ศาลฎีกายกฟ้อง คดีตำรวจฟ้องกลับ 'ฤทธิรงค์' เหยื่อถูกซ้อมทรมานในข้อหาเบิกความเท็จ

ศาลฎีกายกฟ้องคดีตำรวจฟ้องกลับ 'ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร' เหยื่อถูกซ้อมทรมานในข้อหาเบิกความเท็จ กรณีที่เขากล่าวว่าตำรวจคนดังกล่าวทำร้ายร่างกายเขาด้วยการใช้มือตบศีรษะ ทั้งนี้ ศาลฎีกาพิพากษายกฟ้องตามศาลอุทธรณ์ ซึ่งแตกต่างจากศาลชั้นต้นที่มีคำพิพากษาว่า 'ฤทธิรงค์' กระทำผิดจริง

1 ธ.ค. 2564 มูลนิธิผสานวัฒนธรรมรายงานว่าเมื่อวันที่ 29 พ.ย. 2564 ศาลจังหวัดปราจีนบุรีอ่านคำพิพากษาศาลฎีกายกฟ้อง คดีเจ้าหน้าที่ตำรวจฟ้องเหยื่อซ้อมทรมาน 'ฤทธิรงค์ ชื่นจิตร' ตกเป็นจำเลย ซึ่งศาลรับฟังข้อเท็จจริงได้ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง (โจทก์) ทำร้ายร่างกายฤทธิรงค์ (จำเลย) โดยใช้มือตบที่ศีรษะของฤทธิรงค์จริง

โดยคดีดังกล่าว ศาลให้ความเห็นว่าฤทธิรงค์ขึ้นรถยนต์มากับตำรวจหลายคน แต่กลับกล่าวหาโจทก์เพียงคนเดียว อันเป็นการแสดงให้เห็นว่าบุคคลอื่นมิได้ลงมือทำร้ายฤทธิรงค์ ฤทธิรงค์ไม่ได้ฟ้องร้องดำเนินคดีคนอื่นๆ ด้วย จึงมีเหตุให้เชื่อได้ว่าข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่ฤทธิรงค์เบิกความ ดังนั้น การที่ฤทธิรงค์ฟ้องคดีกล่าวหาว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจนายนั้นทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้ฤทธิรงค์ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ จึงเป็นการฟ้องและเบิกความไปตามข้อเท็จจริงตามความเข้าใจของฤทธิรงค์ การกระทำของฤทธิรงค์จึงไม่เป็นความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ตามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจฟ้องฤทธิรงค์ ซึ่งศาลอุทธรณ์ยกฟ้องเจ้าหน้าที่ตำรวจ และศาลฎีกาเห็นด้วย

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง เป็นโจทก์ฟ้องกลับฤทธิรงค์ ในความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1285/2561 เนื่องมาจากกรณีฤทธิรงค์ได้เป็นโจทก์ ฟ้องต่อศาลจังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีหมายเลขดำที่ 925/2558 (คดีหลัก) ว่าเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2552 เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายนายทำร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพ (ซ้อมทรมาน) และในคำฟ้องนายฤทธิรงค์ได้กล่าวหาว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่งทำร้ายร่างกายตนโดยใช้มือตบศีรษะอย่างรุนแรงเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายและจิตใจ

ต่อมา เมื่อวันที่ 27 ส.ค. 2562 ศาลจังหวัดปราจีนบุรี (ศาลชั้นต้น) พิพากษาว่าฤทธิรงค์มีความผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จตามคำฟ้องของดาบตำรวจดังกล่าว ให้จำคุก 5 ปี และปรับ 100,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญาไว้มีกำหนด 2 ปี คู่ความทั้งสองฝ่ายต่างยื่นอุทธรณ์คดีต่อศาลอุทธรณ์ภาค 2

ขณะที่ คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ที่ศาลจังหวัดปราจีนบุรีอ่าน เมื่อวันที่ 27 ต.ค. 2563 ระบุว่า ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น เพราะในคำฟ้องของคดีอาญาหมายเลขดำที่ 925/2558 ซึ่งฤทธิรงค์ได้กล่าวหาว่า เมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2552 ดาบตำรวจนายนี้ทำร้ายร่างกายตนโดยใช้มือตบศีรษะนั้น ศาลเห็นว่าคดีมีมูลตามที่ฤทธิรงค์กล่าวหา แต่เป็นการใช้กำลังทำร้ายร่างกายผู้อื่นไม่ถึงกับเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจเท่านั้น ซึ่งกฎหมายกำหนดโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือนหรือปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และด้วยข้อหาดังกล่าวมีอายุความเพียง 1 ปี เมื่อเหตุเกิดเมื่อวันที่ 28 ม.ค. 2552 แต่ฤทธิรงค์นำคดีมาฟ้องในปี 2558 จึงเกินกว่า 1 ปี นับแต่วันกระทำผิดตามฟ้อง คดีจึงขาดอายุความ สิทธิในการนำคดีอาญามาฟ้องย่อมระงับไป

ข้อเท็จจริงดังกล่าวย่อมรับฟังได้ว่า การที่ฤทธิรงค์ฟ้องคดีกล่าวหาดาบตำรวจดังกล่าวจึงเป็นการฟ้องตามข้อเท็จจริง ย่อมไม่ผิดฐานฟ้องเท็จและเบิกความเท็จ ศาลฎีกาจึงมีคำพิพากษาเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 และที่โจทก์ฎีกามา ฟังไม่ขึ้น

การฟ้องกลับเหยื่อจากการซ้อมทรมานดังกล่าวนี้เข้าข่ายเป็นการฟ้องคดีเพื่อปิดปากเหยื่อ เพื่อไม่ให้เหยื่อได้ใช้สิทธิในทางกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเต็มที่ สร้างภาระสร้างความยุ่งยากให้เหยื่อต้องเสียเวลา ต้องรับผิดชอบค่าใช้การจ่ายการเดินทางไปศาล และเหนื่อยล้าต่อการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมยากมากขึ้นอีกด้วย ดังกรณีนี้กว่าครอบครัวของฤทธิรงค์ จะต่อสู้มาเพื่อทำความจริงให้ปรากฎต่อสังคม สร้างบรรทัดฐานให้แก่สังคมและเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธ์ของตนเอง ต้องใช้เวลายาวนานถึง 5-6 ปี กว่าจะมีคำพิพากษาของศาลสุงสุดว่าคดีถึงที่สุด

ปัจจุบันมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนได้พยายามผลักดันให้รัฐตรากฎหมายป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย เพื่อให้เหยื่อจากการซ้อมทรมานและจากการถูกบังคับให้สูญหายได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ง่ายมากขึ้น

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์