COVID-19: 20 พ.ย. 64 ไทยติดเชื้อเพิ่ม 6,595 ราย เสียชีวิต 53 ราย

ศบค. รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในไทย ผู้ป่วยใหม่ 6,595 ราย สะสม 2,057,575 ราย รักษาหาย 8,478 ราย สะสม 1,949,332 ราย เสียชีวิต 53 ราย สะสม 20,358 ราย ผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด (19 พ.ย.) 88,330,952 โดส

20 พ.ย. 2564 ศบค. รายงานสถานการณ์ COVID-19 ในไทย ผู้ป่วยใหม่ 6,595 ราย สะสม 2,057,575 ราย รักษาหาย 8,478 ราย สะสม 1,949,332 ราย เสียชีวิต 53 ราย สะสม 20,358 ราย ผู้รับวัคซีนสะสมทั้งหมด (19 พ.ย.) 88,330,952 โดส

เผยสถานการณ์ติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ดีขึ้น

เมื่อวันที่ 19 พ.ย. 2564 สำนักข่าวไทย รายงานว่านพ.เอกชัย เพียรศรีวัชรา ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมสุขภาพ และโฆษกกรมอนามัย กล่าวถึงสถานการณ์การติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ ว่า ในการติดเชื้อโควิดระลอก 3 ระหว่างวันที่ 1 เม.ย.-12 พ.ย.64 พบว่ามีหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อสูง 5,516 คน ส่วนใหญ่อยู่ใน กทม. ปัตตานี สมุทรสาคร โดยพบว่า ในจำนวนแม่ติดเชื้อมีการคลอดบุตรแล้ว 3,000 คน และ 53% เป็นการผ่าคลอด และมีทารกติดเชื้อ 238 คน จากการสัมผัสโดยตรงหลังคลอด หรือคิดเป็น 7% ขณะเดียวกัน มีหญิงตั้งครรภ์เสียชีวิต 102 คน ทารกเสียชีวิตตามแม่ 51 คน

ส่วนอัตราการรับวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ ฉีดเข็ม 1 แล้ว 86,602 คน ฉีดเข็ม 2 แล้ว 66,784 คน และฉีดเข็ม 3 แล้ว 1,009 คน ส่วนอัตราการติดเชื้อในหญิงตั้งครรภ์ พบสูงสุดในเดือน ส.ค. 1,724 คน และปัจจุบันในเดือน พ.ย. ผ่านมาครึ่งเดือน มีการติดเชื้อ 300 คน ถือว่าลดลง หากดูข้อมูลของหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อ พบว่า 92% ที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนเลยแม้แต่เข็มเดียว แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า คนที่ฉีดครบ 2 เข็ม หรือ 133 คนนั้น ไม่มีใครที่เสียชีวิต ไม่มีปอดอักเสบ หรือต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ แสดงให้เห็นว่าฉีดวัคซีนแล้วยังติดเชื้อได้ แต่ไม่มีอาการรุนแรง

นพ.เอกชัย กล่าวเชิญชวนให้หญิงตั้งครรภ์มารับวัคซีน โดยคาดการณ์จำนวนหญิงตั้งครรภ์ประมาณ 5 แสนคน/ปี เมื่อตัดผู้ที่มีอายุครรภ์ 0-3 เดือนออกไป จะทำให้มีกลุ่มเป้าหมายอายุครรภ์ 3 เดือนขึ้นไปที่ต้องรับวัคซีน จำนวน 281,500 คน ขณะนี้ฉีดเข็ม 1 เพียง 86,602 คน คิดเป็น 30.8% เท่านั้น ยังเหลืออีกกว่า 70% ยืนยันการรับวัคซีนมีความปลอดภัย เพราะจากการสำรวจความคิดเห็นของหญิงตั้งครรภ์ สาเหตุที่ไม่ได้รับวัคซีน เนื่องจากเกรงผลกระทบต่อทารกในครรภ์ 65%

ส่วนความกังวลเรื่องการแท้งบุตร หากไม่มีรับการรับวัคซีน โอกาสแท้งตามธรรมชาติก็เกิดขึ้นได้ 10-15% ส่วนการแท้งในคนที่รับวัคซีน พบเพียง 0.5% ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่อยากรับวัคซีน ก็สามารถให้ฉีดวัคซีนกับคนในครอบครัวแทน และควรเร่งฉีดวัคซีนในหญิงตั้งครรภ์ในพื้นที่สีแดงเข้ม และพื้นที่สีฟ้านำร่องการท่องเที่ยว

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์