ศูนย์ทนายฯ เผย ตร.จับเยาวชน กล่าวหา 'เผารถ-ปาระเบิดเพลิงใส่โรงพัก' ย้ายตัวสอบกลางดึก ไม่แจ้งทนาย

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยมีเยาวชน 15 ปี ถูกตำรวจจับกุมจากบ้านในดินแดงตามหมายจับ กล่าวหา 'เผารถยก-ปาระเบิดเพลิงใส่ สน.พญาไท' และถูกนำตัวไป สน.พญาไท เมื่อทนายไปถึงพบว่าตำรวจได้จัดทำบันทึกจับกุมเสร็จสิ้นแล้ว โดยไม่มีทนายเข้าร่วมด้วย

 

17 ต.ค.2564 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา เวลา 19.00 น. ศูนย์ทนายฯ ได้รับแจ้งว่ามี ทัต (นามสมมุติ)เยาวชน อายุ 15 ปี ถูกจับกุมจากบ้านในดินแดงตามหมายจับ และถูกนำตัวไป สน.พญาไท เมื่อทนายไปถึงพบว่าตำรวจได้จัดทำบันทึกจับกุมเสร็จสิ้นแล้ว โดยไม่มีทนายเข้าร่วมด้วย

ทั้งนี้ ตามบันทึกจับกุมระบุว่า เมื่อวันที่ 15 ต.ค. 64 เวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ (ปกปิดนามเพื่อประสงค์เงินรางวัล) ว่าพบทัตอยู่ที่บ้านของตนเองในเขตดินแดง ซึ่งมีตําหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางที่ 52/2564 ลงวันที่ 7 ต.ค. 64 ใน 3 ข้อหา ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป และออกนอกเคหสถานในเวลาห้าม (22.00 – 04.00 น.)

และหมายจับของศาลเยาวชนและครอบครัวกลางที่ 53/2564 ลงวันที่ 7 ต.ค. 64 ใน 7 ข้อหา ได้แก่ ร่วมกันมีวัตถุระเบิดไว้ในความครอบครอง, ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ของผู้อื่น, ร่วมกันทําให้เกิดเพลิงไหม้แก่วัตถุใดๆ จนน่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น, ร่วมกันกระทําให้เกิดระเบิดจนน่าจะเป็นอันตรายแก่ผู้อื่น, ร่วมกันมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป, ร่วมกันพาอาวุธไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และออกนอกเคหสถานในเวลาห้าม (22.00 – 04.00 น.)

ตำรวจชุดจับกุมประมาณ 12 นาย ได้แก่ ตำรวจจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 (บก.สปพ.) 2 นาย, ชุดสืบสวน สน.พญาไท 5 นาย และชุดสืบสวน สน.ดินแดง 5 นาย จึงได้แสดงตัวและขอตรวจสอบดูบัตรประจําตัวประชาชนของทัต ซึ่งพบว่าเป็นบุคคลตามหมายจับดังกล่าวจริง ตำรวจจึงได้แสดงหมายจับให้ทัตดู โดยทัตยอมรับว่าเป็นบุคคลเดียวกันกับหมายจับจริง และยังไม่เคยถูกจับกุมตัวตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน จากนั้นตำรวจจึงควบคุมตัวทัตนําส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท

21.20 น. หลังทนายได้รับแจ้งว่ามีผู้ถูกจับกุมอยู่ที่ สน.พญาไท ทนายได้เดินทางไปพบผู้ถูกจับกุม โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จัดทำบันทึกจับกุมไปแล้วตั้งแต่ 15.30 น. โดยไม่ได้มีทนายความเข้าร่วม มีเพียงพ่อลงชื่อเป็นผู้ไว้วางใจในบันทึกการจับกุม จากนั้นทนายได้เข้าร่วมสอบคำให้การ

ทั้งนี้ ในคดีแรก พนักสอบสวนแจ้งพฤติการณ์ในคดีโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 29 ก.ย. 64 เวลาประมาณ 02.00 น. ได้มีกลุ่มคน รวมทั้งผู้ต้องหานี้ ขับขี่รถจักรยานยนต์จากสามเหลี่ยมดินแดงไปตามถนนราชวิถี เมื่อถึงบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ฝั่งเกาะพญาไท ซึ่งรถสายตรวจจอดปฏิบัติหน้าที่อยู่ ได้ใช้ของแข็งขว้างปา บางคนได้ลงไปใช้ของแข็งทุบรถจนได้รับความเสียหาย จากนั้นได้ขับจักรยานยนต์ติดตามรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ขับออกจากที่เกิดเหตุ และได้ร่วมกัน จุดไฟวางเพลิงเผารถยกของ สน.พญาไท ราคาประมาณ 1,399,000 บาท ซึ่งจอดอยู่ใต้สะพานข้ามแยกพญาไท จากการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่พบว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุรวม 3 คน

ส่วน ในคดีที่2 พนักสอบสวนแจ้งพฤติการณ์ในคดีโดยสรุปว่า เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 64 เวลาประมาณ 02.20 น. ได้มีกลุ่มคนขับจักรยานยนต์ร่วมกันก่อเหตุขว้างปาระเบิด ระเบิดเพลิง สิ่งของต่างๆ เข้าใส่อาคาร สน.พญาไท จากนั้นไป วางเพลิงตู้ควบคุมสัญญาณไฟจราจรแยกพญาไท จนเกิดเพลิงไหม้ได้รับความเสียหาย มูลค่าประมาณ 60,000 บาท จากการสืบสวนสอบสวน ทราบตัวผู้กระทำผิดจำนวน 5 คน โดยแบ่งหน้าที่กันทำ และพบว่าทัตเป็นคนปาระเบิดเพลิงไปที่บริเวณหน้า สน.พญาไท จากนั้นซ้อนท้ายจักรยานยนต์ไปทางแยกพญาไท

ก่อนแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ โดยทั้งสองคดี ทัตให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และจะยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือ ภายในวันที่ 15 พ.ย. 64

ศูนย์ทนายฯ รายงานเหตุการณ์การเบิกตัวผู้ต้องหาสอบกลางดึก โดยไม่มีทนายความเข้าร่วม ไว้ดังนี้

 

เบิกตัวผู้ต้องหาสอบกลางดึก ไร้ทนายเข้าร่วม

23.20 น. หลังพนักงานงานสอบสวนสอบปากคำผู้ต้องหาเสร็จสิ้น ทนายและพ่อของทัตจึงได้เดินทางกลับ แต่เมื่อพ่อถึงบ้านแล้วกลับได้รับการแจ้งจากตำรวจว่า ในคืนนี้จะนำตัวทัตไปคุมขังต่อที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) โดยอ้างเหตุผลว่า ห้องขังมีผู้ต้องหาอยู่แออัดแล้ว

แต่แล้วในเวลากลางดึกตำรวจได้มาเบิกตัวผู้ต้องหาที่ บช.ปส. กลับไปสอบปากคำที่ สน.พญาไท อีกครั้ง โดยไม่มีทนายความเข้าร่วม โดยตำรวจได้โทรมาแจ้งพ่อของทัตว่าให้เดินทางกลับมายัง สน.พญาไท ทั้งยังส่งรถจักรยานยนต์ไปรับพ่อของทัตถึงบ้านพัก

พ่อของทัตเล่าว่า ตนไปเฝ้าลูกชายที่ สน.พญาไท ตั้งแต่กลางดึกจนถึงเวลาเช้าประมาณ 07.00 น. ทัตจึงถูกปล่อยตัวออกมาจากห้องสืบสวนของ สน.พญาไท ในช่วงสาย ตำรวจก็ได้เริ่มสอบปากคำทัตอีกเป็นครั้งที่ 3 โดยในครั้งนี้ได้มีพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัวเข้าร่วมด้วย

14.05 น. พนักงานสอบสวน สน.พญาไท คุมตัวทัตไปตรวจสอบการจับกุมที่ศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง โดยหลังตรวจสอบการจับแล้ว ศาลมีคำสั่งให้ควบคุมตัวทัตไว้ระหว่างสอบสวน ก่อนอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวตามที่ทนายความยื่นคำร้อง โดยให้วางหลักประกันเป็นเงินสดคดีละ 20,000 บาท รวมเป็นเงิน 40,000 บาท โดยใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์ 30,000 บาท และจากผู้ปกครองของทัต 10,000 บาท วางเป็นหลักประกัน ศาลนัดไปที่ศูนย์ให้คำปรึกษาในวันที่ 19 ต.ค. 64 และนัดรายงานตัวในวันที่ 30 พ.ย. 64

อย่างไรก็ตาม หลังทัตได้รับการปล่อยตัวกลับบ้านพร้อมพ่อ พบว่า บริเวณต้นคอ หลังหูด้านซ้าย และแผ่นหลัง มีรอยแดงและรอยขีดข่วนหลายจุด โดยยังไม่ทราบที่มาของรอยดังกล่าว

ทั้งนี้ ในคดีปาระเบิดเพลิงใส่ สน.พญาไท และป้อมจราจรแยกพญาไท หลังเที่ยงคืนวันที่ 30 ก.ย. 64 ล่วงเข้าวันที่ 1 ต.ค. 64 ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 ต.ค. ที่ผ่านมา ชุดสืบสวน สน.พญาไท ได้เข้าจับกุมขจรศักดิ์และคเชนทร์ อายุ 18 และ 19 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา ใน 7 ข้อหาเช่นเดียวกันนี้ ก่อนที่วันต่อมา ศาลอาญาจะไม่อนุญาตให้ประกันตัวในระหว่างสอบสวน ปัจจุบันทั้งสองยังคงถูกขังอยู่ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เป็นเวลา 8 วันแล้ว

 

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์