คนทำงานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสหรัฐฯ มองอนาคตในการทำงานมืดมนลง

ผลสำรวจล่าสุดเมื่อปี 2563 พบคนทำงานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นในสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ต่างมองอนาคตของอุตสาหกรรมนี้จะมืดมนลง ความหลากหลายในกองข่าวก็ยังมีไม่มาก นักข่าวรุ่นใหม่อยากทำงานในเมืองใหญ่มากกว่า แต่สิ่งดีเพียงอย่างเดียวของการเกิด COVID-19 อาจจะเป็นการที่คนกลับมาสนใจข่าวท้องถิ่นกันมากขึ้น


ที่มาภาพ: Nieman Lab

คนทำงานในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นขนาดเล็ก ที่มียอดจำหน่ายต่ำกว่า 50,000 ฉบับต่อวัน ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกา ต่างมองอนาคตอย่างสิ้นหวัง จากงานวิจัยของ Tow Center for Digital Journalism มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย

ดาเมียน แรดคลิฟฟ์ และไรอัน วอลเลซ สองนักวิจัยของ Tow Center for Digital Journalism ได้ทำการสำรวจออนไลน์ระหว่างวันที่ 4 ส.ค.-8 ก.ย. 2563 จากทั้งบรรณาธิการ นักข่าว ผู้จัดพิมพ์ และคนทำงานบทบาทอื่น ๆ จำนวน 324 ราย ในหนังสือพิมพ์ที่มียอดจำหน่ายต่ำกว่า 50,000 ฉบับ โดยงานวิจัยนี้เป็นการติดตามผลจากการสำรวจ 4 ปีก่อนหน้านั้น เมื่อปี 2559 

"หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นขนาดเล็ก" คิดเป็นสัดส่วนมากกว่า ร้อยละ 97 ของบรรดาหนังสือพิมพ์ทั้งหมดในสหรัฐฯ จากการคาดการณ์ของดาเมียน แรดคลิฟฟ์ และคริสโตเฟอร์ อาลี ในการวิจัยครั้งก่อน ส่วนในแบบสำรวจครั้งนี้ ผู้ตอบแบบสอบถามมาจากหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นใน 44 รัฐ ส่วนใหญ่จากโอเรกอน ร้อยละ 10, เคนตักกี้ ร้อยละ 9, แคลิฟอร์เนีย ร้อยละ 8, เวอร์จิเนีย ร้อยละ 6, และนิวยอร์ก ร้อยละ 6 ประมาณ 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาเป็นนักข่าวหรือบรรณาธิการ

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ร้อยละ 82 เป็นคนผิวขาว แม้ว่าผู้วิจัยจะอธิบายว่าเป็น "ความพยายามครั้งสำคัญ… ในการติดต่อองค์กรนักข่าวมืออาชีพที่ทำงานกับคนทำงานสื่อที่มีภูมิหลังต่างกัน" ร้อยละ 36 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าพวกเขาเคยทำงานในสื่อท้องถิ่นเป็นเวลา 20 ปีขึ้นไป

1 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถามทำงานในสื่อท้องถิ่นที่เป็นธุรกิจสืบทอดแบบครอบครัว ตามด้วยเครือใหญ่ ๆ เช่นเครือ Gannett และ Hearst ร้อยละ 18% 

แนวโน้มที่มืดมน

ร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็น "เชิงลบเล็กน้อยจนถึงมาก" เกี่ยวกับอนาคตของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นขนาดเล็ก ซึ่งแทบจะกลับหัวกลับหางจากการสำรวจเมื่อปี 2559 ที่ร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีความคิดเห็น "เชิงบวกเล็กน้อยจนถึงมาก" ต่ออนาคตของอุตสาหกรรมนี้

ร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสำรวจระบุว่าพวกเขารู้สึกปลอดภัยในการทำงานน้อยลงเมื่อเกิดวิกฤตการระบาดของ COVID-19 เทียบกับ ร้อยละ 31 ที่ไม่รู้สึกเปลี่ยนแปลง และ ร้อยละ 11 รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

ผู้ตอบแบบสอบถามเกือบทั้งหมดระบุว่าพวกเขาทำงาน 40 ชั่วโมงขึ้นไปต่อสัปดาห์ ร้อยละ 37 บอกว่าพวกเขาทำงาน 50-60 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และร้อยละ 49 ของผู้ตอบแบบสอบถามกล่าวว่าในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (2561-2563) ปริมาณงานที่พวกเขาทำในหนึ่งสัปดาห์โดยเฉลี่ยเพิ่มขึ้น

ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่คิดว่ากองบรรณาธิการข่าว (newsroom) ที่พวกเขาสังกัดอยู่ ยังทำได้ไม่ดีนักในการเพิ่มคนทำงานที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ (โปรดจำไว้ว่า ร้อยละ 82 ของผู้ตอบแบบสำรวจนี้เป็นคนผิวขาว) ร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขาไม่เห็นด้วยกับคำกล่าวที่ว่า "งานที่ดีประกอบไปด้วยความหลากหลาย"

(มีผู้ตอบรายหนึ่งระบุว่า "สำหรับหนังสือพิมพ์ที่ฉันทำงานอยู่ ความหลากหลายเพียงอย่างเดียวที่บริษัทสนใจ คือความหลากหลายของรถ BMW รุ่นต่าง ๆ ที่ผู้บริหารขับไปทำงานในแต่ละวัน")

สื่อสิ่งพิมพ์ ยังคงมีบทบาทค่อนข้างมากในงานของผู้ตอบแบบสอบถาม แม้มากกว่าครึ่งทำงานที่เกี่ยวข้องกับทั้งสื่อสิ่งพิมพ์และดิจิทัล แต่เมื่อผู้ตอบแบบสอบถามเลือกเพียงตัวเลือกเดียว พวกเขามักจะระบุว่าตนเองทำงานในภาคสื่อสิ่งพิมพ์มากกว่า 

ร้อยละ 27 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขา "อุทิศเวลาให้กับผลิตภัณฑ์สื่อสิ่งพิมพ์มากกว่าที่พวกเขาทำเมื่อ 3 ปีที่แล้ว"

ร้อยละ 57 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า "พวกเขาให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์และงานที่เกี่ยวกับดิจิทัลมากขึ้น"

และจากการสำรวจนี้ยังพบว่างานหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไม่น่าดึงดูดใจอีกต่อไปแล้ว

"ความโศกเศร้าและหายนะของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นได้แพร่ระบาดไปทั่ว ในเมืองเล็ก ๆ ทุกวันนี้ไม่มีใครเต็มใจทำงานให้กับพวกเขาอีกแล้ว" ผู้ตอบแบบสอบถามรายหนึ่งกล่าว

"ดูเหมือนว่านักข่าวรุ่นใหม่ทุกคนต้องการทำงานในนิวยอร์กหรือดีซี ตำแหน่งที่ฉันได้มานั้นพวกเขาเปิดรับมาเป็นเวลา 6 เดือน ก่อนพวกเขาจะจ้างฉัน และเงินเดือนก็สูงกว่าค่าเฉลี่ยมากสำหรับนักข่าวระดับเริ่มต้น" ผู้ตอบแบบสอบถามรายหนึ่งกล่าว

COVID-19 ทำให้คนกลับมาอ่านข่าวท้องถิ่นกันมากขึ้น


สิ่งดีเพียงอย่างเดียวของการเกิด COVID-19 อาจจะเป็นการที่คนกลับมาสนใจท้องถิ่นกันมากขึ้น | ที่มาภาพประกอบ: American Psychological Association

นักข่าวเกือบทุกคนกลายเป็นนักข่าว COVID-19 เกือบ 3 ใน 4 ของผู้ตอบแบบสอบถาม (ร้อยละ 74) กล่าวว่าพวกเขา "มีส่วนร่วมในการรายงานข่าวที่เกี่ยวกับ COVID-19" โดยผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ ร้อยละ 58 ไม่เคยรายงานข่าวที่ครอบคลุมด้านสุขภาพหรือวิทยาศาสตร์มาก่อนหน้านี้

ร้อยละ 36 ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าพวกเขามีชั่วโมงการทำงานในช่วงการแพร่ระบาดมากกว่าเดิม - หลายคนรู้สึกว่าเป็นโอกาสสำหรับข่าวท้องถิ่น ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 65 กล่าวว่าพวกเขาพอใจกับข่าวและบทความที่กล่าวถึงโรคระบาดนี้

"ผู้อ่านของเราเพิ่มจำนวนขึ้นขึ้นตั้งแต่มี COVID-19" ผู้ตอบรายหนึ่งระบุ "และเราเชื่อว่าเป็นเพราะการรายงานข่าวของเราในพื้นที่"

"ผู้คนยอมรับการรายงานข่าวของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่น เพราะมันอาจมีความเกี่ยวข้องกับพวกเขาโดยตรง มากกว่าการรายงานของสื่อระดับประเทศ" ผู้ตอบอีกคนหนึ่งระบุ

การแข่งขันจากโซเชียลมีเดีย


สหรัฐฯ ก็เป็นเหมือนกับอีกหลายที่ในโลก ที่การจ้างงานกองบรรณาธิการข่าวของสื่อสิ่มพิมพ์ลดลง สวนทางกับการจ้างงานสื่อดิจิทัลที่มีเพิ่มมากขึ้น | ที่มาภาพประกอบ: The Broadcast Bridge

นอกจากนี้ยังมีความเห็นต่าง ๆ จากการสำรวจนี้ อาทิเช่น

"ผู้คนคิดว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องอ่านหนังสือพิมพ์เพราะเห็นพาดหัวข่าวบนอินเทอร์เน็ตหรือติดตาม เพจเฟสบุ๊ครวมข่าวซุบซิบต่าง ๆ ของท้องถิ่น"

"เฟสบุ๊คอาจเป็นอันตรายต่อสื่อสิ่งพิมพ์อย่างแท้จริง ผ่านวิธีการต่าง ๆ เช่น โพสต์โทรลล์ หรือการที่ผู้คนต่างคัดลอกบทความไปโพสต์"

"เป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะทำให้ผู้อ่านของเราสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบทความยาว ๆ เชิงสืบสวน ซึ่งต้องใช้ทรัพยากรและเวลามากที่สุด ในยุคของข่าวด่วน การโปรโมตบทความเหล่านั้นถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง และเราต้องเปลี่ยนไปใช้เนื้อหาดิจิทัลในรูปแบบที่เหมือนทุกวันนี้มากขึ้นไปอีก"

"คนไม่ค่อยสนใจในหัวข้อการสืบสวนที่ยาวเหยียด โดยเฉพาะหากเป็นข่าวร้าย เช่น เรื่องที่เกี่ยวข้องกับการเหยียดเชื้อชาติอย่างเป็นระบบ ความอยุติธรรมในประเด็นสิ่งแวดล้อม การทุจริตของรัฐบาล... ทั้งหมดนี้สำคัญมาก แต่กลับน่าผิดหวังในด้านปริมาณ ทุกวันนี้ทุกคนรู้เพียงข้อมูลผิวเผิน และเราไม่สามารถให้ผู้อ่านลงทุนในเรื่องราวสำคัญเหล่านั้นได้"

ทั้งนี้ข้อมูลจาก Pew Research Center ระบุว่าในปี 2563 การจ้างงานกองบรรณาธิการข่าว (newsroom) ในสหรัฐฯ ลดลง 26% ตั้งแต่ปี 2551 ในขณะที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นสูญเสียตำแหน่งงานอย่างมากในช่วงเวลานั้น แต่องค์กรข่าวดิจิทัลได้รับผลกำไรจำนวนมากสวนทางกัน ตามการวิเคราะห์ของ Pew Research Center ที่ใช้ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแรงงาน

ในปี 2551 คนทำงานในกองบรรณาธิการข่าวรวมประมาณ 114,000 ตำแหน่ง ไม่ว่าจะเป็นนักข่าว บรรณาธิการ ช่างถ่ายภาพ และช่างถ่ายวิดีโอ ใน 5 อุตสาหกรรมที่ผลิตข่าว ได้แก่ หนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เคเบิลทีวี และ "บริการข้อมูลอื่น ๆ " (ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็คือผู้เผยแพร่ข่าวดิจิทัล) ในปี 2563 จำนวนดังกล่าวลดลงเหลือประมาณ 85,000 ตำแหน่ง นับเป็นการสูญเสียงานประมาณ 30,000 ตำแหน่ง เลยทีเดียว 

ตั้งแต่ปี 2551 เป็นต้นมา การจ้างงานกองบรรณาธิการข่าวของหนังสือพิมพ์ในสหรัฐฯ ลดลง ระหว่างปี 2551-2563 ถึงร้อยละ 57 จากประมาณ 71,000 ตำแหน่ง เหลือเพียง 31,000 ตำแหน่ง เท่านั้น

ในขณะที่การจ้างงานกองบรรณาธิการข่าวของสื่อดิจิทัลกลับเพิ่มขึ้น ระหว่างปี 2551-2563 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 144 จาก 7,400 ตำแหน่ง ในปี 2551 เพิ่มเป็น 18,000 ตำแหน่ง ในปี 2563 แม้สัดส่วนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในแง่ของจำนวนคนทำงานกองบรรณาธิการข่าวในสื่อดิจิทัล ก็ยังคงต่ำกว่าตัวเลขในภาคหนังสือพิมพ์ประมาณ 13,000 คน ในปี 2563

ที่มาเรียบเรียงจาก
Local news blues: The employees of small newspapers see a bleak future, this survey says (LAURA HAZARD OWEN, Nieman Lab, 7 October 2021)
U.S. newsroom employment has fallen 26% since 2008 (MASON WALKER, Pew Research Center, 13 July 2021)

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์