นศ.วิจิตรศิลป์ มช.ขึ้นโรงพักปมถูกห้ามแสดงผลงานศิลปะ ประกาศเข้ายึดคืนพื้นที่จัดแสดงจากผู้บริหารพรุ่งนี้

นศ.คณะวิจิตรศิลป์ มช. รวมตัวไปลงบันทึกประจำวันปมถูกห้ามแสดงผลงานศิลปะ พร้อมประกาศจะเข้ายึดคืนพื้นที่หอศิลปฯ คืนจากผู้บริหารพรุ่งนี้ โดยช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้บริหาร มช. หนีลงบันไดหนีไฟ หลัง นศ.ดักรอถามความคืบหน้ากรณีเซ็นเซอร์ผลงานศิลปะ นศ. ที่เกี่ยวข้องกับการเมือง

15 ต.ค. 2564 ช่วงค่ำประมาณ 19.00 น. นักศึกษาสาขาวิชา Media Art and Design คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ประมาณ 30 คน รวมตัวกันไปที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ เพื่อลงบันทึกประจำวันต่อการถูกห้ามแสดงผลงานศิลปะในหอศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อการแสดงงานศิลปะและการศึกษาของนักศึกษาที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ประกาศว่าจะบุกเข้ายึดพื้นที่หอศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่คืนจากผู้บริหารคณะและผู้บริหารมหาวิทยาลัย เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการจัดแสดงงานศิลปะของตนเองในวันพรุ่งนี้

มารอพบ ผู้บริหารกลับหลบไปทางบันไดหนีไฟ แถมถูกตัดไฟเครื่องเสียง เข้าซูมคุยก็ถูกปิดไมค์

โดยก่อนน้านั้นเมื่อเวลา 13.00 น. นักศึกษากลุ่มดังกล่าว รวมตัวกันเพื่อไปพบผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่หน้าตึกอธิการบดี มีการแขวนป้ายผ้า “หากไร้ซึ่งเสรี จะมีศิลปะไว้ทำไม” เพื่อทวงถามคำตอบจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยต่อกรณีผู้บริหารคณะวิจิตรศิลป์ออกคำสั่งขอตรวจสอบและเซ็นเซอร์ผลงานศิลปะที่มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับการเมืองของนักศึกษาชั้นปี 4 ที่จะต้องจัดแสดงเป็นตัวจบในหอศิลปวัฒนธรรมของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โดยเมื่อวันที่ 14 ต.ค. ที่ผ่านมา นักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งดังกล่าวได้มายื่นจดหมายร้องเรียนขอเรียกร้องความเป็นธรรมต่อศาสตราจารย์คลินิกนายแพทย์นิเวศน์ นันทจิต อธิการบดีมหาวิทยาลัย ซึ่งทางมหาวิทยาลัยได้ส่งตัวแทนออกมารับเรื่อง 

พร้อมระบุท้ายจดหมายว่า ขอการตอบรับภายใน 14 ต.ค.นี้ จากหัวอกลูกค้า(นามว่านักศึกษา) นักศึกษาสาขาสื่อ ศิลปและการออกแบบสื่อ

และวันนี้ (15 ต.ค.64)มหาวิทยาลัยได้มีการตอบกลับเป็นข้อความผ่าน Facebook เพจ “มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Chiang Mai University” ต่อข้อเรียกร้องของนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์ ว่า ไม่ได้ขัดข้องแต่ประการใดหากแต่การจัดแสดงผลงานดังกล่าวขอให้เป็นไปตามระเบียบและขั้นตอนที่คณะกำหนด 

 

ต่อมานักศึกษากลุ่มดังกล่าวจึงได้มารวมตัวกันอีกครั้ง เนื่องจากคำตอบของทางมหาวิทยาลัยยังคงยืนยันให้การแสดงผลงานของนักศึกษาเป็นไปตามระเบียบและคำสั่งที่ผู้บริหารคณะวิจิตรศิลป์กำหนด

นักศึกษานำเครื่องเสียงมาปราศรัยบริเวณหน้าตึกอธิการบดีเรียกร้องให้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยออกมาพูดคุยกับนักศึกษา โดยอาจารย์คณะวิจิตรศิลป์บางส่วนและผู้ปกครองมาร่วมปราศรัยด้วย ซึ่งระหว่างที่กำลังปราศรัยอยู่นั้น เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของมหาวิทยาลัยทำการตัดไฟบริเวณที่นักศึกษาใช้เสียบปลั๊กเครื่องเสียงถึง 3 ครั้ง ขณะที่นักศึกษาได้พยายามเข้าไปในซูมการประชุมของผู้บริหารมหาวิทยาลัย เนื่องจากทางผู้บริหารอ้างว่าติดประชุมจึงไม่มีการมาพบหรือส่งตัวแทนมาพูดคุยกับนักศึกษา

ซึ่งนักศึกษาได้มีโอกาสพูดคุยถึงปัญหาการจัดแสดงศิลปะที่เกิดขึ้นกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเป็นระยะเวลาสั้นเพียงไม่กี่นาที เนื่องจากผู้บริหารระบุว่า สิ่งที่นักศึกษาพูดมาไม่ใช่ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวัคซีนที่ที่ประชุมกำลังหารือกันอยู่ จึงได้ทำการปิดไมค์และกดลบนักศึกษาคนดังกล่าวออกจากซูมดังกล่าว

จากนั้นนักศึกษาที่มาได้ไปดักรอพบผู้บริหารมหาวิทยาลัยที่หน้าห้องประชุม เพื่อรอเข้าพบ ซึ่งสุดท้ายแล้วทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยได้เดินทางออกจากห้องประชุมโดยใช้ประตูด้านหลังและออกจากตึกไปทางบันไดหนีไฟ ทำให้ทั้งนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์และผู้ปกครองที่มาในวันนี้ไม่ได้พูดคุยกับทางผู้บริหารมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด

'ทัศนัย' ระบุความก้าวหน้าทางวิชาการ การแสดงความคิดเห็นและศิลปะ เป็นดัชนีชี้ประเทศที่พัฒนา

ทัศนัย เศรษฐเสรี อาจารย์ประจำสาขาวิชา Media Art and Design คณะวิจิตรศิลป์ มช. กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยเชียงใหม่อยู่ภายใต้การใช้ดุลพินิจแห่งอำนาจตามอำเภอใจ และเป็นเรื่องที่อัปยศอดสูทั้งทางพฤตินัยและสำนึก น่าถูกประณาม ในประเทศที่พัฒนาแล้วดัชนีชี้วัดแห่งการพัฒนามี 2 เรื่องที่สำคัญ หนึ่งคือความก้าวหน้าแห่งวิชาการ สองความก้าวในแห่งการแสดงออกในความคิดเห็นและศิลปะ ถ้าสถาบันอุดมศึกษาของไทยไม่เข้าใจหลักการสำคัญที่ประชาคมโลกยอมรับว่าเป็นมาตรฐาน จะมีมหาวิทยาลัยไว้ทำไม ผู้บริหารมหาวิทยาลัยควรจะมีสำนึกในเรื่องนี้มากกว่านักศึกษา

ผู้ปกครอง ขอให้เปิดใจ

ขณะที่ ตัวแทนผู้ปกครองนักศึกษาที่ได้รับผลกระทบ ให้สัมภาษณ์ว่า ตั้งแต่เทอมที่แล้วหรือที่ผ่านมาการแสดงศิลปะของพวกเขามีการถูกปิดกั้นมาโดยตลอด ตนคิดว่าศิลปะควรจะต้องเปิดใจ เด็กเขาคิดอะไร เขามีอะไรในใจ แล้วเขาลงมันไปที่ศิลปะมันทำให้สังคมได้รับรู้ว่าโลกมีอะไรเคลื่อนไหว หรือเด็กๆ เขาคิดอย่างไร พอถึงเวลาเด็กเขาจะเรียนจบแล้ว ทำงานมาทั้งเทอมถึงวันที่จะแสดงงานอยู่แล้ว มหาวิทยาลัยบอกไม่ให้แสดงเพราะคุณมีงานที่ไม่ถูกต้อง คุณควรจะถูกกันก่อนที่จะให้เด็กเขาทำงานจนมาถึงวันนี้

"ที่แม่มาวันนี้แม่อยากรู้ว่าจะเรียนจบไหมลูกแม่ หรือเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกับเด็ก แล้วคุณเอามาเกี่ยวข้องกับเด็ก เขาก็เรียนไม่จบ เด็กเขาวางแผนชีวิตของเขาไว้ว่าเรียนจบแล้วจะไปไหน สมัครงานอะไร แต่ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าจะจบการศึกษาไหม มาถามก็ไม่มีคำตอบ หนี ไม่ตอบ” ตัวแทนผู้ปกครองนักศึกษา กล่าว

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์