ศูนย์สุขภาพชุมชนฯ รพ.ราชบุรี ช่วยลดแออัด-เพิ่มคุณภาพดูแลผู้ป่วย ประชาชนได้รับบริการรวดเร็ว

สปสช. ลงพื้นที่ “ศูนย์สุขภาพชุมชนประชานุเคราะห์ รพ.ราชบุรี” เยี่ยมชมโครงการลดความแออัด-เพิ่มคุณภาพดูแลผู้ป่วยนอกโรงพยาบาล พบการออกแบบบริการปฐมภูมิสุดล้ำ มีหน่วยยา-เจาะเลือด-ทันตกรรม-กายภาพบำบัด เป็นด่านหน้า อำนวยความสะดวกให้ประชาชนไม่ต้องเข้ามาเบียดเสียดในโรงพยาบาล

ศูนย์สุขภาพชุมชนประชานุเคราะห์ รพ.ราชบุรี (หน่วยบริการปฐมภูมิโรงเจ)

ทีมสื่อ สปสช.รายงานว่า เมื่อวันที่ 12 พ.ย. 2564 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) พร้อมด้วย นพ.อภิชาติ รอดสม รองเลขาธิการ สปสช. และ นพ.พีระมน นิงสานนท์ ผู้อำนวยการ สปสช. เขต 5 ราชบุรี ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงาน “ศูนย์สุขภาพชุมชนประชานุเคราะห์ รพ.ราชบุรี (หน่วยบริการปฐมภูมิโรงเจ)” อ.เมือง จ.ราชบุรี ซึ่งเป็น 1 ใน 3 คลินิกบริการระดับปฐมภูมิ ภายใต้การกำกับดูแลและบริหารงานของโรงพยาบาลราชบุรี

สำหรับการดำเนินงานคลินิกแห่งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความแออัดของผู้ป่วยที่เข้ารับบริการที่ รพ.ราชบุรี โดยจัดบริการระดับปฐมภูมิแบบใกล้บ้านเพื่อเพิ่มคุณภาพการดูแลผู้ป่วย คลิกนักดังกล่าวมีบุคลากรรวม 30 คนดูแลพื้นที่ทั้งหมด 35 ชุมชน รวมประชากร 26,111 คน

สุนีย์ สิทธิไทย อายุ 51 ปี ผู้ใช้บริการคลินิกแห่งนี้เปิดเผยว่า ตนเองเข้ารับการรักษาที่นี่ด้วยโรคความดันโลหิตสูงและไขมันในเลือดสูงได้ประมาณ 1-2 ปี ได้รับบริการที่รวดเร็วกว่าตอนที่ยังรักษาอยู่ที่โรงพยาบาลราชบุรี เนื่องจากที่โรงพยาบาลมีผู้ป่วยรอรับบริการเป็นจำนวนมาก ทำให้บางครั้งต้องใช้เวลาในการรอเพื่อเข้ารับบริการมากกว่าครึ่งวัน

“เรามาที่นี่เพราะใกล้บ้านกว่า ใช้เวลาไม่นาน ตอนนั้นรักษาที่โรงพยาบาลใหญ่ รอนาน และเหนื่อยเพราะต้องตื่นเช้าเพื่อไปต่อคิว แต่พอมาที่นี่แล้วเร็วกว่ามาก เพราะเขาจะแบ่งผู้ป่วยจากโรงพยาบาลให้มาที่นี่” สุนีย์ กล่าว

นพ.เกรียงศักดิ์ คำอิ่ม(กลาง) และ นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี (ขวา)

นพ.เกรียงศักดิ์ คำอิ่ม ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี กล่าวว่า โรงพยาบาลราชบุรีจะมีผู้ป่วยที่เข้ารับบริการประมาณ 2,500 – 3,000 ราย และไม่มีพื้นที่ที่เพียงพอในการให้บริการทำให้เกิดความแออัดและผู้ป่วยต้องรอนาน ฉะนั้นการจัดตั้งศูนย์สุขภาพฯ แห่งนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาล มากไปกว่านั้นยังเป็นศูนย์สุขภาพฯ ที่เกิดจากความร่วมมือของภาคประชาชน โดยเฉพาะมูลนิธิประชานุกูล (โรงเจประปา) ที่เอื้อเฟื้อสถานที่ในการจัดตั้งศูนย์ฯ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เป็นระยะเวลากว่า 10 ปี

อย่างไรก็ดี สำหรับศูนย์ฯ แห่งนี้มีผู้เข้ารับบริการวันละ 200-300 ราย เฉลี่ยระยะเวลาในการเข้ารับบริการประมาณ 30 นาทีต่อคน ส่งผลให้โรงพยาบาลราชบุรีสามารถลดความแออัดได้ นอกจากนี้ศูนย์ฯ ยังมีบริการอื่นๆ ที่จำเป็น เช่น บริการเจาะเลือด เอกซเรย์ กายภาพบำบัด ทันตกรรม รับยา เป็นต้น ซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ในขั้นตอนการพูดคุย-วางแผนในการขยายศูนย์ฯ นอกโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นต่อไป

“จากตอนแรกที่จะมีผู้ป่วยในพื้นที่ แต่ด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้นตอนนี้ประชาชนจากอำเภอ หรือจังหวัดอื่นๆ ก็เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์แห่งนี้ด้วยเช่นเดียวกัน หากประชาชนที่อาศัยอยู่อำเภอข้างเคียง และมองว่าศูนย์นี้สามารถเข้าถึงได้ง่าย ก็สามารถเข้ารับบริการที่นี่ได้เช่นกัน” นพ.เกรียงศักดิ์ ระบุ

นพ.เกรียงศักดิ์ กล่าวต่อไปว่า ศูนย์ฯ แห่งนี้ยังมีการดูแลผู้ป่วยที่อยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะการเข้าถึงบริการ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจรักษา หรือดูแลความเจ็บป่วยต่างๆ รวมไปถึงการดูแลผู้ป่วยในชุมชนโดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว และอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในกรณีที่ไม่สามารถเดินทางไปเข้ารับบริการในโรงพยาบาลได้ ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นการดูแลที่เรียกว่าบริการปฐมภูมิ

นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. กล่าวว่า การให้บริการของศูนย์ฯ แห่งนี้มีความสมบูรณ์ครบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ อุปกรณ์ เครื่องมือ ยา ส่วนตัวคิดว่าตรงนี้เป็นคำตอบที่จะช่วยสนับสนุนนโยบายลดความแออัด โดยเฉพาะในเขตเมืองที่อาจจะคาดไม่ถึงว่าจะมีบริการในลักษณะนี้

ทั้งนี้ การบริการยังเป็นมาตรฐานเดียวกับโรงพยาบาล เพียงแต่กระจายออกมาอยู่นอกโรงพยาบาลเป็นรูประบบบริการปฐมภูมิ เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ที่เจ็บป่วยเบื้องต้น สามารถเข้ารับบริการได้ ซึ่งทาง สปสช.สนับสนุนนโยบายระบบบริการสุขภาพแบบปฐมภูมิของกระทรวงสาธารณสุข พร้อมเข้ามาสนับสนุนในบทบาทของ สปสช. เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงบริการ และเกิดคุณภาพมากยิ่งขึ้น

“ผมคิดว่าศูนย์สุขภาพชุมชนฯ แห่งนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีที่สามารถต่อยอดให้เขตเมืองอื่นๆ ได้เรียนรู้จากบทเรียนของราชบุรี ที่ต้องการให้มีการกระจายใกล้พี่น้องประชาชน ไม่ใช่อยู่ที่โรงพยาบาลให้ประชาชนเดินเข้ามา” นพ.จเด็จ ระบุ

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์