สภาองค์กรของผู้บริโภค จี้ธนาคารคืนเงินทันที - เพิ่มมาตรการยืนยันตัวตน ปมผู้บริโภคถูกหักเงินโดยไม่ทราบสาเหตุ

สภาองค์กรของผู้บริโภค จี้ ธนาคารคืนเงินทันที - เพิ่มมาตรการยืนยันตัวตน พร้อมรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมให้ผู้บริโภค หลังผู้บริโภคหลายรายถูกหักเงินจากบัญชีโดยไม่ทราบสาเหตุ

18 ต.ค.2564 ข่าวสภาองค์กรของผู้บริโภครายงานว่า จากกรณีที่มีผู้บริโภคจำนวนมากถูกหักเงินหรือถูกเรียกเก็บเงินจากบัญชีธนาคาร เนื่องจากบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตถูกลักลอบใช้โดยไม่ทราบสาเหตุในช่วงที่ผ่านมา หลังจากนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสมาคมธนาคารไทยได้ออกมาชี้แจงและปฏิเสธเมื่อ 17 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่ากรณีดังกล่าวไม่ได้เกิดจากการรั่วไหลของข้อมูลจากธนาคาร ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบร้านค้าที่มีธุรกรรมที่ผิดปกติและจะเร่งคืนเงินให้กับลูกค้าที่ได้รับความเสียหายตามขั้นตอนของธนาคารนั้น

ล่าสุด วันนี้ (18 ต.ค.64) โสภณ หนูรัตน์ หัวหน้าฝ่ายคุ้มครองและพิทักษ์สิทธิผู้บริโภค สภาองค์กรของผู้บริโภค (สอบ.) กล่าวว่า บริการบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ถือเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาโดยคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตามข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา พ.ศ. 2542 ที่ระบุว่า ธนาคารหรือสถาบันการเงินที่ออกบัตรเครดิตหรือบัตรเดบิตให้กับผู้บริโภคไม่มีสิทธิเรียกเก็บเงินจากบัญชีธนาคารของผู้บริโภค หรือกรณีที่ผู้บริโภคถูกหักเงินจากบัญชีธนาคาร จะต้องคืนเงินให้กับผู้บริโภคทันที รวมทั้งกรณีที่ผู้บริโภคทักท้วงว่าไม่ได้เป็นผู้สั่งซื้อสินค้าหรือแจ้งว่าบริการที่ถูกหักเงินไปเกิดจากการลักลอบใช้บัตรเครดิตหรือบัตรเดบิต ทั้งในออนไลน์หรือออฟไลน์อีกด้วย
 “ธนาคารไม่ควรอ้างเหตุผลการตรวจสอบโดยประวิงเวลาในการคืนเงินให้กับผู้บริโภคที่ได้รับความเสียหายจากการถูกหักเงินจากบัญชี และต้องรับผิดชอบคืนเงินผู้บริโภคเต็มจำนวนทันทีตามสัญญาฝากทรัพย์ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของธนาคารในการดูแลรักษาเงินในฐานะผู้มีวิชาชีพฝากเงิน นอกจากธนาคารจะพิสูจน์ได้ว่าภาระหนี้ที่เกิดขึ้นเป็นการกระทำของผู้บริโภคเองและใช้สิทธิเรียกคืนจากผู้บริโภคในภายหลังได้” โสภณ กล่าว

โสภณ กล่าวอีกว่า โดยปกติการทำธุรกรรมทางการเงินจะต้องมีการยืนยันตัวตนก่อนทุกครั้ง แต่ปัจจุบันธุรกรรมที่เกิดจากการสั่งซื้อสินค้าออนไลน์จำนวนมากไม่มีการแจ้งยืนยันตัวตนก่อนการสั่งจ่าย จึงอาจเป็นช่องว่างให้เกิดกรณีดังกล่าวขึ้นได้ จึงต้องการให้ ธปท. และสมาคมธนาคารฯ เพิ่มมาตรการยืนยันตัวตนในการโอนเงินทุกครั้ง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นอีกในอนาคต ส่วนกรณีผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการที่เงินหายไปจากบัญชีจนหมดนั้นอาจจะกระทบกับชีวิตประจำวันของผู้บริโภค จนสร้างความเสียหายให้กับผู้บริโภค ธนาคารผู้รับฝากเงินของผู้เสียหายควรต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพิ่มเติมต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อประโยชน์และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคในการแสดงความรับผิดชอบของธนาคารผู้รับฝากเงินเอง

ทั้งนี้ สอบ. มีข้อแนะนำสำหรับผู้บริโภคที่ใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตแทนเงินสด ให้หมั่นตรวจสอบรายการเรียกเก็บเงินในใบแจ้งหนี้หรือบัญชีธนาคารว่ามีรายการธุรกรรมที่ผู้บริโภคไม่ได้เป็นผู้ใช้หรือไม่ หากมีการเรียกเก็บเงินในรายการที่แปลกไปให้ผู้บริโภคดำเนินการ ดังต่อไปนี้

1. รีบแจ้งอายัดบัตรเครดิตทันทีกับคอลเซนเตอร์ของธนาคารเมื่อรู้ตัวว่าบัตรหายหรือถูกขโมยใช้
2. ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าบัตรเครดิตหายหรือถูกขโมยใช้ โดยมีรายการธุรกรรมที่ผู้บริโภคไม่ได้ใช้ตามที่ตรวจสอบได้ หากต้องการดำเนินคดีกับมิจฉาฉีพก็ให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับมิจฉาชีพโดยให้ตำรวจสืบหาผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี
3. ทำหนังสือปฏิเสธรายการเรียกเก็บเงินที่ผู้บริโภคไม่ได้ใช้ และแนบสำเนาใบลงบันทึกประจำวันของสถานีตำรวจ พร้อมใส่ข้อเรียกร้องให้ธนาคารหรือสถาบันการเงินยุติการเรียกเก็บเงินหรือคืนเงิน (กรณีที่ถูกหักเงินไปแล้ว) ตามรายการที่ทักท้วงโดยทันที ส่งไปยังธนาคารหรือสถาบันการเงินเจ้าของบัตร ณ สำนักงานใหญ่ โดยส่งไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ถึง ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ หรือ ตำแหน่งอื่น ๆ ที่เทียบเท่า
4. เก็บเอกสารทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน ได้แก่ สำเนาหนังสือปฏิเสธรายการใช้บัตรเครดิต หรือ หนังสือทักท้วงการใช้บัตรเครดิต, สำเนาภาพถ่ายบัตรเครดิตใบที่เกิดปัญหา (ถ้ามี), ใบแจ้งหนี้บัตรเครดิตหรือรายการบัญชีธนาคารหน้าที่มีปัญหา, ใบไปรษณีย์ตอบรับ, เอกสารที่ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์