ใบตองแห้ง: ขี่กระแสชั่วคราว

หลังประยุทธ์ประกาศเปิดประเทศ ประชาชนออกมาจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เดินทางมากขึ้น รถเริ่มติด วันหยุดคนเข้าห้างคึกคัก เข้าคิวรอร้านอาหาร ฯลฯ

ยกให้เป็นผลงานรัฐบาล? ไม่ใช่หรอก กลับกันต่างหาก ประชาชนอัดอั้นมานาน แม้ยังติดโควิดวันละหมื่น ตายวันละร้อย คนส่วนใหญ่ก็ทนไม่ไหวแล้ว อยากกลับมาทำมาหากิน อยากใช้ชีวิต อยากสังสรรค์ แต่ถูกมาตรการรัฐสกัดกั้นไว้ พอผ่อนคลายก็เหมือนทำนบแตกทะลักทลาย

พูดอีกอย่าง คนไทยทำใจได้แล้ว กับความล้มเหลว กับความเสี่ยง รู้ดีว่ารัฐบาลไม่พร้อม ไม่มีมาตรการรองรับ แต่เปิดๆ ไปเหอะ เดี๋ยวรับมือกันเอง

รัฐบาลก็เลยได้ที ขี่กระแสเปิดประเทศ ปูทางประยุทธ์อยู่ต่อ ทั้งที่อยู่บนวิกฤติหนักหน่วง ทั้งถูกม็อบต้าน ทั้งขัดแย้งภายใน ทั้งมีปัญหาความอยุติธรรมไม่ชอบธรรมมากมาย มีความเดือดร้อนเช่นคนตกงาน ราคาน้ำมัน ไร้ประสิทธิภาพจัดการน้ำท่วม แต่กลับฉวยมาสร้างภาพ “พระยาเหยียบเมือง” เดินสายแจกถุงยังชีพ เกณฑ์ข้าราชการมาต้อนรับ ขณะที่ม็อบไล่โดนจับ

รัฐบาลล้มเหลว เพิ่งจัดหาวัคซีนมาฉีดปูพรมได้เดือนกันยา แต่ยังไม่ทั้งประเทศ เกิดคลัสเตอร์ย่อยๆ ทั่วไปหมดในต่างจังหวัด การจัดสรรวัคซีนก็สับสน มีทั้งวัคซีนรัฐ วัคซีนทางเลือก วัคซีนเอกชน ซึ่งกลายเป็นเหมือนโดนลอยแพ อยากเสียเงินสั่งซื้อ Moderna เอง ก็ช่างหัวมัน ฉัด Sinopharm 2 เข็มก็ต้องตามด้วย Moderna ครึ่งโดส

คนไทยน่าจะได้ลองสูตรฉีดวัคซีนมากที่สุดในโลก SV+SV+AZ, SV+SV+Pfizer, SV+AZ+Pfizer, SPh+Sph+Moderna 50 mcg, SPh+SPh+Moderna 100 mcg ฯลฯ คนไทยจะเป็นอย่างไรไม่รู้ แต่หมอไทยได้รางวัลวิจัยระดับโลกแหงๆ

รัฐบาลคลายล็อก เปิดประเทศ ก็ผลักภาระให้เอกชน จะเปิดโรงงานจะเปิดร้านจะเดินทางต้องฉีดวัคซีนต้องตรวจ ATK เอามาจากไหน เอกชนส่วนใหญ่ก็ต้องซื้อซิโนฟาร์ม ซื้อ ATK เอง เพราะต้องทำมาหากิน ขนาดนั้นรัฐบาลก็พร้อมจะโทษประชาชน บอกว่าเกิดอะไรคนไทยต้องรับผิดชอบร่วมกัน

กระนั้นโดยธรรมชาติภาคเอกชนซึ่งอยากเปิดประเทศอยู่แล้ว ก็ต้องช่วยกันประโคมข่าวดี ช่วยตีปี๊บคาดการณ์ GDP ดัชนีความเชื่อมั่น เพื่อทำให้หุ้นขึ้นเพื่อกระตุ้นการจับจ่าย เพื่อขายบรรยากาศ ฯลฯ ต้องสนับสนุนภาครัฐ หรืออวยรัฐ เช่นช่วยกันประโคมภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ได้ผลดี

นี่เป็นปฏิบัติการจิตวิทยาทางการเมือง ที่นำมาใช้ช่วงปลายโควิด ผ่อนคลายแล้วขี่กระแส แต่ยังกั๊กบางเรื่องไว้โดยไร้เหตุผล เช่นเคอร์ฟิว เพื่อแสดงอำนาจ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลมีอำนาจทำเรื่องเหลวไหลไร้สาระเป็นข้อห้ามทางกฎหมาย

สถานการณ์ขณะนี้จึงกล่าวได้ว่ารัฐบาลใช้กระแสเปิดประเทศ ความอัดอั้นอยากทำมาหากิน อยากใช้ชีวิต ของคนส่วนใหญ่ มายับยั้งกระแสไล่ประยุทธ์ไว้ชั่วคราว แต่ความขัดแย้งไม่หายไปไหน ยังเกิดเป็นจุดๆ เป็นประเด็นๆ ขณะที่คนเริ่มหันไปตั้งความหวังกับการเลือกตั้งใหม่

การประชุมใหญ่พรรคฝ่ายค้าน การประกาศตัวพร้อมเป็นนายกฯ ของหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล หรือแม้แต่การเดินสายของประยุทธ์ ประวิตร การทำโพลสำนักต่างๆ ไม่ว่าจะเชลียร์ผู้นำแค่ไหนก็ตาม จะเร่งเร้าไปสู่การยุบสภาเลือกตั้งใหม่อย่างเลี่ยงไม่ได้ แม้ยังต้องรอรัฐธรรมนูญประกาศใช้และแก้ไขกฎหมายเลือกตั้ง

แต่กระแสชั่วคราวนี้คงไม่ยาวไปถึงยุบสภา เพราะปัญหาที่เป็นจริงจะโผล่ขึ้นมาอีกมาก โควิดจาง (ซึ่งอันที่จริงก็ยังติดเชื้อเป็นหมื่น) เปรียบเหมือนช่วงฮันนีมูน คนทั่วไปมีความคาดหวังว่าทุกอย่างจะดีขึ้น แต่เศรษฐกิจจริงไม่น่าเป็นอย่างนั้น พ้นจากช่วงรัฐอัดฉีด พ้นจากช่วงระบายความอัดอั้น ปัญหาต่างๆ จะกลับมาทวี

ประยุทธ์มีเวลาสั้นๆ เท่านั้นเอง เดี๋ยวคลื่นลูกใหม่ก็มา ไม่ต้องรอถึงช่วงยุบสภาหรอก

 

ที่มา: ข่าวหุ้นธุรกิจ www.kaohoon.com/column/486554

 

ข่าวรอบวัน

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์