รองโฆษกเพื่อไทย แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาคนตกงาน-หนี้ครัวเรือนสูงก่อน หยุดซื้ออาวุธสงคราม

ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ชี้รัฐไม่เหลียวแลปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้นและคนตกงานที่เพิ่มขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจยังไม่เพียงพอและไม่ครอบคลุมคนทุกกลุ่ม เรียกร้องให้รัฐบาลหยุดซื้ออาวุธสงครามที่ไม่ได้จำเป็นเร่งด่วน

24 พ.ย.2564 ทีมสื่อพรรคเพื่อไทย รายงานว่า ตรีชฎา ศรีธาดา รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยตัวเลขหนี้ครัวเรือนไตรมาสที่ 2 ของปี 2564 อยู่ที่ 14.24 ล้านล้านบาท

ตรีชฎาระบุว่า แม้สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในไตรมาสนี้จะลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่มูลหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นถึง 1.4 แสนล้านบาท ซึ่งเกิดขึ้นจากการกู้เงินเพื่อมาจับจ่ายในชีวิตประจำวัน สะท้อนได้จากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (หนี้เสีย) ยังเพิ่มขึ้นติดต่อกันจากไตรมาสที่ 1 รวมทั้งหนี้สาธารณะที่ยังเพิ่มขึ้นอีกด้วย และยังน่าเป็นห่วงว่ากลุ่มคนที่อายุต่ำกว่า 35 ปีที่มีหนี้เสียเพิ่มขึ้นด้วย ประกอบกับตัวเลขการว่างงานเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 8.7 แสนคน อีกทั้งคนตกงานอันดับต้นๆ ยังเป็นผู้เรียนจบปริญญาตรีอีกด้วย

รองโฆษกเพื่อไทยกล่าวต่อว่า ทั้งหมดจึงสะท้อนให้เห็นว่าภาครัฐละเลย ไม่เหลียวแล แก้ไขปัญหาคนตกงาน ขณะเดียวกันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่ออกมายังไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอและไม่ครอบคลุมคนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง เช่น โครงการคนละครึ่ง ช่วยแบ่งเบาค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้เฉพาะกลุ่มคนที่ยังมีรายได้เท่านั้น เพราะต้องเติมเงินเข้าไปก่อนจึงจะสามารถรับสิทธิ์ได้ หรือแม้กระทั่งโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ หรือโครงการเราเที่ยวด้วยกันล้วนแล้วแต่เป็นโครงการที่เข้ามาช่วยเหลือโอบอุ้มกลุ่มคนที่ยังมีรายรับอยู่

ทั้งนี้ตรีชฎาเห็นว่า สำหรับกลุ่มคนตกงานหรือผู้ที่ยังหางานทำไม่ได้ที่ได้รับผลกระทบสืบเนื่องมาจากการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ที่ผิดพลาดล้มเหลวของรัฐบาลยังคงถูกมองข้าม ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ได้แก่

  1. กระทรวงแรงงานต้องปูพรมสำรวจจำนวนผู้ตกงาน ผู้ว่างงาน และผู้เสมือนว่างงานโดยเร็ว โดยแยกทักษะและความเชี่ยวชาญของแต่ละด้าน จัดกลุ่มเป็นคลัสเตอร์
  2. ใช้กลไกการจัดหางานของกรมการจัดหางาน ร่วมกับกระทรวงอุตสาหกรรมและสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย จับคู่คนว่างงานที่ตรงกับความต้องการของภาคเอกชน
  3. รัฐบาลต้องหยุดการใช้งบประมาณจัดซื้อในสิ่งที่ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เช่น ซื้อเครื่องบินโจมตีแบบเบา รุ่น AT-6 รวม 8 ลำ 4,500 ล้านบาท แล้วนำเม็ดเงินมากระตุ้นเศรษฐกิจในระดับเศรษฐกิจดีขึ้น

ตรีชฎา กล่าวว่า หากกลไกที่รัฐมีอยู่ไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ รัฐบาลโดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และยังเป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อเข้ามาแก้ปัญหาคนตกงานในเชิงรุกโดยการรวบรวมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญด้านการแก้ปัญหาแรงงานและผู้ได้รับผลกระทบเข้ามาหารือกันเพื่อแก้ทางออกอย่างเร่งด่วน

“หากรัฐบาลสร้างงานสร้างรายได้ กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างถูกวิธี คนไทยมีงานทำ มีรายได้จากการใช้จ่าย กงล้อของเศรษฐกิจจะกลับมาหมุนเวียนอีกครั้ง คนไทยจะมีรายได้มาจ่ายหนี้ และในที่สุดตัวหนี้ภาคครัวเรือนจะลดลงไปด้วย งบประมาณส่วนการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่อ้างว่าเป็นงบผูกพัน ก็ควรใช้ความสัมพันธ์ทางการทูตชะลอไว้ก่อน ไม่ควรจ่ายในเรื่องที่จำเป็นในตอนนี้ ในห้วงที่ประชาชนไม่มีเงินซื้อข้าวกิน แต่ทหารยังสนุกกับของเล่นเพื่อการสู้รบ” ตรีชฎากล่าว

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์