พื้นที่ร่วมที่ไม่มีส่วนรวมอยู่ในนั้น: ว่าด้วยการเปลี่ยนห้องสมุดให้กลายเป็น co-working space

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

“มช. เปิดอลังการวันนี้ อาคารศูนย์อาหารครบวงจร ขนร้านดังมาเพียบ รวมของอร่อยมาไว้ที่นี่ จุคนได้นับพัน” อาคารสุดวิจิตรแสนโมเดิร์นทันสมัยถูกจัดสร้างขึ้นในมหาวิทยาลัย ภายในอาคารโอ่อ่ายิ่งกว่าอาคารเรียนเก่าเก็บจำนวนมากถูกบรรจุให้เต็มไปด้วยร้านอาหารนับสิบ ๆ ร้าน ตั้งแต่ร้านน้ำไปจนถึงร้านอาหารห่วงโซ่รายใหญ่ (chain food restaurant) ชื่อดัง ไม่ไกลจากศูนย์อาหารมากนัก ณ อาคารเก่าเก็บแห่งหนึ่ง ป้ายโปสเตอร์ประกาศปิดปรับปรุงห้องสมุดถูกปะไว้ว่า ห้องสมุดที่เป็นห้องเก็บหนังสือ โกดังหนังสือ และห้องอ่านหนังสือจะต้องถูกโละออกไป สิ่งที่จะเข้ามาทดแทนคือ ห้องสมุดที่เป็น “แหล่งเรียนรู้เชิงประสบการณ์” และ ”พื้นที่ทำงานร่วมกัน” (co-working space) 

ความพยายามในการเปลี่ยนให้ทุก ๆ ส่วนของมหาวิทยาลัยสามารถหารายได้เข้ากระเป๋าเป็นปรากฏการณ์ร่วมของมหาวิทยาลัยทั้งในไทยและต่างประเทศ ริมทางเดินเต็มไปด้วยเครื่องขายของอัตโนมัติ รถจักรยานสำหรับเช่า ท้ายรถขนส่งของมหาวิทยาลัยถูกประดับไปด้วยป้ายโฆษณา บนโต๊ะกินข้าวถูกปูหรือปิดด้วยโลโก้สินค้า พื้นที่ส่วนหนึ่งของหอสมุดกลายเป็นร้านกาแฟของทุนใหญ่ระดับชาติ แนวโน้มดังกล่าวแสดงว่า “แหล่งเรียนรู้เชิงประสบการณ์” และ ”พื้นที่ทำงานร่วมกัน” ที่สมสมัยกว่าห้องอ่านหนังสือทึมทึบก็คงจะกลายเป็นพื้นที่ทำกำไรให้กับสิ่งที่เรียกตัวเองว่ามหาวิทยาลัยเป็นแน่แท้

ประเด็นปัญหาว่าด้วยพื้นที่ร่วม ก็คือการที่มันไม่มีความเป็นส่วนรวม หากแต่คำว่าร่วมในนั้นมันเป็นแค่การรวมเอาลูกค้าแต่ละคนมานั่งรวมกันบนพื้นที่ส่วนตัวของทุน กลับกัน คำว่าห้องสมุดที่ไม่มีคำว่า “ร่วม” หรือ “รวม” อยู่ในนั้น กลับเป็นพื้นที่หายใจ พื้นที่ค้นคว้า พื้นที่พักตา และเป็นพื้นที่ดับกระหายที่ผู้บริหารไม่อยากเหลียวแล เพราะพื้นที่แห่งนี้ไม่สามารถทำกำไรระยะสั้นให้กับกลุ่มทุนได้ มันฟรี มันไม่สามารถบังคับความคิดได้อย่างสมบูรณ์ พวกเขาจึงต้องพยายามเพิ่มการสอดส่อง เพิ่มข้อจำกัด เพิ่มการกีดกัน ลดการเข้าถึง ลดการจัดเก็บ และหาทางทำลายแหล่งความรู้นอกคอกทุกวิถีทาง สิ่งเหล่านี้มาในรูปเครื่องจักรอันทันสมัยคอยตรวจบัตรตรงทางเข้า การออกแบบที่โดดเด่นซึ่งลดพื้นที่จัดเก็บหนังสือ และการ “แจก” หนังสืออย่างน่าตื่นตาเพื่ออำพรางการทำลายหนังสือของส่วนรวม เหล่านี้คือการทุบทำลายความเป็นส่วนรวมในนามของ “พื้นที่ร่วมกัน” เป็นพื้นที่สำหรับ “ฉัน” – นายทุน อำมาตย์ และลูกค้าผู้มีเงินตรามาประเคน – เท่านั้นที่จะได้เข้าใช้ ได้มีอภิสิทธิ์กว่าใคร ๆ นี่คงไม่ใช่พื้นที่ของมหาวิทยาลัยในความคิดของใครหลาย ๆ คน

มหาวิทยาลัยกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีหลายภาคในตัวเดียว มหาวิทยาลัยเป็นนายจ้างที่จ้างแรงงานจำนวนมาก (ด้วยเงินจากทั้งมหาวิทยาลัยและรัฐ) ให้เข้ามาทำงาน ไม่ว่าจะศาสตราจารย์ ด็อกเตอร์ หรือคนตัดหญ้าข้างถนน – ที่มักถูกจ้างอย่างเปราะบางมาอีกทอด – ล้วนแต่เป็น คนงานรับจ้าง ทั้งสิ้น คนงานทั้งหมดถูกรวมเข้ามาเพื่อสร้างสินค้าที่สัญญาว่าจะให้บริการด้านการศึกษาที่ดีเลิศเพื่อเตรียมความพร้อมเผชิญหน้ากับสังคมทุนนิยมอันผันผวน มหาวิทยาลัยพยายามเปลี่ยนทุกอณูของมหาวิทยาลัยให้กลายเป็นช่องทางการหากำไร ไม่เว้นแม้แต่ตัวนักศึกษา นักศึกษาไม่ใช่แค่ลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้า แต่ตัวนักศึกษากลายเป็นสินค้าที่เอาไว้ล่อให้บรรดานายทุนและนายทุนตัวจ้อยเข้ามาร่วมลงทุนหรือเข้ามาเช่าพื้นที่ในมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยประพฤติตัวเยี่ยงอำมาตย์ตัวจ้อยปล่อยเช่าที่ดินเพื่อเก็บกินค่าเช่า หารายได้จากการเก็บค่าธรรมเนียมและค่าปรับที่เรียกเก็บจากทั้งคนงานของตัวเองและนักศึกษา รวมทั้งใช้อำนาจกำหนดชีวิตความเป็นไปของคนในมหาวิทยาลัยราวกับตัวเองเป็นเจ้าเหนือหัวกำหนดชี้เป็นชี้ตายกระทั่งเวลาที่นักศึกษาจะเดินเข้าหรือออกจากมหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเป็นสิ่งมีชีวิตประหลาดที่ทำตัวเป็นทุกอย่างในโลก ยกเว้นอยู่อย่างเดียวคือ สถาบันการศึกษาที่มุ่งสร้างกระบวนการเรียนรู้ที่ดี

ข้ออ้างหลักที่ปรากฏบ่อยครั้งเมื่อมหาวิทยาลัยต้องการจะเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่างคือ ปัจจัยทางเศรษฐกิจและความจำเป็นของการพัฒนา ข้ออ้างทั้งสองเป็นข้ออ้างแบบครอบจักรวาลที่ยกมาทีไรก็ถูกต้องเสียทุกที ที่เป็นเช่นนั้นเนื่องมาจากอำนาจการบริหารจัดการมหาวิทยาลัยกระจุกตัวอยู่ในมือคณะผู้บริหาร ตั้งแต่สภามหาวิทยาลัย ไล่ลงมาจนถึงภาควิชา ซึ่งเกือบทั้งหมดมีอาชีพในนามคืออาจารย์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยจึงเป็นเหมือนองค์กรลับที่จัดลำดับอำนาจการตัดสินใจลดหลั่นกันไปตามช่วงชั้น แต่การจัดลำดับขั้นนี้ก็ไม่ได้เป็นไปเพื่อจุดประสงค์อื่นใดนอกจากกีดกันคนส่วนมากออกจากอำนาจการตัดสินความเป็นไปของมหาวิทยาลัย ข้อมูลถูกเปลี่ยนให้เป็นอำนาจ ตัวเลขงบประมาณ รายรับ รายจ่าย เงินคงเหลือ ฯลฯ ล้วนเก็บซ่อนอยู่เพียงภายในแวดวงผู้บริหาร ผู้ไม่รู้โปรดหุบปาก การพัฒนาจำเป็นต้องเกิดเพื่อให้มหาวิทยาลัยสามารถจัดหากระบวนการเรียนรู้ที่เท่าทันความเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าโง่ไม่รู้ว่าความเปลี่ยนแปลงดีอย่างไรก็อย่าอ้าปากเลย ฉันเป็นผู้บริหารที่เปิดกว้างรับฟังและสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้คนจำนวนมากก็เห็นด้วย อย่าเอาเสียงส่วนน้อยมาทัดทานเลย ฯลฯ ข้ออ้างเหล่านี้ไม่เคยมีความหมายเลยเมื่ออำนาจการตัดสินใจว่าสิ่งไหนจำเป็นหรือสิ่งไหนสมควร ซึ่งอันที่จริงต้องมาจากการตัดสินใจร่วมกันของคนทั้งประชาคม กลับไปอยู่ในกำมือของอำมาตย์ที่แฝงตัวในคราบ ‘อาจารย์’

โครงสร้างอำนาจที่เป็นลำดับขั้นนี่เองที่เป็นเสาหลักสำคัญซึ่งคอยค้ำจุนให้พฤติกรรมของสิ่งมีชีวิตประหลาดที่มีหลายภาคยังสามารถดำรงอยู่ได้ มันดำรงอยู่ด้วยความขัดแย้ง ดำรงอยู่ด้วยหน้ากากของการอนุรักษ์พร้อม ๆ ไปกับหน้ากากของการพัฒนา มันสวมหน้ากากของศักดินา พร้อม ๆ กับหน้ากากของทุน มันสวมหน้ากากของคำว่ามีวิสัยทัศน์ พร้อม ๆ กับกระดิ่งห้อยจมูกที่ถูกจูงโดยกลุ่มทุน ความขัดแย้งของมันเป็นความขัดแย้งลวงหลอก ปิดบังความขัดแย้งที่เป็นจริง ระหว่างความเป็นส่วนรวมของคนหมู่มาก กับความเป็นส่วนตัวของกลุ่มคนเพียงหยิบมือ ที่ถือหางกันไปมา และคิดว่าระบบห่วงโซ่บรรณาการนี้จะไม่มีวันจบสิ้น

กระนั้น ประชาคมสีม่วงก็ไม่เคยยินยอมโดยง่าย เหตุการณ์การเข้ายึดหอศิลป์เพื่อจัดแสดงงานอย่างเป็นประชาธิปไตยนั้นก็เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นาน มหาวิทยาลัยที่กำลังถูกบ่อนทำลายลงโดยอำมาตย์จำนวนน้อยนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ของการต่อสู้แย่งชิงตั้งแต่ก่อนมันถือกำเนิดเกิดขึ้นมาบนพื้นดินล้านนาเสียด้วยซ้ำ มหาวิทยาลัยที่ประชาคมล้านนาเรียกร้องให้เกิดขึ้นเพื่อรับใช้และเป็นพื้นที่ของส่วนรวมยังคงมีจิตวิญญาณของการขัดขืนและสร้างสรรค์ปกคลุมอยู่เสมอมา พลังที่วนเวียนไม่หายไปไหนเหล่านี้อาจสว่างเจิดจ้าเสียจนตาที่พร่ามัวของผู้บริหารแว่นเตอะคงมองไม่เห็นเสียกระมัง เราจะหวังอะไรกับกลุ่มชนชั้นนำอำมาตย์ที่มองไม่เห็นแม้กระทั่งหมอกควันที่บ่อนทำลายสุขภาพปอดของประชาคม เราจะหวังให้เขาเห็นควันไฟที่กำลังลุกโชนท่วมทุ่งที่พวกเขากำลังเสวยภัตตาหารสีเขียวแสนอร่อยอยู่งั้นฤๅ?

เมื่อผู้บริหารกำลังหยิบยื่นพื้นที่แห่งทุนในนามพื้นที่ “ทำงานร่วมกัน” ให้กับเราชาวประชาคม โดยทุบทำลายพื้นที่ส่วนรวมที่เหลือน้อยอยู่แล้วนั้น พวกเขาไม่ได้นึกเฉลียวใจเลยว่า บุตรหลานทั้งหลายของเขาเหล่านั้นอาจนำพามันไปสุดทางก็ได้ หากท่าน “เคลียร์” พื้นที่ว่างให้พวกเขาใช้ ก็โปรดระวังว่าพวกเขาจะใช้มันเป็นฐานทำการเพื่อ “ทำงานร่วมกัน” โค่นล้มท่านออกจากบัลลังก์ ดังที่กำลังดำเนินการอยู่ในหมู่วิจิตรสิ้นนี้ก็เป็นได้

ขอท่านโปรดระวัง และรีบถอยก่อนที่ท่านจะเจอป้ายประกาศว่า “มช. เปิดอลังการวันนี้ อาคารศูนย์ทำการครบวงจร ขนมวลชนมาเพียบ รวมความคิดก้าวหน้าไว้เพียบ จุคนได้นับพัน” เพื่อเปลี่ยนห้องผู้บริหาร คณบดี และพื้นที่ส่วนตัวของอำมาตย์ ให้กลายเป็นห้องสมุดน้อยใหญ่เข้าแทนที่ และไม่ให้มีพื้นที่ของท่านในมหาวิทยาลัยของประชาคมอีกเลย.
 

 

 

 

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์