ขบวนประชาชน 5 ภาค ยื่นหนังสือถึงนายกฯ แนะรัฐกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น-ปฏิรูป พม.-หยุดแทรกแซง พอช.

ขบวนประชาชน 5 ภาค ยื่นนายกฯ ปฏิรูป พม.-สร้างกลไกระดับชาติแก้ปัญหาสังคม ร้องหยุดใช้อำนาจการเมืองแทรกแซงคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) หากเพิกเฉยเตรียมยกระดับการชุมนุมในเดือน ธ.ค.

9 พ.ย. 64 สำนักข่าวชายขอบ รายงานวันนี้ (9 พ.ย.) ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มประชาชนในนามขบวนประชาชน 5 ภูมิภาค จำนวนกว่า 100 คน ได้เดินทางมายื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อขอให้มีการแก้ไขปัญหาประชาชน 5 ภูมิภาค โดยมีป้ายเขียนข้อความต่างๆ เช่น รัฐบาลต้องจริงใจแก้ปัญหาประชาชน หยุดใช้อำนาจทางการเมืองรังแกองค์กรประชาชน โดยมีอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ เป็นผู้รับหนังสือ และเจรจากับแกนนำ

ทั้งนี้ ขบวนประชาชน 5 ภูมิภาค ออกแถลงการณ์ระบุว่า การบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา มุ่งเน้นการใช้อำนาจและกฎหมายในบริหารประเทศ มากกว่าการสร้างความรู้ความเข้าใจและความร่วมมือจากภาคประชาชน ทั้งยังใช้กลไกของระบบราชการเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการกับทุกเรื่องทุกปัญหา และทุกพื้นที่ ซ้ำยังตัดตอนหรือชะลอการกระจายอำนาจให้กับชุมชนท้องถิ่น ทั้งที่รู้ดีว่ากลไกและระบบราชการที่เป็นอยู่นั้นมีความแข็งตัวและมีข้อจำกัดมากมาย จนไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วได้ ก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการแก้ไขปัญหาของประชาชนทั่วทุกภูมิภาคได้อย่างที่ควรจะเป็น 

แถลงการณ์ระบุว่า ขบวนประชาชน 5 ภูมิภาคขอเสนอทางออกต่อสถานการณ์ดังกล่าว ด้วยเชื่อว่าจะช่วยลดข้อจำกัดและช่องว่างระหว่างประชาชนกับรัฐบาลลงได้ ดังนี้ 1.รัฐบาลต้องยอมรับการเป็น “หุ้นส่วนการพัฒนาประเทศ” ของประชาชน ที่ไม่ใช่เป็นฝ่ายตรงข้าม หรือเป็นเพียงผู้รอรับการช่วยเหลือจากรัฐเท่านั้น แต่ควรร่วมสร้างสังคมแนวใหม่ ที่ต้องสนับสนุนและส่งเสริมให้ประชาชนมีบทบาทสำคัญและมีความสามารถในการจัดการแก้ไขปัญหาได้เองในทุกมิติ

2. รัฐบาลต้องสร้างกลไกร่วมระหว่างภาครัฐ (ฝ่ายการเมืองและข้าราชการ) กับภาคประชาชน และภาคีพัฒนาอื่นๆ เพื่อเป็นกลไกในการพัฒนาเชิงรุกที่เท่าทันกับโลกสมัยใหม่ และสามารถเป็นกลไกในการจัดการแก้ไขปัญหาของประชาชนในทุกมิติ ทั้งระดับชาติและระดับภูมิภาค

3. รัฐบาลต้องปฏิรูปกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้เป็นองค์กรที่มีความก้าวหน้าทันสมัย เพื่อสร้างสังคมแนวใหม่ให้ปรากกฏ มิใช่แค่การทำงานเชิงสงเคราะห์มิติเดียว หากแต่ต้องส่งเสริมความความเข้มแข็งของสังคม ให้ประชาชนสามารถจัดการแก้ไขปัญหาของตนเองได้ รวมถึงการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ให้ดำรงอยู่อย่างมีศักดิ์ศรี และมีความภาคภูมิใจในความเป็นประชากรของประเทศ

4. รัฐบาลโดย พม.ต้องหยุดการแทรกแซงองค์กรที่สนับสนุนศักยภาพของภาคประชาชน  ดังกรณีไม่ยอมแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.ชุดใหม่ ซึ่งว่างเว้นมาแล้วกว่า 14 เดือน (อย่างไม่เคยปรากฏมีมาก่อน) ส่งผลให้ พอช. ไม่สามารถดำเนินงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ในการสนับสนุนการขับเคลื่อนงานของขบวนองค์กรชุมชนกว่า 7,000 ตำบล ทั่วประเทศ 

5. รัฐบาลต้องส่งเสริมและสร้างกลไกให้ภาคประชาชนได้มีส่วนร่วมสำคัญในการจัดการและออกแบบการแก้ไขปัญหาผลกระทบที่เกิดจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ช่วงที่ผ่านมาในทุกมิติ  โดยเฉพาะการฟื้นฟูด้านอาชีพ เศรษฐกิจชุมชน และการเข้าถึงแหล่งผลิตอาหารในท้องถิ่น โดยต้องปรับระบบงบประมาณและกองทุนเงินกู้ให้สอดคล้องตามแนวทางดังกล่าว

“การรวมตัวกันแสดงออกในฐานะตัวแทนประชาชนทั้ง 5 ภูมิภาคในครั้งนี้ เกิดขึ้นจากความบริสุทธิ์ใจ ด้วยอยากเห็นการพัฒนาสังคมและการเมืองที่มีความก้าวหน้า และมีความมั่นคงยั่งยืนอย่างแท้จริง จึงหวังว่ารัฐบาลจะเปิดใจกว้างรับฟังข้อเสนอทั้งหมดนี้ และนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่มีความชัดเจนมากขึ้น และหากไม่มีความคืบหน้าใดๆ ต่อข้อเรียกดังกล่าว พวกเราจะกลับมาพร้อมด้วยสมาชิกเครือข่ายขบวนประชาชนที่มีจำนวนมากขึ้นในเร็ววันนี้” แถลงการณ์ระบุ

 

นายสังคม เจริญทรัพย์ ผู้แทนคณะประสานงานเครือข่ายองค์กรชุมชน กล่าวว่า ได้คุยกันมาต่อเนื่องหลายเดือน และมีมติสมัชชาองค์กรชุมชนที่มี 8 ข้อเสนอไปยังรัฐบาล แต่รัฐมนตรี พม.ไม่มารับข้อเสนอ และส่งปลัดกระทรวง พม. มาแทน แถมยังให้ความเห็นต่างๆ แทนที่จะรับและนำไปสู่การขับเคลื่อน ที่สำคัญคือการแต่งตั้งคณะกรรมการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) ได้ถูกยื้อไปยื้อมานานกว่า 1 ปี ส่งผลกระทบต่อการทำงานของขบวนภาคประชาชน แม้ได้ทำหนังสือติดตาม 2 ครั้ง และยินยอมเอารายชื่อที่บอกว่ามีปัญหาออกและใส่รายชื่อที่คณะกรรมการสรรหาในลำดับต่อมาแทน แต่เรื่องก็ยังเงียบ

“เราพยายามเจรจาขอเข้าพบ รัฐมนตรี พม. โดยผมประสานไปทางเลขา รมต. ซึ่งบอกไม่น่ามีปัญหา จึงนัดวันแต่พอถึงเวลาไม่สามารถพบได้ ในที่สุดพวกเราจึงคุยกันว่าถึงเวลาอยู่นิ่งเฉยไม่ได้ จำเป็นต้องลงถนน ครั้งนี้เราเพียงมาส่งหนังสือ แต่หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ ในเดือนธันวาคม พวกเราจะขยับใหญ่ นอกจากนี้ ในช่วงวันที่ 14-16 พฤศจิกายน ที่จะมีการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดกระบี่ พี่น้องส่วนหนึ่งจะไปเคลื่อนไหวพร้อมๆ กับเรื่องที่อยู่อาศัย” นายสังคม กล่าว

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์