'เพื่อไทย' ยื่นญัตติด่วน เสนอตั้ง กมธ.สอบสวนกระบวนการใช้กฎหมายเล่นงานผู้เห็นต่างทางการเมือง

พรรคเพื่อไทยยื่นหนังสือเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกิน และขัดต่อหลักนิติธรรมต่อผู้ต้องขังทางการเมือง หลังกลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมืองเข้ายื่นหนังสือเรียกร้องเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา โดย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคระบุว่าการเสนอญัตติครั้งนี้ ไม่ได้เจาะจงไปที่ผู้ต้องหา ม.112 แต่หมายรวมถึง 'นักโทษทางความคิด' ที่ถูกดำเนินคดีด้วยกฎหมายอื่นๆ เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ ม.116

10 พ.ย. 2564 วันนี้ (10 พ.ย. 2564) เวลา 10.30 น. ที่ห้องแถลงข่าวรัฐสภา นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รองหัวหน้าพรรค, สมคิด เชื้อคง รองประธานวิปฝ่ายค้าน และส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย, ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ส.ส.กทม. และโฆษกพรรค และจิรทัศ ไกรเดชา ส.ส.พระนครศรีอยุธยา แถลงข่าวขอเสนอยื่นญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกิน และขัดต่อหลักนิติธรรมต่อผู้ต้องขังทางการเมือง โดยมี นพ.สุกิจ อัถโถปกรณ์ ที่ปรึกษาประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้รับมอบหนังสือ

 

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วันนี้พรรคเพื่อไทยได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ หลังจากได้เรื่องจากกลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมืองมายื่นหนังสือต่อพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 8 พ.ย. ที่ผ่านมา ซึ่งพรรคเพื่อไทยได้รับเรื่องมาผลักดันต่อในสภา นพ.ชลน่านกล่าวต่อไปว่ากลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมืองประสงค์ให้พรรคเพื่อไทยผลักดันเรื่องสิทธิการประกันตัวผู้ต้องขังทางการเมืองให้เป็นไปตามบทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานและเป็นไปตามหลักสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนเรื่องสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง ทาง ส.ส.พรรคเพื่อไทยจึงได้ร่วมกันเข้าชื่อเสนอญัตติด่วนเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาตั้งกรรมาธิการวิสามัญของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาศึกษาสอบข้อเท็จจริงที่ล้นเกินและขัดต่อหลักยุติธรรมสำหรับผู้ต้องขังทางการเมือง หลังจากยื่นแล้วก็เข้าสู่กระบวนการพิจารณาเสนอเข้าเป็นญัตติด่วน และพรรคเพื่อไทยจะพยายามใช้กลไกลรัฐสภาผลักดันให้เรื่องนี้ได้รับการพิจารณาโดยเร็วที่สุด

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า วัตถุประสงค์ที่พรรคเพื่อไทยยื่นญัตตินี้มี 3 ข้อใหญ่ คือ 1.ผลจากการพิจารณาศึกษาและสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้จะส่งผลต่อกระบวนการการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม ถ้าสภามีมติเห็นชอบและผ่านไปสู่รัฐบาลให้นำไปปฏิบัติแล้ว จะส่งผลให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานได้พึงสังวรณ์ในการบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามหลักนิติธรรม และจะเป็นการระงับยับยั้งไม่ให้มีการจับกุมคุมขังผู้เห็นต่างทางการเมืองรายใหม่ 2.กระบวนการของการเรียกร้องสิทธิในการประกันตัว พรรคเพื่อไทยมีผลการศึกษาเรื่องสิทธิและจะเสนอผ่านสภา เพื่อส่งต่อไปยังรัฐบาล ซึ่งเราขอย้ำว่านี่เป็นเรื่องของสิทธิ เราไม่ได้ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรมในคดีที่มีคำพิพากษาแล้ว 3.หลักสิทธิมนุษยชนที่เป็นสากล เพราะไทยเป็นรัฐภาคีในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (International Covenant on Civil and Political Rights) ซึ่งรัฐบาลก็จะไปแถลงความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ในวันนี้ต่อองค์ระหว่างประเทศด้วยเช่นกัน แต่เท่าที่ทราบมา รัฐบาลเลี่ยงที่จะพูดถึงเรื่องสิทธิในการประกันตัวของผู้ต้องหาบนเวทีดังกล่าว เราจึงจำเป็นต้องบรรจุเข้าไปในญัตติเพื่อให้รัฐบาลต้องมีความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้

ผู้สื่อข่าวสอบถาม นพ.ชลน่าน เพิ่มเติมว่าผลการศึกษาที่พรรคเพื่อไทยเตรียมยื่นเข้าไปในญัตตินั้นจะส่งผลต่อการเอาผิดรัฐบาลหรือผู้สั่งการการที่ใช้กฎหมาลิดรอนสิทธิประชาชนด้วย ม.157 หรือไม่ นพ.ชลน่านตอบว่าขึ้นอยู่กับผลการศึกษาที่เราตั้งวัตถุประสงค์ไว้ ถ้าพบว่าการบังคับใช้กฎหมายไม่ชอบตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญก็อาจจะเข้าข่าย ต้องไปพิจารณาตามกฎหมายอีกครั้ง ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อไปว่าการเสนอญัตติด่วนในครั้งนี้จะส่งผลต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดี 10 ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมหรือไม่ ซึ่ง นพ.ชลน่าน ตอบว่า ขอให้ดูที่ขั้นตอนการทำงานของสภา แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะเสนอเป็นญัตติด่วนแต่สภาต้องพิจารณาอีกชั้นหนึ่งว่าญัตตินั้นด่วนจริงหรือไม่ ซึ่งก็ใช้เวลาพอสมควรกว่าจะถูกบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระ เพราะฉะนั้นญัตตินี้ไม่น่าจะทันการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในช่วงบ่ายวันนี้ แต่ นพ.ชลน่าน บอกว่าแม้จะไม่ได้พูดเรื่องนี้ในสภาและก็ถือเป็นการแสดงเจตนารมณ์ต่อสาธารณะ ต่อให้จะต้องไปต่อสู้เรื่องการลงมติเสียงข้างมากในสภา แต่ก็จะทำหน้าที่ในฐานะพรรคฝ่ายค้านอย่างเต็มที่ที่สุด พร้อมยืนยันว่าการเสนอญัตตินี้ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ผู้ถูกกล่าวหาในคดี ม.112 เท่านั้น แต่หมายรวมถึงทุกคดีการเมือง เพราะมีกฎหมายหลายฉบับที่ถูกนำมาบังคับใช้ต่อผู้ที่มีความคิดเห็นต่างทางการเมือง จนเกิดเป็นคดีความและมีผู้ถูกคุมขัง เช่น พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ, ม.116 และ ม.112 บางส่วน ซึ่งผู้ที่ถูกดำเนินคดีจากกฎหมายเหล่านี้คือกลุ่มที่พรรคเพื่อไทยเรียกว่านักโทษทางความคิด ขออย่าผูกโยงว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับเฉพาะ ม.112 เพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ นพ.ชลน่าน ยังกล่าวถึงเรื่องการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาแต่รัฐมนตรีไม่มาตอบด้วยว่า "เรื่องนี้เกิดจากความบิดเบี้ยวของรัฐธรรมนูญที่เขียนเพื่อหวังผลและล้นเกิน" การตั้งกระทู้ถามสดด้วยว่าจาต้องไม่มีการแจ้งล้วงหน้า และรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่ารัฐมนตรีต้องมาตอบ จะไม่ตอบก็ต่อเมื่อรัฐมนตรีเห็นว่าเป็นเรื่องของความมั่นคง เรื่องของสิ่งที่เป็นอันตรายต่อประเทศเท่านั้น แต่หากเป็นเช่นนี้ ก็ต้องมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งมาที่สภา รัฐมนตรีจะแจ้งว่าติดภารกิจและไม่มาตอบไม่ได้ หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ฝ่ายค้านในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติผู้ตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหารอาจจะต้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นฝ่ายตุลาการ มาช่วยตีความและตรวจสอบร่วม

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2564 กลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมือง ออกแถลงการณ์เรื่องพรรคการเมืองต้องผลักดันให้ผู้ต้องขังทางการเมืองได้สิทธิประกันตัว และตัวแทนกลุ่มนำโดยรัศม์ ชาลีจันทร์ อดีตเอกอัคราชทูตไทยประจำโมซัมบิกและคาซัคสถาน เจ้าของเพจ “ทูตนอกแถว” เข้ายื่นหนังสือต่อพรรคเพื่อไทย เพื่อเรียกร้องให้พรรคการเมืองผลักดันให้ผู้ต้องขังคดีการเมืองได้สิทธิ โดยหนังสือดังกล่าวระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ต้องขังทางการเมืองที่เป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา ทนายความ ศิลปิน นักการเมือง พยาบาล แม่ค้า และราษฎรอย่างน้อย 15 คน (ข้อมูลจากศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน) ที่ถูกดำเนินคดีและจับกุมคุมขังจากการใช้กฎหมายอาญามาตรา 112 กฎหมายอาญามาตรา 116 พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และกฎหมายอื่นๆ โดยกฎหมายหลักที่ใช้ดำเนินคดี คือกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่มีการนำมาใช้อย่างกว้างขวาง ทั้งจำนวนคดีที่มีถึง 159 คดี และจำนวนคดีต่อคนคือ เพนกวิน พริษฐ์ ชิวารักษ์ ซึ่งถูกดำเนินคดีด้วยมาตรา 112 ถึง 21 คดี จำนวนโทษสูงสุดถึง 315 ปี โดยผู้ต้องขังในคดีเหล่านี้ทั้งหมด ยังไม่ได้รับการไต่สวน แต่กลับถูกคุมขังก่อนการพิจารณาคดี โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว

พรรคการเมือง ในฐานะองค์กรทางการเมืองที่เสนอตัวรับใช้ประชาชนเข้ามาเป็นตัวแทนประชาชน เป็นปากเป็นเสียงแทนประชาชน ในการเรียกร้องแก้ไขปัญหา และดำรงไว้ซึ่งสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งสูงสุด ตามสัตยาบันที่ให้ไว้ยามที่ต้องการคะแนนเสียงของประชาชน

วันนี้ ประชาชน ซึ่งเป็นพลเมืองของประเทศได้มาทวงถามและเรียกร้องให้พรรคการเมือง ต้องผลักดันให้เกิดความเป็นธรรมอย่างแท้จริงในกระบวนการยุติธรรม ผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคน ต้องได้รับสิทธิการประกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพลเมืองไทยตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ ผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เพื่อให้ได้ออกมาต่อสู้คดีอย่างเป็นธรรม ซึ่งข้อเรียกร้องทั้งหมดนี้เป็นไปเพื่อให้กระบวนการยุติธรรม ยังคงความสง่างาม และไม่ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

จากนี้ ประชาชนจะจับตาและเฝ้าดูผลการเรียกร้องครั้งนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจ ในการเลือกไว้วางใจตัวแทนของประชาชนในครั้งต่อไป

ภาพของกลุ่มพลเมืองเพื่อผู้ต้องขังทางการเมืองยื่นหนังสือและพูดคุยกับตัวแทนพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 8 พ.ย. 2564

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์