'ช็อนดูฮวาน' อดีต ปธน.จอมเผด็จการเกาหลีใต้ เสียชีวิตแล้วในวัย 90 ปี

'ช็อนดูฮวาน' จอมเผด็จการของเกาหลีใต้ ผู้ถูกตัดสินว่าเป็นกบฎจากการทำรัฐประหารและปราบปรามผู้ชุมนุมในเมืองกวางจูเมื่อปี 1980 เสียชีวิตอย่างสงบแล้วในวัย 90 ปี หลังจากต่อสู้กับโรคประจำตัวมาเป็นเวลานาน

23 พ.ย. 2564 สำนักข่าวยอนฮับของเกาหลีใต้รายงานว่าวันนี้ (23 พ.ย. 2564) เวลา 08.40 น. ตามเวลาท้องถิ่นของเกาหลีใต้ นายพลช็อนดูฮวาน อดีตประธานาธิบดีเกาหลีใต้ผู้ก่อการรัฐประหารยึดอำนาจใน พ.ศ.2522 และปราบปรามผู้ชุมนุมที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองกวางจูอย่างเหี้ยมโหดปีถัดมา เสียชีวิตอย่างสงบแล้วที่บ้านพักส่วนตัวในกรุงโซลในวัย 90 ปี หลังจากต่อสู้กับโรคประจำตัวมาเป็นเวลานาน

มินจองกี เลขานุการของช็อนดูฮวาน กล่าวว่าร่างของเขาจะถูกนำไปประกอบพิธีฌาปนกิจที่โรงพยาบาลเซเวอแรนซ์ (Severance Hospital) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลประจำมหาวิทยาลัยยอนเซ โดยช็อนดูอวานฝากฝังไว้ว่าขอให้ฝังร่างเขาในแถวหน้าของหลุมฝังศพซึ่งอยู่บนที่สูง และหันหน้าไปทางเกาหลีเหนือ ทั้งนี้ ร่างของช็อนดูฮวานจะถูกเผาก่อนนำอัฐิไปฝัง แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะนำอัฐิไปฝังที่สุสานใด

ช็อนดูฮวานก้าวขึ้นมามีอำนาจในขณะที่ดำรงตำแหน่งนายพลประจำกองทัพบกด้วยการรัฐประหาร หลังจากเกิดเหตุลอบสังหารณ์อดีตประธานาธิบดีพัคจองฮี ใน พ.ศ.2522 และปกครองประเทศเกาหลีใต้มาจนถึง พ.ศ.2531

หนึ่งในมรดกทางการเมืองที่มืดมนที่สุดที่ช็อนดูฮวานทิ้งไว้ให้แก่ประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้ คือ การปราบปรามประชาชนที่มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยในเมืองกวางจูเมื่อปี 2523 ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 200 คน และมีผู้บาดเจ็บราวๆ 1,800 คน โดยข้อมูลนี้มาจากทางการฝ่ายอนุรักษ์นิยม

ช็อนดูฮวานเกิดที่เขตฮับช็อน จ.คย็องซังใต้ เมื่อวันที่ 23 ม.ค. 2474 ในครอบครัวที่ยากจน โดยเขาสมัครเข้าเป็นทหารเมื่อ พ.ศ.2494 ซึ่งเป็นช่วงเวลา 2 ปีก่อนที่จะมีการลงนามในสนธิสัญญาหยุดยิงในสงครามเกาหลีระหว่างฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้

ระหว่างที่ประจำการอยู่ในกองทัพ ช็อนดูฮวานได้พบกับโนแทอู และเป็นเพื่อนกันมานับแต่นั้น ซึ่งต่อมา โนแทอูได้กลายเป็นมือขวาของช็อนดูฮวานและดำรงตำแหน่งสำคัญมากมายในรัฐบาลของช็อนดูฮวาน หลังจากนั้นโนแทอูก็ได้รับเลือกตั้งใน พ.ศ.2530 และตำรงตำแหน่งประธานาธิบดีต่อจากช็อนดูฮวาน โดยการเลือกตั้งครั้งนั้นถือเป็นการเลือกตั้งครั้งแรกหลังจากอยู่ใต้อำนาจเผด็จการเป็นเวลายาวนาน

ก่อนจะก้าวขึ้นมาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี ช็อนดูฮวานทำงานในกองทัพมาแล้วในหลายหน้าที่ โดยหนึ่งในงานที่มีชื่อเสียงที่สุดของเขาคือการทำงานเป็นสายลับในหน่วยข่าวกรองแห่งชาติเกาหลีใต้ และก้าวขึ้นมาเป็นหน่วยอารักขาของประธานาธิบดีพัคจองฮีในที่สุด

ช็อนดูฮวานทำการรวบอำนาจเบ็ดเสร็จ หลังเหตุการณ์ปราบปรามผู้ชุมนุมในกวางจูเมื่อ พ.ศ.2523 เขาประกาศกฎอัยการศึกและออกกฎหมายหลายฉบับที่ห้ามการแสดงออกทางการเมือง ซึ่งนำมาสู่การยุบสภา และทำให้เขาหลายเป็นผู้มีอำนาจปกครองสูงสุด

ในปีเดียวกันนั้น ช็อนดูฮวานเกษียณอายุราชการหลังจากทำงานในกองทัพเกาหลีใต้มานานถึง 25 ปี และกลายเป็นผู้ปกครองที่มีชื่อเสียงที่สุดในประวัติศาสตร์สมัยของเกาหลีใต้ ช็อนดูฮวานบังคับให้ ‘ชเว-คยูฮา’ รักษาการประธานาธิบดีในขณะนั้นลาออกในเดือน ส.ค. 2523 เพื่อเปิดทางไปสู่การเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ และเริ่มต้นหาเสียงอย่างเป็นทางการในเดือน ก.ย. ปีเดียวกัน นโยบายหลักของช็อนดูฮวานคือการกำจัดการทุจริตและความขัดแย้งทางการเมือง เพื่อมุ่งสร้างสังคมที่มีเสถียรภาพ

หลังก้าวลงจากตำแหน่งใน พ.ศ.2531 ช็อนดูฮวานได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในหลายเรื่อง รวมถึงข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริต ช็อนดูอวานกล่าวขอโทษต่อสาธารณชนเรื่องการกระทำที่ผิดพลาดของเขาในอดีต ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงที่เขาดำรงตำแหน่ง และได้บริจาคเงินจำนวนกว่า 16,000 ล้านวอนให้กองทุนด้านการเมืองและกองทุนอื่นๆ ก่อนจะอัปเปหิตนเองและภรรยาไปอยู่ที่วัดพุทธแห่งหนึ่งทางภาคตะวันออกของเกาหลีใต้

ตลอดเวลาที่ช็อนดูฮวานใช้เวลาอยู่ที่วัดพุทธ เขาได้รับจดหมายเชิญให้ไปให้การต่อสภาผู้แทนราษฎรของเกาหลีใต้ ซึ่งโนมูฮยอน หนึ่งในสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีในภายหลัง ก็ทำการสอบสวนและเคยขว้างป้ายชื่อใส่ช็อนดูฮวานกลางสภา แม้กระทั่งในช่วงปลายปี 2533 ที่ช็อนดูฮวานย้ายออกจากวัดมาอยู่ที่บ้านพักส่วนตัว เขาก็ได้รับหมายเรียกจากศาลให้เข้าสู่กระบวนการสอบสวนตามกฎหมายจากกรณีการกระทำความผิดหลายประการซึ่งเกิดขึ้นในช่วงก่อนและระหว่างที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดี รวมถึงมีการสอบสวนความผิดฐานทำรัฐประหารล้มล้างการบกปครองและปราบปรามผู้ชุมนุมในเมืองกวางจูอีกด้วย

ในเดือน ธ.ค. 2538 อัยการตั้งข้อหากบฎแก่ช็อนดูฮวาน แต่เขาปฏิเสธข้อหานั้นด้วยการอ่านแถลงการณ์หน้าบ้านพักส่วนตัวซึ่งระบุว่าเขาจะไม่ให้ความร่วมมือกับการสอบสวนในครั้งนี้เด็ดขาด ต่อมาในวันรุ่งขึ้น ตำรวจได้ออกหมายจับและเข้าจับกุมตัวช็อนดูฮวานทันที สุดท้าย เขาถูกจำคุกด้วยการกักบริเวณในบ้านพักส่วนตัวที่เขตฮับช็อน จ.คย็องซังใต้ ตลอดการพิจารณาคดี ในปี 2539 ศาลเกาหลีใต้ตัดสินว่าช็อนดูฮวานมีความผิดฐานเป็นกบฎล้มล้างการปกครอง และตัดสินโทษจำคุกตลอดชีวิต ก่อนจะได้รับการอภัยโทษในปีถัดมาตามคำสั่งของประธานาธิบดีคิมยองซัม ด้วยเหตุผลเพื่อความสมานฉันท์ของชาติ

อย่างไรก็ตาม ช็อนดูฮวานยังได้รับเสียงชื่นชมจากความพยายามเรื่องนโยบายการควบคุมราคาสินค้าค่าครองชีพ และความสำเร็จในการทำให้เกาหลีใต้กลายเป็นเจ้าภาพจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อนปี 1988 ซึ่งทำให้เกาหลีใต้มีชื่อเสียงในระดับโลก

ช็อนดูฮวานสมรสกับอีซอนจา มีบุตรทั้งหมด 4 คน เป็นบุตรชาย 3 คน และบุตรสาว 1 คน

ที่มา:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์