'อนุสรณ์ ธรรมใจ' แนะ ธปท.ไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายเข้มงวดทางการเงินเพิ่มขึ้น

'อนุสรณ์ ธรรมใจ' ชี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบแบรนด์ทะเลเหนือปรับตัวทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้าได้ ภาวะ Stagflation ของเศรษฐกิจไทยอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น การปรับลดการใช้น้ำมันปาล์มดิบผสมไบโอดีเซลกระทบราคาผลปาล์ม กระทบอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ไม่จำเป็นต้องดำเนินนโยบายเข้มงวดทางการเงินเพิ่มขึ้นหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อเพราะช่องว่างการผลิต (Output Gap) ของเศรษฐกิจไทยยังติดลบค่อนข้างมาก


รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต

10 ต.ค. 2564 รศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต เปิดเผยว่าขณะนี้ราคาน้ำมันตลาดโลกขึ้นไปสูงที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2557 หรือในรอบเกือบ 7 ปี คาดการณ์แนวโน้มราคาน้ำมันเป็นขาขึ้นไปจนถึงกลางปีหน้าเป็นอย่างน้อย และ มีโอกาสที่ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกโดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบเบรนท์ทะเลเหนือปรับตัวทะลุระดับ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้าได้ แนวโน้มราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจะส่งผลกระทบทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนภาคการผลิต การขนส่งคมนาคมสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายครัวเรือนปรับตัวเพิ่มขึ้น การปรับขึ้นของราคาพลังงานเป็นผลจากราคาพลังงานในตลาดโลกเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องซึ่งคาดว่าช่วงปลายปีราคาน้ำมันน่าจะเคลื่อนไหวอยู่ระหว่าง 75-95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หากเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวดีต่อเนื่องและกลุ่มโอเปคพลัสยังคงไม่เพิ่มกำลังการผลิตไปมากกว่าเดิมอาจเห็นราคาน้ำมันในตลาดโลกขึ้นแตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้ในช่วงไตรมาสแรกปีหน้า ณ ระดับราคาดังกล่าวน่าจะจูงใจให้ผู้ผลิตน้ำมันเพิ่มอุปทานในตลาดรวมทั้งกลุ่มโรงกลั่นผลิต Shale oil ในสหรัฐอเมริกาน่าจะกลับมาผลิตเพิ่ม หากราคาน้ำมันยังไม่แตะ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเชื่อว่ากลุ่มโอเปกพลัสคงมติเดิมเพิ่มกำลังการผลิตเพียงวันละ 4 แสนล้านบาร์เรลไม่เพียงพอต่อความต้องการที่ฟื้นตัวขึ้นอย่างชัดเจนจากอุปสงค์ในตลาดโลกเพิ่มขึ้น  นอกจากนี้ ไนจีเรีย ยังประสบปัญหาเพิ่มกำลังการผลิตตามข้อตกลง ราคาก๊าซธรรมชาติที่สูง หลายชาติลดการใช้ถ่านหินในการผลิตไฟฟ้าเพื่อลดภาวะโลกร้อน โดยเฉพาะประเทศจีนได้มีนโยบายในการลดการปล่อยคาร์บอนในเชิงรุก หันมาใช้น้ำมันและพลังงานทางเลือกอื่นๆ ทำให้ราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม ล่าสุด จีนอาจปล่อยน้ำมันดิบคงคลังทางยุทธศาสตร์ประมาณ 33-82 ล้านบาร์เรลคงช่วยบรรเทาการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมันได้บ้างเนื่องจากจีนมีสต็อกน้ำมันนราคาต้นทุนที่ถูกกว่าราคาในตลาดโลกปัจจุบันประมาณ 5-10 ดอลลาร์โดยเฉลี่ย และหลังจากกลางปีหน้าแล้ว อุปทานในตลาดน้ำมันน่าจะเพิ่มขึ้นจากการคาดการณ์ว่า อิหร่านจะสามารถส่งออกน้ำมันได้ และ มาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตกต่ออิหร่านน่าจะยุติลง 

ผลบวกของราคาน้ำมันเพิ่มขึ้นต่อเศรษฐกิจโดยรวมของไทยมีน้อยมากเพราะประเทศไทยเป็นประเทศนำเข้าพลังงานและน้ำมันสุทธิ และ นำเข้ามากด้วย ผลประโยชน์จะเกิดต่อธุรกิจอุตสาหกรรมพลังงานเท่านั้น และ อาจมีผลบวกต่อสินค้าที่ใช้ทดแทนกันสำหรับผลิตภัณฑ์ที่ต้องใช้น้ำมันเป็นวัตถุดิบสำคัญ ธุรกิจยางธรรมชาติอาจได้ประโยชน์จากยางสังเคราะห์และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีที่แพงขึ้น นอกจากนี้ ราคาน้ำมันแพงยังได้รับผลจากการที่เงินบาทอ่อนค่าและเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอีกด้วย ทิศทางค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าทะลุระดับ 34.50 บาทต่อดอลลาร์ได้ในช่วงไตรมาสสี่ปีนี้ จากดุลบัญชีเดินสะพัดขาดดุลในปีนี้ ดุลการค้าเกินดุลลดลงอย่างมาก คาดว่าปีนี้ดุลบัญชีเงินทุนมีเงินไหลออกสุทธิไม่ต่ำกว่า 3-4 พันล้านดอลลาร์ โดยมีทั้งการไหลออกของเงินลงทุนโดยตรง แต่การลงทุนในหลักทรัพย์ในตลาดการเงินเริ่มเป็นซื้อสุทธิ ปีที่แล้วเงินทุนไหลออกสุทธิประมาณ -3.59 พันล้านดอลลาร์ อัตราการค้าปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากราคานำเข้าสินค้าเพิ่มสูงกว่าอัตราการเพิ่มขึ้นของราคาส่งออก 

มีความเสี่ยงมากขึ้นที่เศรษฐกิจไทยอาจเผชิญภาวะ Stagflation คือ ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว เติบโตต่ำและเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นมาก สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่เผชิญอยู่เวลานี้คือ รายได้ชะลอตัว หนี้สินท่วม ค่าครองชีพสูงขึ้น แถมยังว่างงานอีกหรือทำงานต่ำระดับ ไม่มีความจำเป็นใดๆที่ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องเร่งดำเนินการนโยบายเข้มงวดทางการเงินเพิ่มขึ้นหรือปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายจากการเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อเพราะช่องว่างการผลิต (Output Gap) ของเศรษฐกิจไทยยังติดลบค่อนข้างมาก มีกำลังการผลิตส่วนเกินเหลืออยู่จำนวนมาก การใช้นโยบายการเงินและการคลังแบบผ่อนคลายมีความจำเป็นต่อการประคับประคองการฟื้นตัวของการจ้างงานและการกระเตื้องขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อที่พุ่งสูงขึ้นเป็นปัญหาทางด้านอุปทานเป็นหลัก คือ ราคาพลังงานสูงขึ้น บาทอ่อนค่า และราคาอาหารปรับตัวสูงขึ้นจากน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกรรม ราคาสินค้าอุตสาหกรรมบางส่วนปรับตัวสูงขึ้นจากการขาดแคลนวัตถุดิบ การชะงันงักระบบจัดส่งและค่าระวางเรือปรับตัวสูงขึ้น ปัญหาบางส่วนเกิดจากการหยุดดำเนินการผลิตของโรงงาน เกิดการการชงักงันของระบบจัดส่งโลจีสติกส์ จากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิดก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ภาวะ Stagflation ของเศรษฐกิจไทยอาจเกิดขึ้นเพียงชั่วคราวเท่านั้น ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณของ Excess Demand ใดๆ มีฟองสบู่อยู่บ้างในตลาดการเงิน และ ตลาดผลผลิตไม่มีเลย ตอนนี้ มีแต่ Excess Supply อุปสงค์ขยายตัวต่ำกว่าระดับความสามารถการผลิตของประเทศ 

รศ.ดร.อนุสรณ์ กล่าวว่า มติของ กบง. เพื่อควบคุมราคาน้ำมันด้วยการปรับลดการใช้น้ำมันปาล์มดิบผสมไบโอดีเซลจะส่งผลกระทบต่อราคาผลปาล์ม กระทบอุตสาหกรรมพลังงานชีวภาพ มาตรการนี้จะทำให้ความต้องการใช้ไบโอดีเซลลดลงเหลือเพียง 2-3 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่การผลิตพลังงานชีวภาพทั้ง ต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ และอาจทำให้ผู้ประกอบการจำนวนไม่น้อยขาดทุนจากต้นทุนสต็อกที่สูงและต้องขายตามราคาที่รัฐบาลกำหนดใหม่ การแก้ปัญหาราคาไบโอดีเซลด้วยวิธีดังกล่าวก็เลยสร้างปัญหาใหม่ขึ้นมา และ อาจทำให้กิจการไบโอดีเซลของไทยบางแห่งต้องหยุดกิจการไป 

มาตรการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจอุตสาหกรรมต่างๆสามารถดำเนินการได้โดยการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแบบขั้นบันได ใช้น้ำมันน้อยเสียในอัตราต่ำกว่าใช้น้ำมันมาก ยิ่งใช้น้ำมันมากยิ่งเสียในอัตราสูงยกเว้นสำหรับรถโดยสารมวลชนและรถขนส่งสินค้า ปรกติรถยนต์ที่ใช้น้ำมันมากส่วนใหญ่เป็นรถยนต์กำลังแรงสูง cc สูงของผู้ร่ำรวย ส่วนการใช้เงินจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน อุดหนุนราคานั้น ควรนำเอาอัตราเงินเฟ้อมาพิจารณาเป็นเกณฑ์ร่วมกับระดับราคาน้ำมันที่ตั้งเป้าเข้าอุดหนุนราคา ดูที่ระดับที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและภาคการผลิตและภาคขนส่ง เช่น ระดับราคาน้ำมันดีเซลไม่เกิน 35 บาทต่อลิตร หรือ ระดับของอัตราเงินเฟ้อที่สูงกว่า 4% ขึ้นไป สำรวจดูจะพบว่า ธุรกิจขนส่งคมนาคมกระทบหนักสุด อุตสาหกรรมปิโตรเคมี เหมืองแร่ ก็จะได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก ส่วนอุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆกระทบมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับว่า ใช้พลังงานและน้ำมันมากหรือน้อยในกระบวนการผลิตสินค้า ธุรกิจอุตสาหกรรมก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง อุตสาหกรรมเหล็ก กิจการเซรามิกส์ ต้นทุนก็จะเพิ่มสูงขึ้นมาก ส่วนที่ได้รับอานิสงค์ ได้ผลบวก คือ ธุรกิจโรงกลั่นน้ำมัน ธุรกิจพลังงาน พวกธุรกิจการค้าก็ไม่น่าจะกระทบมากนัก 

แม้นราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้นในช่วงไตรมาสสี่ปีนี้ ไทยก็น่าจะยังมีอัตราการเติบโตได้ในระดับ 0.5-0.8% ส่วนปี 65 ยังมีความไม่แน่นอนสูง ต้องรอดูปัจจัยต่างๆทั้งภายนอกภายในให้ชัดเจนก่อน และ ต้องรอดูว่า จะมีการเลือกตั้งและมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลหรือไม่ แต่พอคาดการณ์ในเบื้องต้นได้ว่า เศรษฐกิจไม่น่าจะติดลบ ส่วนบวกแค่ไหนนั้นต้อง รอดูปัจจัยต่างๆให้ชัดเจนก่อน แต่ค่อนข้างแน่ใจว่า เศรษฐกิจไทยปีหน้าก็ยังไม่สามารถเติบโตได้เต็มศักยภาพ (เศรษฐกิจไทยมี Potential GDP อยู่ที่ประมาณ 5-6% เติบโตได้ในระดับนี้โดยไม่มีเงินเฟ้อสูง) ผลผลิตที่เกิดขึ้นจริง (Actual GDP) ต่ำกว่าผลผลิตที่ระดับศักยภาพ (Potential GDP) ค่อนข้างมากมาร่วม 5-6 ปีแล้วและมากขึ้นอีกในช่วงสองปีที่ผ่านมาจากวิกฤติเศรษฐกิจโควิด จึงมีกำลังผลิตส่วนเกิน ปัจจัยการผลิตและแรงงานไม่ได้ถูกใช้เต็มประสิทธิภาพ Output Gap หรือ ช่องว่างการผลิตของไทยจึงติดลบมากกว่าหลายประเทศในอาเซียน  
 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์