'ไทรักษา' ยื่นสภา ชง 10 ข้อป้องสถาบันกษัตริย์ หวั่นไม่ได้ทรงงานหากเปิดช่องให้ฟ้องได้

แกนนำกลุ่มไทรักษายื่นข้อเรียกร้องปกป้องสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อต่อรัฐสภา ระบุแก้ไข ม.112 ได้ แต่แก้แล้วต้องเป็นคุณต่อสถาบันฯ เกรงเปิดช่องให้ฟ้องสถาบันฯ ได้จะทำให้กษัตริย์ไม่ได้ทรงงาน พร้อมแจงเหตุผลตามข้อเรียกร้อง 10 ข้อว่าทำไมต้องปกป้องสถาบันฯ ชี้ หากกลุ่มการเมืองใดที่ขึ้นมามีอำนาจแล้วไม่จงรักภักดี จะมีประชาชนลุกขึ้นมาเรียกร้อง 'ราชประชาสมาสัย' แบบที่เคยมีมาอย่างแน่นอน

20 ต.ค. 2564 เฟซบุ๊กกลุ่มไทรักษา โพสต์ข้อความระบุว่า กิตติศักดิ์ ยานาบัว ตัวแทนกลุ่มไทรักษา เดินทางเข้ายื่นข้อเรียกร้อง 10 ข้อ สนับสนุนสถาบันกษัตริย์ที่รัฐสภา โดยมีแทนคุณ จิตต์อิสระ คณะทำงานทางการเมืองของประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้รับหนังสือ กิตติศักดิ์กล่าวว่า ตนหวังให้รัฐสภาเป็นเวทีส่งเสียงให้สังคมรู้เท่าทันถึงประโยชน์ของประชาชนที่จะเสียไปหากมีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ตามข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎรและกลุ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองอื่นๆ

หลังจากยื่นหนังสือแล้ว ตนขอใช้พื้นที่ที่ห้องโถงรัฐสภาเพื่อแถลงข่าวอธิบายเหตุผลข้อเรียกร้องทั้ง 10 ข้อนี้ เพื่อให้ประชาชนทั่วไปได้รับรู้ถึงประโยชน์ของสถาบันกษัตริย์และการไม่ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยตัวแทนกลุ่มไทรักษาระบุว่าต้องการส่งเสียงไปถึงประชาชนทุกคนในสังคมให้รับรู้ประโยชน์ของสถาบันฯ ซึ่งจะข้อมูลเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานทางความคิด เป็นภูมิต้านทานในอนาคตหากมีกลุ่มการเมืองต้องการจะปฏิรูปสถาบันฯ

"เป้าหมายของเราไม่ใช่กลุ่มสามนิ้วปลดแอก แต่เป้าหมายของเราในวันนี้ เพื่อส่งไปถึงคนกลางๆ ในสังคม คนทั่วไป คนในวงการอื่นเยอะแยะทั้งหมด ที่ไม่ใช่ในแวดวงการเมือง ให้เขารู้ถึงประโยชน์ของสถาบันกษัตริย์ และเป็นภูมิคุ้มกันต้านทานในอนาคตที่มีกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่ต้องการปฏิรูปสถาบันฯ วันนั้นแหละครับ ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานที่อยู่ในใจผู้คนเหล่านั้นให้เขาไม่เอาด้วยและไม่สนับสนุนคนพวกนั้น หากวันหนึ่งพวกคนเหล่านั้นขึ้นมามีอำนาจทางการเมือง" กิตติศักดิ์ กล่าว

กิตติศักดิ์แสดงความกังวลเรื่องข้อเรียกร้องของกลุ่มราษฎรและกลุ่มต่างๆ ที่ต้องการให้แก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 6 และประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยระบุว่าหากมีการแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ขึ้นมาจริงๆ ในอนาคตกษัตริย์จะต้องมาขึ้นศาลจนไม่ได้ประกอบพระราชกรณียกิจและดูแลโครงการหลวงต่างๆ เพื่อประโยชน์ของประชาชน

"ไม่มีประเทศไหนที่เขาไม่มีกฎหมายคุ้มครองประมุขแห่งรัฐ แล้ววันนี้ที่บอกว่าเป็นประชาธิปไตยแล้วออกมาทำแบบนี้ คืออะไร สากลมันก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้เราถึงสนับสนุนมาตรา 6 และไม่ยกเลิกกฎหมายอาญามาตรา 112 คำว่ายกเลิกตรงนี้ ไม่ได้ห้ามว่าไม่ให้แก้นะครับ ซึ่งเราในกลุ่มเราก้คิดกันว่าถ้าจะแก้ในอนาคต แก้ให้มันดีขึ้น ไม่ใช่วายกเลิกโทษจำคุก แต่ให้มีโทษเบาลง ให้เป็นหลักสากลมากขึ้น อย่างอังกฤษก็มีโทษประมาณ 6-7 ปี แต่ของเรา 15 ปีสูงสุด ตรงนี้ถ้ามีปัญหา แก้ได้ แต่ไม่ใช่ยกเลิกโทษจำคุกเหลือแค่จ่ายค่าปรับอย่างเดียว" กิตติศักดิ์กล่าว พร้อมระบุว่าการลดเหลือโทษเพียงจ่ายค่าปรับนั้นจะเป็นการเปิดช่องให้กลุ่มคนที่มีทุนทรัพย์สามารถทำลายสถาบันกษัตริย์ได้

"เราไม่สนับสนุนให้ยกเลิก แต่เราเว้นไว้ว่าสามารถแก้ไข แต่แก้แล้วเป็นคุณต่อสถาบัน แก้แล้วไม่เปิดช่องให้มีคนมาล้มล้างสถาบัน" กิตติศักดิ์กล่าว

นอกจากนี้ กิตติศักดิ์ยังได้อธิบายความสำคัญของงบประมาณสถาบันกษัตริย์ หน่วยราชการในพระองค์ เช่น หน่วยราชการในพระองค์ 904 รวมถึงมูลนิธิต่างๆ พร้อมอธิบายว่าเหตุใดสถาบันกษัตริย์จึงควรรับเงินบริจาคจากภาคเอกชน ซึ่งกิตติศักดิ์บอกว่าการรับบริจาคเงินจากภาคเอกชนนั้น เป็นการเติมเต็มความเหลื่อมล้ำผ่านสถาบันฯ เพื่อส่งต่อไปยังประชาชนกลุ่มรากหญ้า เป็นการสร้างความใกล้ชิดระหว่างสถาบันฯ กับประชาชนต่อไป

"ถ้ามีแต่ประชาชนก็เหมือนชนเผ่าต่างๆ ที่ไร้แผ่นดินอยู่แถวพม่าทุกวันนี้ โรฮิงญาแบบนั้นน่ะ คุณอยากให้เราเป็นแบบนั้นหรือ อยู่อย่างไม่มีผู้นำที่เข้มแข็ง ไม่มีผู้นำที่ชาญฉลาด เพราะฉะนั้น สถาบันกษัตริย์คือโจทย์ตรงนี้ที่ท่านทำหน้าที่ท่านอย่างดีที่สุด จากการตีเมืองขึ้น ทุกอย่าง เพราะฉะนั้นงบทำซุ้มต่างๆ เทียบได้กับพระมหากรุณาธิคุณที่พวกเราได้รับไหม ที่เราได้มีแผ่นดินอยู่ทุกวันนี้ เทียบได้ไหมกับงบประจำปี กับภาษีที่อ้างว่าเอาไปจ่ายให้กับซุ้มเฉลิมพระเกียรติทุกปี มันจะกี่ร้อยล้านกัน" กิตติศักดิ์กล่าว พร้อมบอกอีกว่าหากมีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ มูลนิธิและโครงการในพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการจะหายไป

นอกจากนี้ กิตติศักดิ์ยังกล่าวว่า 'ราชประชาสมาสัย' ในข้อเรียกร้องที่ 10 นั้นเป็นการปกครองร่วมกันระหว่างกษัตริย์กับประชาชน และถือเป็นอาวุธสำคัญของทางกลุ่มไทรักษาที่ยังไม่ขอเปิดเผยในวันนี้ แต่วันไหนที่มีกลุ่มการเมืองซึ่งไม่จงรักภักดีต่อสถาบันฯ ขึ้นมามีอำนาจ จะมีประชาชนลุกขึ้นมาเรียกร้องราชประชาสมาสัยอย่างเป็นทางการ

ทั้งนี้ ในสัปดาห์หน้า กลุ่มไทรักษาจะเดินสายยื่นหนังสือต่อหน่วยงานรัฐบาลที่มีส่วนช่วยปกป้องสถาบันฯ อาทิ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กองบัญชาการกองทัพไทย และสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับข้อเรียกร้องปกป้องสถาบันฯ ของกลุ่มไทรักษามี 10 ข้อ ดังต่อไปนี้

  1. สนับสนุนการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และไม่แก้ไขรัฐธรรมมนูญหมวด 1-2
  2. สนับสนุนการมีมาตรา 6 แห่งรัฐธรรมนูญ และไม่ยกเลิกมาตรา 112
  3. สนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงมีบทบาทสําคัญ ในการช่วยเหลือดูแล คนยากไร้ ผู้ป่วยอนาถาที่ใช้ผู้ดูแล (ราชสวัสดิการ)
  4. สนับสนุนให้มีและคงไว้ซึ่งงบประมาณประจําปีของสถาบันพระมหากษัตริย์
  5. สนับสนุนให้มีและคงไว้ซึ่งส่วนราชการในพระองค์ และมูลนิธิต่างๆ ที่ก่อตั้งขึ้นมาโดย รัชกาลที่ 9
  6. สนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้มีและคงไว้ซึ่งการรับเงินถวายจากภาคเอกชน โดยเสด็จพระราชกุศล และการพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์และสิ่งของ บรรเทาทุกข์แก่ประชาชน
  7. สนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ ให้มีและคงไว้ซึ่งพระราชอํานาจในการมีพระราช ดํารัสต่อประชาชนในที่สาธารณะ
  8. สนับสนุนให้มีและคงไว้ซึ่งการเทิดพระเกียรติ และการเผยแพร่ข่าวพระราชกรณียกิจ
  9. สนับสนุนให้มีและคงไว้ซึ่งโครงการตามแนวพระราชดําริ และการทรงเสด็จเยี่ยม ประชาชน
  10. สนับสนุนราชประชาสมาสัย และรัฐธรรมนูญใดๆ ที่ดำรงรักษาไว้ซึ่งพระราชอำนาจแห่งองค์พระมหากษัตริย์ ตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์