#ลำพูนคาร์ม็อบ รำลึก 'ลุงนวมทอง' - ยกเลิก 112 - ล่าชื่อเสนอ กม.คุ้มครองสิทธิชนเผ่าพื้นพื้นเมืองฯ

#ลำพูนคาร์ม็อบ ชูยกเลิก 112 รำลึก 'ลุงนวมทอง' คนขับแท็กซี่ ต้านรัฐประหาร พร้อมตั้งโต้ ล่าชื่อเสนอ กม.คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นพื้นเมือง

31 ต.ค.2564 เวลา 16.00 น ที่ จ.ลำพูน ประชาชนจัดกิจกรรม #ลำพูนคาร์ม็อบ Trick or Treat รวมพลังเบนด้า500 กำจัดปรสิตหลวง ซึ่งขบวนคาร์ม็อบเริ่ม ตั้งขบวนที่สถานีรถไฟลำพูน เวลา 16.00 น. และเริ่มเคลื่อนขบวนออกจากสถานีรถไฟในเวลา 16.30 น. มีที่ประตูท่านาง จากกำหนดการเดิมมีจุดหมาย ณ ประตูท่าขาม แต่เนื่องจากบริเวณท่าขามมีการจัดการตั้งเต็นท์ ทั้งนี้กิจกรรมภายในงานมีการปราศรัยจากผู้ร่วมชุมนุมทางการเมือง

"วันนี้ วันที่ 31 เป็นวันครบรอบการเสียชีวิตของลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ซึ่งเป็นพนักงานขับแท็กซี่ ซึ่งได้ประท้วงการรัฐประหาร เมื่อปี 2549 โดยเอาแท็กซี่ชนรถถัง และหลังจากนั้นได้มีทหารใน คณะ คสช. เองได้กล่าวว่า “ไม่มีใครกล้าที่จะเสียสละชีวิตเพื่อประชาธิปไตยหรอก” ทำให้ลุงนวมทอง รู้สึกทนไม่ได้ ท่านก็เลยตัดสินใจสละชีวิตของตนเอง ไปผูกคอตาย อยู่ที่ใต้สะพานลอย เข้าใจว่า ตรงหน้าสาขาหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ อย่างไรก็ตามวันนี้เป็นวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งเป็นวันที่ท่านเสียชีวิตจริงๆ เราก็เลยมาร่วมกับทางพี่น้องทางลำพูน ซึ่งจัดการชุมนุมเพื่อที่จะย้ำเตือนให้พวกเราได้ทราบว่า ยังมีคนที่ยอมเสียสละชีวิตเพื่อที่จะต่อสู้ประชาธิปไตย เพื่อจะเป็นกำลังใจกับพวกเรา ในรุ่นปัจจุบันที่กำลังเรียกร้องกันอยู่” ผู้ปราศรัยคนหนึ่งกล่าว

ต่อมามีการปราศรัยจากกลุ่มเกษตรกรคนจนปลดแอก โดย พชร คำชำนาญ ผู้แทนกลุ่มมีสาระสำคัญว่า

ประเทศไทยมีความหลากหลายทางชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองอยู่ถึง 40 ชนเผ่า ประชากรประมาณ 3 ล้านคน ที่ถูกละเมิดสิทธิอย่างรุนแรงจากรัฐไทย โดยเฉพาะเรื่องที่ดินทำกินที่ถูกประกาศเขตป่าทับโดยรัฐ เช่น กรณีที่เกิดขึ้นที่ลบ้านผาช่อ จังหวัดลำปาง ในปี 2537 กรณีที่ ปุนุ ดอกจีมู ชาวปกาเกอะญอบ้านห้วยหอย จ.เชียงใหม่ ฆ่าตัวตายหลังเจรจากับรัฐในปี 2540 และกรณีที่บ้านบางกลอย จ.เพชรบุรี

พะตี่ปุนุ ดอกจีมู ลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐ ออกไปเรียกร้องกับสมัชชาคนจน พะตี่แบกรับความหวังของพี่น้อง นำพาเอาจิตวิญญาณของชนเผ่าพื้นเมืองที่ดูแลรักษาป่าไปเจรจากับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในสมัยนั้น พะตี่มีความหวังมากว่าเสียงของพี่น้องชนเผ่าจะได้รับการรับฟัง แต่รัฐมนตรียืนยันว่าชนเผ่าไม่สามารถอยู่กับป่าใต้ ต้องอพยพคนออกจากป่า สุดท้ายก็ฆ่าตัวตายด้วยการกระโดดลงจากรถไฟ พบเป็นศพอยู่ที่จังหวัดลำปาง นี่คือประวัติศาสตร์บาดแผลของพี่น้องชาติพันธุ์

และมีหลายชีวิตเหลือเกินที่ต้องสูญเสียไปในนามชนเผ่าพื้นเมือง พวกเขาไม่ได้ถูกมองเป็นคนไทยตั้งแต่แรก พวกเขาไม่เคยมีสิทธิในฐานะพลเมืองไทย พวกเขาไม่สามารถเข้าถึงระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานได้ พวกเขาอยู่ในป่าของรัฐที่ประกาศทับเข้าไปไม่รู้กี่ชั้น พวกเขาแทบจะไม่เหลืออะไร กลุ่มเกษตรกร คนจน ปลดแอก จึงได้นำร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมืองมาด้วย เพื่อผลักดันให้พี่น้องชาติพันธุ์ได้มีสิทธิ มีความเท่าเทียมกับทุกคน

ซึ่งพวกเขาถูกมองเป็นพลเมืองชั้นสองมาโดยตลอด ตอนนี้เรากำลังมีกฎหมายฉบับนี้เพื่อทวงคืนสิทธิและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คืนสู่พี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองทั่วประเทศ เราอยากจะเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งที่จับมือพี่น้องชนเผ่าพื้นเมืองที่เดิมอยู่ต่ำกับเราให้ขึ้นมายืนอยู่บนผืนแผ่นดินนี้บนระนาบเดียวกับเราอย่างเต็มภาคภูมิและมีศักดิ์ศรี” ผู้แทนกลุ่มเกษตรกรฯ ย้ำ”

ภายในงานกลุ่มเกษตรกรคนจนปลดแอกมีการตั้งโต๊ะกรอกแบบฟอร์มหลักฐานการลงลายมือชื่อเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นพื้นเมืองที่ใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอกฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ทวงคืนสิทธิอันพึงมีและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์คืนแก่พี่น้องร่วมสังคม บนหลักการคนเท่ากันในสังคมประชาธิปไตย ไม่ใช่ไล่เผาบ้าน อุ้มฆ่า ไล่คนออกจากป่าดั่งฆาตกรดังที่รัฐไทยทำ โดยสามารถรับข้อมูลข่าวสารและกรอกแบบฟอร์มตามลิ้งค์ต่อไปนี้ https://drive.google.com/drive/folders/1h6uowvB6j2eFeNN3scEizOb99L8YVqHM และที่ลงนามแล้วกลับมายัง พชร คำชำนาญ ผู้ประสานงานโครงการเข้าชื่อเสนอกฎหมายโดยประชาชนฯสำนักงานมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ บ้านเลขที่ 77/1 หมู่ 5 ตำบลสุเทพ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 50200 รวมทั้ง ID Line ysun48 ภายในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2564

หลังจากการปราศรัยจากผู้ร่วมชุมนุมทางการเมืองและตัวแทนกลุ่มษตรกรคนจนปลดแอก ภายในงานยังมีการประชันชุดบนรันเวย์ และพิธีกรรมถ่ายพยาธิหลวง ซึ่งภายในงานมีการแจกหนังสือบทปราศรัยคัดสรร ดคี112 จนเป็นการเสร็จสิ้นกิจกรรม

หมายเหตุ : 15.40 น. วันที่ 1 พ.ย.64 ประชาไท ปรับแก้ข้อมูลบางส่วน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์