ศาลสหรัฐฯ ปิดกั้นสื่อแฉ 'โครงการเวอร์ริทัส' ที่กลุ่มทรัมป์-ฝ่ายขวา ใช้แทรกซึม-ป้ายสีฝ่ายตรงข้าม

ศาลรัฐนิวยอร์กมีคำสั่งห้ามไม่ให้สื่อนิวยอร์กไทม์นำเสนอเรื่องเกี่ยวกับ "โครงการเวอร์ริทัส" หรือพยายามเข้าถึงเอกสารบางอย่างเกี่ยวกับโครงการนี้ ซึ่งเป็นโครงการของกลุ่มอนุรักษ์นิยมในสหรัฐฯ ที่นำเสนอวิดีโอตัดต่อและปฏิบัติการลับเพื่อดิสเครดิตและป้ายสีสื่อกระแสหลักกับกลุ่มหัวก้าวหน้า รวมถึงกระจายข้อมูลเท็จเกี่ยวกับทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ โดยอดีตประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการอื้อฉาวนี้ด้วย

21 พ.ย. 2564 สื่อนิวยอร์กไทม์โต้ตอบคำสั่งห้ามของศาลนิวยอร์กที่มีคำสั่งห้ามไม่ให้เผยแพร่เรื่องเกี่ยวกับ "โครงการเวอร์ริทัส" โดยระบุว่าเป็นการละเมิดหลักการของบทบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ มาตรา 1 ว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น และตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นน้อยมากในการที่ศาลสหรัฐฯ จะสั่งห้ามไม่ให้องค์กรสื่อใหญ่รายงานข่าว

ซึ่งในขณะที่กลุ่มผู้สนับสนุนเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นตามหลักการรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ แสดงความเป็นห่วงในเรื่องคำสั่งศาลครั้งนี้ในแง่ที่มันละเมิดการคุ้มครองนักข่าวตามพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ ฝ่ายโครงการเวอร์ริทัสแถลงสนับสนุนคำสั่งศาลในครั้งโดยอ้างว่าไม่ได้เป็นการบังคับสิทธิของสื่อหนังสือพิมพ์มากเกินไป

คำสั่งศาลในครั้งนี้เป็นึสั่งที่เกี่ยวข้องกับคดีความเรื่องที่โครงการเวอร์ริทัสฟ้องร้องนิวยอร์กไทม์ข้อหาหมิ่นประมาทในปี 2563 ซึ่งยังคงเป็นคดีที่ยังคงอยู่ในตอนพิจารณา

โครงการเวอร์ริทัสนี้ถูกระบุจากสื่อและงานวิชาการหลายแห่งว่าเป็นกลุ่มขวาจัดของอเมริกันที่ก่อตั้งในปี 2553 โดยจอมปั่นหัวคนที่ชื่อ เจมส์ โอคีฟ พวกเขาเผยแพร่วิดีโอที่มีการตัดต่อหลอกลวงเพื่อใส่ร้ายป้ายสีสื่อกระแสหลักและกลุ่มหัวก้าวหน้า นอกจากนี้ยังไว้วิธีล่อลวงให้อีกฝ่ายทำเรื่องที่ดูมีภาพลักษณ์แย่ๆ ต่อพวกเขาเอง นอกจากนี้ยังคอยโฆษณาชวนเชื่อในเชิงกระจายข้อมูลเท็จและทฤษฎีสมคบคิด

เป้าหมายหลักๆ ที่เวอร์ริทัสตั้งเป้าโจมตี เช่น พรรคเดโมแครตของสหรัฐฯ, องค์กรแรงงาน, สำนักงานข่าว และอื่นๆ โดยที่นิวยอร์กไทม์ระบุว่ากระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ทำการสืบสวนในเรื่องความเป็นไปได้ที่องค์กรใส่ร้ายป้ายสีอย่างเวอร์ริทัสจะถึงขั้นขโมยไดอารีของ แอชลีย์ ไบเดน ลูกสาวประธานาธิบดีคนปัจจุบัน โจ ไบเดน

นอกจากนี้องค์กรป้ายสีฝ่ายขวาอย่างเวอร์ริทัสยังได้รับเงินสนับสนุนจากกลุ่มกองทัพอนุรักษ์นิยมอย่าง โดเนอร์ทรัสต์ และได้รับการสนับสนุนจากมูลนิธิ โดนัลด์ เจ ทรัมป์ ของอดีตประธานาธิบดีผู้ที่ชอบใช้วาทกรรมปลุกปั่นฝ่ายขวาและอ้างทฤษฎีสมคบคิดต่างๆ เพื่อโจมตีฝ่ายตรงข้าม นอกจากนี้นิวยอร์กไทม์ยังเคยเปิดโปงองค์กรนี้มาตั้งแต่ปี 2563 ในเรื่องที่ว่า อิริค ปรินซ์ ผู้ที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการหาเสียงให้ทรัมป์ในปี 2559 เคยจ้างสายลับให้ไปแทรกซึมองค์กรของพรรคเดโมแครต แทรกซึมสหภาพแรงงาน และกลุ่มอื่นๆ ที่ถูกมองว่าเป็นศัตรูกับทรัมป์ และโอคีฟผู้ก่อตั้งกลุ่มนี้ก็มีส่วนพัวพันกับทรัมป์เช่นกัน

ธีโอดอร์ เจ เบาโทรส จูเนียร์ ทนายความที่ว่าความให้สื่อต่างๆ เช่น ซีเอ็นเอ็นกล่าวถึงคำสั่งศาลในครั้งนี้ว่า "น่าขัน" และบอกว่าถึงแม้คำสั่งห้ามนำเสนอจะเป็นคำสั่งชั่วคราว แต่ศาลสูงสุดของสหรัฐฯ ก็เคยกล่าวไว้ว่าพวกเขาไม่สามารถยอมรับได้ที่จะให้มีการละเมิดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นแม้แต่ในระยะเวลาสั้นๆ นาทีต่อนาที นอกจากนี้ยังบอกอีกว่าไม่เคยได้ยินคำสั่งศาลครั้งไหนที่ห้ามไม่ให้มีการรวบรวมข้อมูลสำหรับข่าวมาก่อน

บทความที่ถูกสั่งให้ระงับการเผยแพร่ชั่วคราวนั้นคือบทความที่ออกมาในวันที่ 11 พ.ย. เกี่ยกวับการสืบสวนของกระทรวงยุติธรรมของสหรัฐฯ ที่นิวยอร์กไทม์ตีพิมพ์ส่วนหนึ่งของบันทึกที่ทนายความของโครงการเวอร์ริทัสที่ระบุถึงวิธีการหลอกลวงของกลุ่มๆ นี้เช่นการใช้ตัวตนเทียมไปพร้อมๆ กับการหลีกเลี่ยงการฝ่าฝืนกฎหมายทางการกลางสหรัฐฯ ซึ่งบันทึกนี้มีมาตั้งแต่ก่อนหน้าคดีหมิ่นประมาทที่พวกเขาฟ้องนิวยอร์กไทม์หลายปี แต่เวอร์ริทัสก็ฟ้องว่านิวยอร์กไทม์ฝ่าฝืนเอกสิทธิ์ระหว่างทนายความกับลูกความโดยการเผยแพร่บันทึกดังกล่าวและอ้างว่านิวยอร์กไทม์พยายามจะทำให้ฝ่ายตรงข้ามของคดีตัวเองอับอาย อย่างไรก็ตามโฆษกของนิวยอร์กไทม์แถลงว่าสื่อได้นำรูปภาพบันทึกที่เผลอใส่มาด้วยความผิดพลาดออกแล้ว มีแต่รายงานเนื้อหาที่คัดกรองมา

ดีน บาเกต บรรณาธิการบริหารของนิวยอร์กไทม์เขียนในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 18 พ.ย. เกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า คำตัดสินของศาลให้ระงับการรายงานเรื่องนี้ชั่วคราว "ไม่เป็นไปตามหลักการรัฐธรรมนูญ" และทำให้เกิดแนวทางการพิจารณาที่อันตรายแบบไม่เคยเป็นมาก่อน

"เมื่อศาลปิดปากสื่อ พวกเขาก็ล้มเหลวต่อประชาชนของตัวเองและทำลายสิทธิในการที่จะรับรู้ข้อมูลข่าวสาร" มาเกตกล่าว เขายังเเรียกร้องให้ศาลพิจารณาคำตัดสินใหม่อีกครั้งโดยทันทีด้วย

เรียบเรียงจาก
Judge Tries to Block New York Times’s Coverage of Project Veritas, New York Times, 18-11-2021

ข้อมูลเพิ่มเติมจาก
https://en.wikipedia.org/wiki/Project_Veritas

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์