ตร.เตรียมส่งอัยการ คดีพี่สาว 'วันเฉลิม' ปราศรัยเรื่องน้องถูกอุ้มหาย #ม็อบ5กันยา

สน.ทองหล่อ นัดส่งสำนวนคดี #ม็อบ5กันยา ให้อัยการวันที่ 20 ต.ค. 2564 พี่สาว 'วันเฉลิม' ถูกตั้งข้อหาฐานฝ่าฝืนข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ หลังร่วมปราศรัยเรียกร้องความเป็นธรรมให้น้องชายที่ถูกอุ้มหายในกัมพูชา

19 ต.ค. 2564 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ นัดสั่งฟ้องสิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ พี่สาวของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมที่ถูกบังคับสูญหายเมื่อปี 2563 ที่ประเทศกัมพูชา ต่ออัยการพิเศษฝ่ายคดีศาลแขวง 4 ยานนาวา ในวันที่ 20 ต.ค. 2564 เวลา 14.00 น. หลังจากยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือต่อพนักงานสอบสวน และขอให้สืบพยานบุคคลเพิ่มเติมจำนวน 2 คน เมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2564

คดีนี้สืบเนื่องจากสิตานันถูกเชิญให้เข้าร่วมกิจกรรมบอกเล่าเรื่องราวการหายตัวไปของวันเฉลิม เมื่อวันที่ 5 ก.ย. 2564 จึงตกเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา หมายเลขคดี 515/2564 ในข้อหาว่า “ร่วมกันจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มกันของบุคคลที่มีจำนวนรวมกันมากกว่า 25 คน ที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค, ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรคในพื้นที่ที่มีประกาศหรือคำสั่งกำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ปฎิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานซึ่งสั่งการตามอำนาจที่มีกฎหมายให้ไว้ ไม่ปฎิบัติตามคำสั่งนั้น โดยไม่มีเหตุหรือข้อแก้ตัวอันสมควร”

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 14 ต.ค. 2564 สิตานันเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหาที่ สน.ทองหล่อ และให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เนื่องจากไม่ได้กระทำผิดตามข้อกล่าวหาดังกล่าว และเมื่อวันที่ 18 ต.ค. 2564 ได้ยื่นคำให้การเพิ่มเติมเป็นหนังสือ โดยได้ขอให้พนักงานสอบสวนสืบพยานบุคคลจำนวน 2 คน และสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม เพื่อให้ได้ข้อมูลที่แท้จริงและเพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ผู้ต้องหา แต่ปรากฎว่า พนักงานสอบสวนกลับเร่งส่งสำนวนคดีโดยมีความเห็นควรสั่งฟ้องส่งให้อัยการ

“ตอนนี้ฉันรู้สึกถึงการถูกกดขี่และย่ำยีครอบครัวของฉัน ทำให้รู้สึกคับแค้นใจมากยิ่งขึ้นไปอีกจากการถูกดำเนินคดีอาญาในลักษณะนี้” สิตานัน กล่าว

ด้านพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม กล่าวว่า คดีนี้ถือได้ว่าเป็นความตกต่ำของสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการแสดงออกและการชุมนุม รวมทั้งสิทธิของญาติในการเรียกร้องขอความเป็นธรรม การพูดปราศรัยไม่ได้กล่าวพาดพิงถึงบุคคลใด และเป็นการใช้สิทธิเสรีภาพในการเรียกร้องให้มีกฎหมายที่ดีกว่ากฎหมายอาญาในปัจจุบัน เพื่อการค้นหาความจริงภายหลังเมื่อมีการกระทำให้สูญหายเกิดขึ้น เช่น กรณีของวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ น้องชายของสิตานัน 

“การทำให้ผู้เสียหายเป็นผู้ต้องหาในคดีอาญา ถือเป็นความรุนแรงเชิงโครงสร้างที่รัฐไทยกดขี่ประชาชนและอยู่พร่ำเพื่อ โดยไม่มีการตรวจสอบถ่วงดุลที่เป็นผล ถือเป็นความล้มเหลวของรัฐไทย เราขอเรียกร้องให้รัฐบาลทั้งตำรวจ อัยการและศาลยุติการร่วมมือกันกระทำสิ่งนี้ทันที ทุกกรณี รวมทั้งกรณีของนางสาวสิตานัน” พรเพ็ญ กล่าวเสริม

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์