือโทษและทิ้งประชาชนให้อยู่กับความผิดและความเดือดร้อนที่พวกเขาไม่ควรต้องแบกรับ ชีวิตประชาชนมีค่าเกินกว่าที่จะมาฝากไว้กับรัฐบาลที่ไร้ประสิทธิภาพ ไร้สำนึก ไร้น้ำยาเช่นนี้" รังสิมันต์​ โพสต์ 

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์