ตร.ศรีสะเกษแจ้ง ม.112 หนุ่มสวนยาง หลัง อส.คนบ้านเดียวกันกล่าวหาแชร์ภาพล้อเลียนสถาบัน

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เผยตร.ศรีสะเกษแจ้ง ม.112 หนุ่มสวนยาง หลังอส.คนบ้านเดียวกันกล่าวหาแชร์ภาพล้อเลียนสถาบัน - อัยการเร่งฟ้องสั่งฟ้องทนายสิทธิฯ แรงงาน-ประชาชน รวม 2 คน ข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คดีคาร์ม็อบ #แม่สอดต้านเผด็จการ - ศาลนัดพิพากษาคดีละเมิดอำนาจศาล ‘เบนจา-ณัฐชนน’ 2 ธันวานี้ กรณีทวงสิทธิประกันตัวหน้าศาล พร้อมสั่งห้ามจดบันทึกในห้องพิจารณา

ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานว่าวันที่ 28 ต.ค. 2564 เวลา 13.00 น. “โอม” ชลสิทธิ์ (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี ประกอบอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา เดินทางไปที่ สภ.ขุนหาญ พร้อมครอบครัวและทนายความ ในนัดรับทราบข้อกล่าวหาคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หลังจากโอมถูกสมาชิกอาสารักษาดินแดน ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวหาว่าแชร์ภาพวาดล้อเลียนสถาบันลงในสตอรี่เฟซบุ๊ก เมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2564 ที่ผ่านมา 

อย่างไรก็ตาม หลังรับทราบข้อกล่าวหา โอมให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ก่อนที่พนักงานสอบสวน สภ.ขุนหาญ จะขออำนาจศาลจังหวัดกันทรลักษ์ฝากขัง โดยศาลอนุญาตให้ฝากขัง และให้ปล่อยตัวชั่วคราวโดยให้วางหลักทรัพย์เป็นเงินสด 2 แสนบาท ซึ่งได้ใช้เงินจากกองทุนดา ตอร์ปิโด วางเป็นหลักประกัน กำหนดนัดรายงานตัวที่ศาลในวันที่ 15 ธ.ค. 2564

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มได้ในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

อัยการเร่งฟ้องสั่งฟ้องทนายสิทธิฯ แรงงาน-ประชาชน รวม 2 คน ข้อหาพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ คดีคาร์ม็อบ #แม่สอดต้านเผด็จการ

วันที่ 29 ต.ค. 2564 ที่ศาลจังหวัดแม่สอด พนักงานอัยการจังหวัดแม่สอดได้ยื่นฟ้อง จิรารัตน์ มูลศิริ อายุ 35 ปี ประกอบอาชีพเป็นทนายความที่ให้ความช่วยเหลือในเรื่องสิทธิของแรงงานข้ามชาติ และนายประวิทย์ อัศวสิริมั่นคง อายุ 70 ปี ประชาชนในอำเภอแม่สอดอีก 1 ราย ในข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดตาก เรื่องห้ามการชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อ, ส่งเสียงอื้ออึงโดยไม่มีเหตุอันสมควร และกีดขวางทางสาธารณะ จากการเข้าร่วมกิจกรรมคาร์ม็อบ #แม่สอดต้านเผด็จการ ในอำเภอแม่สอด เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 ด้านจำเลยทั้งสองยืนยันปฏิเสธข้อกล่าวหา ก่อนได้รับการปล่อยตัวโดยไม่ต้องวางหลักประกัน

ก่อนหน้านี้ จิรารัตน์ได้เข้ารับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายเรียก เมื่อวันที่ 28 ก.ย. 2564 ขณะประวิทย์ ได้ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกไปทำการสอบสวนในฐานะพยานจากกิจกรรมคาร์ม็อบ #แม่สอดต้านเผด็จการ เท่านั้น แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 2 ต.ค. 2564 นายประวิทย์ได้ถูกเรียกไปแจ้งข้อกล่าวหาเช่นเดียวกับกรณีของจิรารัตน์ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาไปก่อนหน้านี้

จากนั้นในวันที่ 25 ต.ค. 2564 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่สอด ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมต่อผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย โดยเป็นการแจ้งข้อหาเพิ่มเติมเพื่อบรรยายพฤติการณ์รายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม ส่วนข้อกล่าวหายังคงเป็น 4 ข้อกล่าวหาที่ได้ถูกแจ้งไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านี้ และในวันที่ 26 ต.ค. 2564 ตำรวจได้ทำการส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนคดีที่มีความเห็นควรสั่งฟ้องไปให้อัยการจังหวัดแม่สอดพิจารณาต่อไป ขณะที่อัยการได้นัดหมายให้ผู้ต้องหาเข้ารายงานตัวเพื่อฟังคำสั่งทางคดีในวันที่ 29 ต.ค. 2564 โดยทางผู้ต้องหายังได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการให้สั่งไม่ฟ้องคดีนี้เอาไว้ด้วย

ล่าสุดวันนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. หลังจิรารัตน์และประวิทย์เดินทางเข้ารายงานตัวที่สำนักงานอัยการจังหวัดแม่สอด เจ้าหน้าที่อัยการได้ระบุว่าจะส่งตัวทั้งสองคนฟ้องต่อศาลภายในวันนี้เลย แต่กำลังอยู่ในช่วงจัดทำคำฟ้องให้ผู้ต้องหาทั้งสองรออยู่ก่อน โดยหลังรอได้ระยะหนึ่ง ผู้ต้องหาทั้งสองจึงเดินทางกลับออกมาจากสำนักงานอัยการ และจะเข้าไปอีกครั้งในช่วงบ่าย เนื่องจากการรอโดยไม่มีกำหนดทำให้ทั้งสองต้องเสียเวลา

ศาลจังหวัดแม่สอดได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวจำเลยทั้งสองระหว่างการพิจารณาคดี โดยไม่ต้องวางหลักประกัน เพียงแต่ให้สาบานตัวว่าจะเดินทางมาตามนัดหมายของศาลทุกนัด โดยศาลได้กำหนดวันนัดพร้อมเพื่อสอบถามคำให้การจำเลยทั้งสองต่อไป ในวันที่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 9.00 น.

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มได้ในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

ศาลนัดพิพากษาคดีละเมิดอำนาจศาล ‘เบนจา-ณัฐชนน’ 2 ธันวานี้ กรณีทวงสิทธิประกันตัวหน้าศาล พร้อมสั่งห้ามจดบันทึกในห้องพิจารณา

29 ต.ค. 2564 เวลา 09.30 น. ศาลมีนัดไต่สวนในคดีละเมิดอำนาจศาล ของเบนจา อะปัญ และณัฐชนน ไพโรจน์ นักกิจกรรมและนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จากการเรียกร้องสิทธิการประกันตัว หน้าศาลอาญา เมื่อวันที่ 30 เม.ย. 2564 ในระหว่างที่นางสุรียรัตน์ ชิวารักษ์ กำลังยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว “เพนกวิน” พริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งกำลังถูกคุมขังระหว่างพิจารณาคดีมาตรา 112 และอดอาหารทวงคืนสิทธิประกันตัวมาเป็นเวลาเกือบ 3 เดือน

ก่อนเริ่มการไต่สวน ศาลได้แถลงวางข้อกำหนด ไม่ให้คู่ความ ทนายความ ผู้เข้าร่วมฟังการพิจารณาทุกคน บันทึกภาพ เสียง ภาพและเสียง หรือถ่ายทอดภาพ เสียงหรือถ่ายทอดภาพและเสียง ไม่ว่าด้วยอุปกรณ์ หรือเครื่องมือใดๆ ในระหว่างการพิจารณา หรือเหตุการณ์ในห้องพิจารณา รวมไปถึงห้ามจดบันทึกหรือจดข้อความ คําแถลง หรือถ้อยคําของคู่ความ พยานและผู้เกี่ยวข้อง หรือบันทึกเหตุการณ์ในระหว่างพิจารณา เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ทั้งนี้ เป็นไปเพื่อให้การพิจารณาเป็นไปด้วยความเป็นระเบียบเรียบร้อย 

ศาลทำการไต่สวนผู้ถูกกล่าวหา 2 ปาก และผู้กล่าวหา 1 ปาก จากทั้งหมด 5 ปาก โดยทนายความผู้ถูกกล่าวหาแถลงยอมรับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพยานบุคคลและไม่ติดใจสืบพยาน จำนวน 4 ปาก ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตํารวจ สน.พหลโยธิน ผู้มีหน้าที่สืบสวนรวบรวมพยานหลักฐาน และพยานเอกสาร ซึ่งเป็นรายงานการกระทําการประพฤติตนไม่เรียบร้อยบริเวณศาล, รายงานการสืบสวนพฤติการณ์ของบุคคลหรือกลุ่มบุคคลที่อาจเข้าข่ายเป็นความผิดเรื่องละเมิดอํานาจศาล ของ สน.พหลโยธิน, สําเนาภาพถ่ายประกอบรายงานการสืบสวน และข้อกําหนดของศาลอาญาว่าด้วยการรักษาความสงบเรียบร้อยในบริเวณศาล พ.ศ. 2564

หลังทำการไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 2 ธ.ค. 2564 เวลา 09.00 น. 

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มได้ในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

'สายน้ำ' เยาวชนถูกฟ้องคดี 112-2 คดีรวด คดีใส่ชุดครอปท็อปเดินแฟชั่นสีสม-คดีแปะกระดาษพ่นสีสเปรย์รูป ร. 10

เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2564 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีเยาวชนและครอบครัว 4 นัดฟังคำสั่งในคดีของสายน้ำ (นามสมมติ) เยาวชนอายุ 17 ปี ผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เหตุจากการแต่งเสื้อครอปท็อป (เสื้อกล้ามเอวลอย) เข้าร่วมเดินแฟชั่นโชว์ และเขียนข้อความบนร่างกาย ในการชุมนุม #ภาษีกู เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2563 ที่บริเวณด้านหน้าของวัดแขกบนถนนสีลม

ต่อมา อัยการได้มีคำสั่งฟ้อง และยื่นฟ้องคดีต่อศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง จากนั้นที่ปรึกษากฎหมาย (ทนายความ) ได้ยื่นคำร้องขอปล่อยตัวคราว ในช่วงราว 15.00 น. ศาลเยาวชนฯ ได้มีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวสายน้ำ โดยให้วางหลักทรัพย์ประกันเป็นเงินสดจำนวน 12,000 บาท ซึ่งครอบครัวได้ใช้เงินจากกองทุนราษฎรประสงค์วางต่อศาล ศาลกำหนดวันนัดสอบถามในวันที่ 20 ธ.ค. 2564 เวลา 08.30 น. 

อ่านข่าวนี้ฉบับเต็มได้ในเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์