สปสช.ย้ำ รับ ATK ไปแล้วให้รีบตรวจและบันทึกผลทันที หลังพบกว่าครึ่งยังไม่ตรวจ

เผยข้อมูล สายด่วน สปสช. 1330 โทรติดตามประชาชนรับชุดตรวจ ATK ใน กทม. กว่า 4 พันราย พบกว่าครึ่งยังไม่ใช้ตรวจเชื้อโควิด-19 ให้เหตุผลไม่มีเวลา ไม่สะดวก รอมีอาการค่อยตรวจ ชี้หากเก็บไว้เฉยๆ ในอุณหภูมิที่ไม่เหมาะสมอาจหมดอายุหรือเสื่อมคุณภาพ แถมยังเสียสิทธิที่จะได้รับแจกเพิ่มในอนาคต ขอความร่วมมือประชาชน หลังรับ ATK รีบใช้ตรวจและบันทึกผลในระบบทันที เพื่อป้องกันและควบคุมโรค

28 ก.ย. 2564 วันนี้ (28 ก.ย. 2564) นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ สปสช. ร่วมกับหน่วยบริการเดินหน้ากระจายแจกชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด ให้ประชาชนตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเองเพื่อเข้าสู่ระบบการรักษา และมุ่งให้เกิดการควบคุมการแพร่ระบาดตามนโยบายรัฐบาล สปสช. ได้มีการติดตามผลของประชาชนที่รับ ATK ไปแล้ว ด้วยการโทรสำรวจผู้ที่รับชุดตรวจ ATK เบื้องต้นจำนวน 6,000 รายในพื้นที่ กทม. โดยดำเนินการในวันที่ 20-21 ก.ย. 2564 ซึ่งในจำนวนนี้มีประชาชนที่โทรติดต่อได้และสะดวกให้ข้อมูลจำนวน 4,062 ราย (68%) โทรติดต่อไม่ได้จำนวน 1,382 ราย (23%) และไม่สะดวกให้ข้อมูลอีกจำนวน 556 ราย (ร้อยละ 9%)

ทั้งนี้ ในจำนวนประชาชนที่ติดต่อได้และสะดวกให้ข้อมูลนั้น มีผู้ที่รับ ATK แล้วแต่ยังไม่นำมาตรวจหาเชื้อโควิด-19 จำนวน 2,123 คน (53%) และผู้ที่ใช้ตรวจหาเชื้อแล้วจำนวน 1,889 คน (47%) ในกลุ่มประชาชนที่ยังไม่นำ ATK มาใช้ตรวจนั้น มีจำนวน 917 คน (43%) ให้เหตุผลว่าไม่มีเวลา ยังไม่สะดวก รองลงมาจำนวน 441 คน (21%) ระบุว่าเก็บไว้มีอาการค่อยตรวจ, จำนวน 159 คน (8%) ระบุไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง, จำนวน 88 คน (4%) ระบุว่าตรวจไม่เป็น และอีกจำนวน 85 คน (4%) ระบุว่าไม่กล้าตรวจ รอญาติมาตรวจให้ นอกจากนี้อีก 44 คน (2%) ระบุว่านำไปให้ผู้อื่นใช้ ขณะที่กลุ่มประชาชนที่ได้นำ ATK มาตรวจแล้วนั้น มีผู้ที่มีผลตรวจเป็นลบจำนวน 1,850 คน (97.94%) ผู้ที่ผลเป็นบวกจำนวน 25 คน (1.32%) ได้เข้าสู่ระบบการดูแลรักษาแล้ว และผู้ที่ผลตรวจแปลค่าไม่ได้จำนวน 14 ราย (0.74%)

นพ.จเด็จ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้สายด่วน สปสช. 1330 ได้สอบถามข้อมูลการบันทึกผลพบว่า ในกลุ่มประชาชนที่ตรวจ ATK มีผู้ที่บันทึกผลในระบบจำนวน 870 คน (46%) และมีผู้ที่ไม่บันทึกผลในระบบจำนวน 1,019 คน (54%) คน โดยให้เหตุผลที่ไม่ได้บันทึกผล คือ ไม่รู้ว่าต้องบันทึกผลจำนวน 907 ราย (89.1%), บันทึกไม่เป็นจำนวน 96 ราย (9.42), ลืม ไม่สะดวกจำนวน 11 ราย (1.08%) และไม่มีอุปกรณ์จำนวน 5 ราย (0.49%)

“ข้อมูลที่ปรากฏนี้ สปสช. ขอย้ำอีกครั้งว่า เมื่อรับชุดตรวจ ATK ไปแล้ว ขอให้รีบตรวจหาเชื้อโควิดและบันทึกผลการตรวจผ่านแอปเป๋าตัง หรือกับ อสม./อสส.ที่แจกชุดตรวจให้ท่านโดยเร็ว ไม่ว่าผลการตรวจจะติดเชื้อหรือไม่ การตรวจหาเชื้อโควิดแล้วไม่บันทึกผล แม้ว่าผลจะเป็นลบ จะทำให้ท่านเสียสิทธิที่จะได้รับชุดตรวจ ATK เพิ่มในอนาคต เพราะเมื่อมีการใช้และบันทึกผลการตรวจแล้ว หากในอนาคตพบว่าท่านเป็นกลุ่มเสี่ยง ก็จะได้รับแจก ATK เพิ่มเพื่อนำไปตรวจหาเชื้ออีก แต่หากไม่ได้นำไปใช้หรือใช้แล้วไม่ได้บันทึกผลการตรวจ ก็จะไม่ได้รับแจก ATK เพิ่มเพราะถือว่ายังไม่ได้ใช้ ATK ชุดแรกที่แจกไป" นพ.จเด็จกล่าว

นอกจากนี้แล้ว สปสช. ยังพบข้อร้องเรียนว่ามีบางคนเมื่อรับ ATK ไปแล้ว ไม่นำไปตรวจหาเชื้อด้วยตัวเองแต่กลับเก็บไว้เพื่อนำไปขายต่อ กรณีนี้ขอย้ำเตือนว่าจะทำให้เกิดปัญหาหลายประการ เนื่องจากกลุ่มที่ได้รับ ATK นั้นถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 อยู่แล้ว หากรับ ATK แล้วไม่นำไปใช้แล้วปรากฎว่าคนๆนั้นติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่รู้ตัว ก็จะทำให้เสียโอกาสที่จะได้ทราบผลตรวจและเข้าสู่ขั้นตอนการรักษาล่าช้าจนอาจทำให้อาการรุนแรงมากขึ้นกว่าที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกันก็จะมีความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย 

“ต้องบอกว่าชุดตรวจ ATK เรามีจำกัดและแจกให้เฉพาะกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเท่านั้น เป็นการแจกให้เฉพาะตัวบุคคล นอกจากนี้ต้องเรียนว่า ATK มีอายุการใช้งานและต้องเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสม ถ้าไม่ตรวจของอาจหมดอายุหรือถ้าเก็บไม่ดีของจะเสื่อมคุณภาพ การรับชุดตรวจแล้วเก็บไว้ไม่เอาไปตรวจจึงไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ที่แจกไป” นพ.จเด็จ กล่าว

ทั้งนี้จากข้อมูลการแจกชุดตรวจ ATK ให้กับประชาชนล่าสุด เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2564 เวลา 13.00 น. มีประชาชนรับชุดตรวจ ATK แล้วจำนวน 149,486 ราย เป็นจำนวน 299,836 ชุด ในจำนวนนี้เป็นการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตังจำนวน 148,143 ราย และเป็นการแจกโดย อสม. 1,343 ราย ตรวจโควิดและบันทึกผล 69,805 ราย หรือร้อยละ 47 เป็นผลบวก จำนวน 548 ราย

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์