ความหวังหลังระบอบประยุทธ์ กับอนาคตเศรษฐกิจการเมืองไทย

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

7 ปีที่ผ่านมา คือความล้มเหลวของรัฐบาล คสช.และระบอบประยุทธ์โดยสิ้นเชิง โดยมีพล.อ.ประวิตร เป็นผู้กำกับอยู่เบื้องหลัง และพล.อ.อนุพงษ์ เป็น 3 ทหารเสือที่ต่อมากลายเป็นนายพลอาวุโสที่ครอบงำกองทัพ กำกับตำรวจ ปกครองบ้านเมืองโดยตัดการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน ทำลายระบบนิติรัฐและรัฐสภาอยู่ในเวลานี้ 

ระบอบประยุทธ์เติบโตขึ้นมาโดยการสร้างรัฐธรรมนูญ 2560 สืบทอดอำนาจจากรัฐบาล คสช. โดยการแต่งตั้ง ส.ว.ไว้เลือกนายกรัฐมนตรีโดยตรงและเป็นฐานค้ำบัลลังก์อำนาจสถาปนาคณาธิปไตยผ่านกลไกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ขณะที่เศรษฐกิจการเมืองโลกเปลี่ยนแปลงอย่างท้าทายอยู่ทุกวัน และเชิญชวนเจ้าสัวทั้งหลายร่วมส่วนแบ่งผลประโยชน์ในระบอบประยุทธ์ด้วยกันผ่านนโยบายประชารัฐ จนบ้านเมืองเกิดความเหลื่อมล้ำอันดับ 1 ของโลกระหว่างคนจนกับคนรวย

รัฐบาลไทยจากพรรคร่วมรัฐบาลภายใต้ระบอบประยุทธ์ล้วนได้ผลประโยชน์จากการเป็นรัฐที่ไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลย์ จึงทุจริตประพฤติมิชอบได้อย่างเต็มที่ และเคยชินกับการใช้อำนาจรวมศูนย์ผ่านคำสั่งหัวหน้า คสช. ต่อมาหลังการเลือกตั้งจึงมีการรวบอำนาจผ่าน พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินฯ มา 1 ปี 6 เดือนแล้ว แต่ไม่สามารถแก้ปัญหาต่างๆได้ ใช้งบประมาณไปมากกว่าถึง 20 ล้านล้านบาท ดำเนินธุรกิจการเมืองแบบเก่า มีความฉ้อฉลและเบ่งเค๊กผ่านโครงการต่างๆ เหมือนยุค รสช. ในปี 2535 ไม่มีการเมืองใหม่ภายใต้ระบอบประยุทธ์ ที่เข้ามาครั้งแรกก็ยุบคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายทิ้งไป เพื่อสถาปนาระบอบอำนาจนิยมขึ้นมาแทน ถึงวันนี้สร่างหนี้สาธารณะจำนวนมหาศาลต่อ GDP และยังกู้เงินมากขึ้นเรื่อยๆ พอแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ก็มีนโยบายปล่อยขายที่ดินให้ต่างชาติถือครองกรรมสิทธิ์ได้ ใช้แนวคิดทางเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมมาผิดทิศผิดทาง ไม่ต่างจากการขายชาติขายแผ่นดินแต่อย่างใด 

"ระบอบประยุทธ์" ใช้นายทุน (ผูกขาด) ขุนศึก (เสนาพาณิชย์) ศักดินา (เสนาอำมาตย์) ทั้งหลายเป็นฐานเพื่อรองรับระบอบอำนาจนิยมที่ตนเองได้ประโยชน์ โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นฐานค้ำบังบัลลังก์อำนาจ โดยใช้ประโยชน์จากสถาบันกษัตริย์ สถาบันตุลาการ และสถาบันทหาร เป็นเครื่องมือทางการเมืองจนเกิดความขัดแย้งรุนแรง และความบิดเบี้ยวในกระบวนการยุติธรรม เพราะความโน้มเอียงและถูกทำให้เป็นการเมือง (Politicized) ดังนั้นจะก้าวข้ามระบอบประยุทธ์ได้ต้องรื้อถอนรัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ  และปฏิรูปกองทัพ ธุรกิจผูกขาด และระบบราชการรวมศูนย์แบบในปัจจุบัน เพื่อหยุดระบอบอำนาจนิยม ให้ทุกองค์กร ทุกสถาบัน มีการกระจายอำนาจ มีการตรวจสอบถ่วงดุล มีธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ตรวจสอบได้ 

ท่ามกลางความขัดแย้ง และความหวังหลังระบอบประยุทธ์ ประเทศไทยมีทางออกอย่างแน่นอน เพราะทรัพยากรของชาติมีมากมายแต่ปัญหาคือการรวบอำนาจ การกระจุกตัวและการแบ่งแยกความมั่งคั่งในหมู่ประชาชนและชนชั้นนำไทย ดังนั้นจะแก้ปัญหาโครงสร้างได้ หลังรัฐบาลประยุทธ์หมดอำนาจ การเมืองต้องกระจายอำนาจ ส่วนเศรษฐกิจต้องหยุดผูกขาดตลาด 

ประเทศไทยต้องสร้างประชาธิปไตยทางการเมืองและความเป็นสังคม(นิยม)ทางเศรษฐกิจ ตามแนวคิด 'สังคมนิยมประชาธิปไตย' (Social Democracy) ที่มีรัฐสวัสดิการ และส่งเสริมสิทธิพลเมืองอย่างเต็มที่ จึงจะพัฒนาประเทศและประชาชนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีได้ มีการกระจายอำนาจการปกครอง เลือกตั้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัดและยกเลิกการปกครองส่วนภูมิภาค 

ประเทศพัฒนาแล้วที่มีรูปแบบการปกครองเหมือนไทยมากมาย เช่น เดนมาร์ก สวีเดน นอรเวย์ สเปน เนเธอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ญี่ปุ่น อังกฤษ คืือระบอบ Constitutional Monarchy มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่เขามีการกระจายอำนาจการปกครอง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารและพัฒนาประเทศแทบทั้งสิ้น ประเทศจึงเกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น เพราะไม่อนุญาตให้กลุ่มบุคคลไม่กี่คนกำหนดอนาคตของชาติบ้านเมืองแต่เพียงผู้เดียวเหมือนกับประเทศไทย

กลุ่มประเทศสแกนดิเนเวีย ไม่ว่าจะเป็น เดนมาร์ก สวีเดน นอรเวย์ ล้วนเป็นประเทศ Social Democracy ที่เน้นรัฐสวัสดิการเต็มที่ มีภาษีทรัพย์สินอัตราก้าวหน้าเพื่อป้องกันการแบ่งแยกความมั่งคั่งและความเหลื่อมล้ำทางสังคม มีนโยบาย Fair Market Economy เป็นรูปแบบสังคมนิยมประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพื่อป้องการการผูกขาดทางเศรษฐกิจจากรูปแบบเสรีนิยมประชาธิปไตย หรือ Libertarian Democracy แบบอเมริกา ซึ่งกำลังเกิดขึ้นกับประเทศไทยที่เกิดการผูกขาดตลาดแทบทุกรูปแบบจากการอนุญาตให้สะสมกรรมสิทธิ์แบบไร้เพดานของกลุ่มทุน ไม่ว่าจะเป็นที่ดิน อาหาร ร้านค้า ไฟฟ้าหรือเหล้า-เบียร์

เยอรมนีเติบโตขึ้นจากซากปรักหักพังหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใหม่เพื่อเป็นความหวังหลังระบอบฮิตเลอร์ ให้ประเทศเป็นแนวสังคมนิยมประชาธิปไตยและรัฐสวัสดิการ โดยให้รัฐสภาเป็นทางออกของความขัดแย้ง หยุดระบอบอำนาจนิยมแบบเก่า โดยจัดให้มีสนับสนุนการศึกษาพลเมือง (Civic Education) อย่างเต็มที่ เพื่อพัฒนาพลเมืองในระบอบประชาธิปไตยที่มีเสรีภาพทางความคิด ไม่ถูกปฏิบัติการข่าวสารและการโฆษณาชวนเชื่อ (propaganda) อีกต่อไป จึงกลายเป็นประเทศที่น่าอยู่ที่สุดประเทศหนึ่งของโลกและมีคนไทยไปอยู่อาศัยมากที่สุดในยุโรป

ความหวังของประเทศไทย จึงต้องหยุดระบอบประยุทธ์ สามัคคีคนไทยเพื่อสร้างชาติบ้านเมืองให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ก่อนที่ประเทศไทยจะกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลวเต็มไปด้วยความขัดแย้ง ก่อนที่ทรัพยากรส่วนร่วมจะถูกครอบครองโดยกลุ่มทุนผูกขาด ก่อนที่แผ่นดินจะตกไปในมือมหาเศรษฐีใหญ่หลายสัญชาติ จนคนไทยต้องไร้แผ่นดินอยู่ กลายเป็นเพียงผู้เช่าอาศัยในดินแดนและเป็นแรงงานให้กลุ่มนายทุนผูกขาดข้ามชาติเท่านั้น
 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์