ใบตองแห้ง: สงครามความเคารพ

สํานักพุทธฯ ไม่สามารถชี้แจงเหตุผลการถอดถอน 3 เจ้าคณะจังหวัดต่อสาธารณชน บอกเพียงว่าเป็นไปตามขั้นตอนของ พ.ร.บ.สงฆ์ ที่แก้ไขเพิ่มเติมครั้งล่าสุดเมื่อปี 2561 และกฎมหาเถรสมาคม 2563 มูลเหตุหลักฐานที่นำไปสู่การถอดถอนและแต่งตั้งใหม่ ได้กราบเรียนเจ้าคณะหน เจ้าคณะใหญ่ รับทราบแล้ว

พูดราวกับการแต่งตั้งถอดถอนพระเป็นเรื่องของระบบราชการ (ลับอีกต่างหาก) ไม่ใช่เรื่องของชาวบ้าน ที่จะมาเข้าชื่อกัน 50,000 คน 100,000 คน อ้าว คณะสงฆ์ไม่ใช่ดำรงอยู่บนความเคารพศรัทธาของประชาชนหรือ

ใช่เลย พระสังฆาธิการ พระที่มีสมณศักดิ์ ได้เงินนิตยภัตจากรัฐ แต่ก็ไม่ได้ทำให้พระกลายเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อยู่ใต้อำนาจแต่งตั้งโยกย้ายแบบปลัดนายอำเภอ พระอยู่บนความเคารพนับถือ พูดง่ายๆ คืออยู่ที่ชาวบ้านใส่บาตรใส่ซองทำบุญ เจ้าคณะอำเภอ เจ้าคณะจังหวัด ฯลฯ ก็ล้วนมาจากพระที่ศิษยานุศิษย์จำนวนมากสนับสนุน

แต่วันนี้ ศาสนาอยู่ใต้รัฐ ทำราวกับพระเป็นเจ้าหน้าที่รัฐแผนกอบรมสั่งสอนประชาชน ให้เชื่อฟังรัฐ อยู่ในโอวาท สวดมนต์ไล่น้ำท่วม ฯลฯ ถูกจำกัดสิทธิเสรีภาพ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาสังคม การเมือง รัฐบาล ผู้มีอำนาจ ทั้งที่ พระบิณฑบาตข้าวปลาอาหารจากชาวบ้านทุกวัน แต่ห้าม ยุ่งเกี่ยวกับความเดือดร้อนของประชาชน

พระมหาสมปองร่ำไห้ถูกจ้องจับสึก รัฐมนตรีก็ว่าดราม่า ทำให้สังคมแบ่งฝักฝ่าย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นเรื่องสำคัญและเป็นเสาหลักของชาติ ต้องปกป้องดูแลอย่าให้เกิดความแตกแยก

“เสาหลัก” เป็นเรื่องของความเคารพศรัทธา ไม่ใช่เรื่องอำนาจบังคับ พระมหาสมปอง พระมหาไพรวัลย์ มีผู้ติดตามรับฟังเป็นแสนๆ ถ้าใช้อำนาจคณะสงฆ์จับสึก เพราะไม่พอใจที่พาดพิงรัฐ ถามว่าใครเสื่อม

การปลดเจ้าคณะจังหวัดก็เช่นกัน แม้เรื่องคงเงียบไป แต่ไม่จบในแง่ความเคารพศรัทธาของประชาชน ทั้งในระดับจังหวัดและในระดับประเทศ ถามหน่อยใครทำให้แตกแยก

พ.ร.บ.สงฆ์ 2561 ก็คงมีคนไปอ่านทบทวนไม่รู้กี่รอบ แม้ตอนแรกอาจไม่เข้าใจหรือไม่กล้าคัดค้าน แต่สังคมจะเริ่มเห็นว่า การเอาคณะสงฆ์ไปอยู่ใต้อำนาจรัฐตั้งแต่ปี 2505 (และยิ่งกระชับในปี 2561) มีผลอย่างไรต่อศาสนา

คนไทยโดยทั่วไปไม่เข้าใจไม่ยอมรับหลักการแยกศาสนาออกจากรัฐ เพราะโตมากับคาถา “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ทั้งที่ความเคารพรักต้องมาจากความเลื่อมใสโดยอิสระ และอันที่จริง คนไทยทุกวันนี้ก็มีอิสระ คือเลื่อมใสวัดไหนก็ไปวัดนั้น ไม่ศรัทธาเลยก็ไม่ไป แค่ใช้วัดเป็นสถานฌาปนกิจ แต่ถ้าจะกรอกบัตรประชาชนว่า “ไม่นับถือศาสนา” เดี๋ยวจะโดนเขม่น โดนมองหน้า เอาวะ ใส่พุทธก็แล้วกัน

ไม่ต้องการให้แยกศาสนาออกจากรัฐ แต่พอเห็นตาลิบัน ก็ด่ารัฐศาสนา พอเห็นรัฐให้เงินเดือนโต๊ะอิหม่ามก็ด่ารัฐบาล ทั้งที่หลักการเดียวกัน เมื่อให้เงินนิตยภัตกับพระ รัฐต้องอุปถัมภ์ทุกศาสนา ก็ต้องให้ทุกศาสนา

ไม่ให้ทั้งหมดเลยสิดีกว่า ศาสนาเป็นเรื่องของความเคารพศรัทธา พระที่ประชาชนเลื่อมใส ท่านไม่ต้องพึ่งเงินนิตยภัตหรอก ซ้ำร้าย เงินอุดหนุนจากรัฐยังถูกทำให้เป็นคดีความได้ เช่น “เงินทอนวัด” ทั้งที่หลายคดีพระไม่ได้เอาเงินเข้าพกเข้าห่อ แค่โดนข้อหาเอาเงินอุดหนุนไปใช้ผิดประเภท เช่น เอาเงินศึกษาปริยัติธรรมไปสร้างโบสถ์ ก็โดนทั้ง 157 ฟอกเงิน เพราะพอรับเงินนิตยภัตแล้วถือว่าพระเป็นเจ้าพนักงาน

หลายประเทศในยุโรป แยกศาสนาออกจากรัฐอย่างชัดเจน รัฐไม่อุปถัมภ์ใดๆ ทั้งสิ้น ศาสนิกชนต้องลงทะเบียนเพื่อให้นำเงินภาษีของตนไปบริจาค เหมือนบริจาคพรรคการเมือง

ฟังเหมือนรับไม่ได้ แต่นั่นแหละศาสนาบริสุทธิ์ ถ้าเมืองไทยเมืองพุทธใช้หลักอย่างนั้นแล้วกลัวพระอดตาย? เป็นไปไม่ได้หรอก ทุกวันนี้วัดใหญ่ๆ มีเงินบริจาคล้นวัด วัดเล็กๆ ชาวบ้านก็ช่วยกัน ในทางตรงข้าม รัฐก็จะมายุ่งเกี่ยวอะไรกับสงฆ์ไม่ได้ พระดีปฏิบัติดี ก็เป็นที่เคารพนับถือ ดูแลกันด้วยพระธรรม พระวินัย ไม่ใช่กฎเกณฑ์ของรัฐ

พูดให้ถึงที่สุดคือเสรีภาพในการนับถือศาสนา ซึ่งความคิดเก่ายอมรับไม่ได้ เช่นไม่นับถือศาสนาถูกมองว่ามีพิษมีภัย ทั้งที่คนไม่นับถือศาสนามีมากมายในโลกนี้ คนไม่นับถือศาสนาก็เป็นคนดีเยอะไป ไม่บริจาคเงินให้วัดก็บริจาคให้สาธารณะ ขณะที่คนนับถือศาสนาแบบยึดติด งมงาย ไม่เข้าถึงแก่นปรัชญา ฆ่ากันตายมากมาย

อ๊ะอ๊ะ อย่าไปว่าศาสนาอื่น เมืองไทยเมืองพุทธนี่ไง ฆ่าคนตายอย่างโหดร้าย ตั้งแต่ 6 ตุลา 2519 มาถึงพฤษภา 2553 กระทั่งปลุกความเกลียดชังม็อบสามนิ้วในปัจจุบัน

เราอยู่ในโลกยุคใหม่ที่เรียกร้องต้องการเสรีภาพในความเคารพเชื่อถือศรัทธา ในโลกยุคสื่อสารที่ พส.เทศน์จับใจมีคนดูเป็นแสนชั่วข้ามคืน

ความเคารพหรือไม่เคารพ ไม่สามารถบังคับกันได้ ไม่สามารถใช้อำนาจสกัดกั้นได้ ยิ่งใช้อำนาจยิ่งพังทลาย

 

ที่มา: ข่าวสดออนไลน์ www.khaosod.co.th/politics/hot-topics/news_6677925

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์