ศาลปกครองสูงสุดสั่งระงับชั่วคราวโครงการสร้างคอนกรีตป้องกันการกัดเซาะหาดม่วงงามต่อ

ศาลปกครองสูงสุดยืนตามศาลปกครองชั้นต้นระงับโครงการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมหาดม่วงงามซึ่งดำเนินงานโดยกรมโยธาฯ ชั่วคราว จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ชี้มีข้อกังวลเรื่องผลกระทบธรรมชาติ

  
 

18 พ.ย. 64 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งวันนี้ (18 พ.ย.) ศาลปกครองสงขลามีกำหนดนัดอ่านคำสั่งของศาลปกครองสูงสุด เกี่ยวกับคำสั่งวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยก่อนหน้านี้ เมื่อ 30 มิ.ย. 63 ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว ทำให้โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลหาดม่วงงาม บริเวณหมู่ที่ 7 ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา และโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งหมู่ที่ 7 หมู่ที่ 8หมู่ที่ 9 ตำบลม่วงงาม อำเภอชิงหนคร จังหวัดสงขลา ซึ่งดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ชะลอออกไป 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง 

ศาลปกครองสั่งคุ้มครองชั่วคราวระงับโครงการเขื่อนกันคลื่นหาดม่วงงาม

จากเหตุดังกล่าว กรมโยธาธิการ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงร้องขออุทธรณ์ต่อศาลปกครองสงขลา เพื่อขอดำเนินโครงการต่อ โดยศาลปกครองสงขลานัดอ่านคำสั่ง เห็นพ้องกับคำสั่งศาลปกครองสงขลาที่ให้ระงับการดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลหาดม่วงงามเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะพิพากษา โดยศาลเห็นว่า โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลหาดม่วงงามนั้น มีการก่อสร้างลงไปในทะเล ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของชายหาดม่วงงาม อีกทั้งข้อเท็จจริงของผู้ฟ้องคดีและเทศบาลเมืองม่วงงามที่ยืนยันสภาพชายหาดม่วงงามนั้นมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่งรุนแรง เทศบาลเมืองม่วงงามมีมาตรการในการป้องกันชายหากัดเซาะชั่วคราวด้วยการปักไม้ และวางกระสอบทราย และจากข้อเท็จในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลหาดม่วงงามนั้น ก่อสร้างในเขตที่น้ำทะเลท่วมถึง ทำให้ส่งผลกระทบต่อชายหาด ศาลจึงเห็นว่าคำร้องของกรมโยธาธิการนั้นไม่สมเหตุผลเพียงพอในการให้ดำเนินการต่อ ศาลปกครองสูงสุดจึงเห็นพ้องคำสั่งศาลปกครองสงขลาให้ระงับการดำเนินโครงการต่อไปจนกว่าศาลจะมีคำสั่งเป็นอื่นหรือมีคำพิพากษาถึงที่สุด

ข้อพิพาทหาดม่วงงาม จ.สงขลา

สำหรับข้อพิพาทที่หาดม่วงงามเริ่มขึ้นเมื่อราวปี 2558 โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง มีการเริ่มดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งหาดม่วงงาม หมู่ที่ 7 ตำบลม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งจนถนนขาด ซึ่งหลังเทศบาลห่วงงามขออนุมัติงบประมาณป้องกันชายฝั่ง ทางภาครัฐมีการจ้างบริษัทออกแบบและเปิดรับฟังเวทีความคิดเห็นครั้งแรกเมื่อ ม.ค. 60 และมีการจัดรับฟังความคิดเห็นอย่างน้อย 2 ครั้ง ก่อนเริ่มลงมื่อสร้างจริงเฟสแรกเมื่อ มี.ค. 60 ทั้งนี้ การก่อสร้างแบ่งออกเป็น 2 ระยะ โดยเฟสแรก สร้างเป็นระยะทาง 710 เมตร และเฟสสอง ระยะทาง 1,995 ม. โดยทำเป็นกำแพงกันคลื่นในรูปแบบขั้นบันไดคอนกรีต 

หลังเริ่มสร้างไปได้ไม่นาน โครงดังกล่าวกลับเผชิญเสียงต่อต้านจากคนในพื้นที่ ชาวบ้านในนาม ‘เครือข่ายประชาชนนรักษ์หาดม่วงงาม’ เข้าร้องเรียนที่ศาลากลางจังหวัดสงขลา ขอให้มีการระงับโครงการ และขอให้มีการเปิดเผยแบบแปลนการก่อสร้าง รวมถึงรายงานการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) และเอกสารขออนุญาตดำเนินโครงการ โดยให้เหตุผลข้อกังวลเรื่องสิ่งแวดล้อม ความจำเป็น และการก่อสร้างที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย   

ภาพเครือข่ายประชาชนรักษ์หาดม่วงงามยื่นหนังสือร้องเรียนที่ศาลากลาง จ.สงขลา

ความขัดแย้งดำเนินต่อเนื่องจนกระทั่งเมื่อ 14 พ.ค. 2563 ชาวบ้านใน ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายหาดม่วงงาม ยื่นศาลปกครองพิจารณาคดีกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมเจ้าท่า เพื่อขอให้ 1) ศาลปกครองชั้นต้นพิจารณายกเลิกโครงการทั้งหมด เนื่องจากการดำเนินโครงการไม่ชอบด้วยกฎหมาย 2) ขอให้เพิกถอนการอนุญาตที่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 อนุญาตให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 เข้าดำเนินการโครงการบนพื้นที่ชายหาด ในบริเวณหมู่ที่ 7, 8 และ 9 ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา 3) ขอให้เพิกถอนสิ่งปลูกสร้างบนหาดม่วงงามทั้งหมด และดำเนินการปรับสภาพพื้นที่ให้กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม 

ก่อนที่เมื่อ 30 มิ.ย. 63 ศาลปกครองชั้นต้นจะมีคำสั่งให้คุ้มครองหาดม่วงชั่วคราวก่อนการพิพากษา โดยศาลเห็นว่า ผู้ถูกร้อง (กรมโยธาฯ และกรมเจ้าท่า) ไม่ได้ข้อมูลเพียงพอว่า การก่อสร้างเพื่อป้องกันการกันเซาะชายฝั่งรูปแบบคอนกรีตขั้นบันไดจะสามารถป้องกันการกัดเซาะชายหาดได้อย่างแท้จริง และได้ผลดีจริง โดยไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มิหนำซ้ำ ยังมีข้อกังวลด้วยว่า การสร้างสิ่งปลูกสร้างนี้อาจส่งผลกระทบต่อบริเวณโดยรอบ ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ และถือเป็นการสูญเสียงบประมาณแผ่นดินโดยเปล่าประโยชน์ และหากปล่อยให้สร้างต่อไป อาจไม่สามารถฟื้นฟูธรรมชาติกลับมาเป็นดังเดิมได้ จึงเป็นเหตุสมควรให้มีคำสั่งข้างต้นออกมา 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

กำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม: กางข้อเท็จจริงและนโยบายรัฐที่สร้างความขัดแย้ง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์