พลังของข้อมูลที่จะช่วยยุติ “สงครามยาเสพติด”

ประชาไททำหน้าที่เป็นเวที เนื้อหาและท่าที ความคิดเห็นของผู้เขียน อาจไม่จำเป็นต้องเหมือนกองบรรณาธิการ

เป็นเวลาหลายทศวรรษแล้วที่การติดตามการดำเนินนโยบายยาเสพติดของรัฐว่าทำได้ดีหรือไม่ดีเพียงใดนั้นเป็นสิ่งที่ยากลำบาก ทั้งนี้เป็นเพราะการรวบรวมข้อมูลของทั้งภาครัฐและองค์การสหประชาชาตินั้น ได้รับแรงผลักดันจากเป้าหมายในการบรรลุ 'สังคมปลอดยา' ที่ล้าสมัยและเป็นอันตราย

ความสำเร็จของนโยบายยาเสพติดไม่ได้ถูกวัดจากผลลัพธ์ด้านสุขภาพ การพัฒนา หรือสิทธิมนุษยชน แต่กลับมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับตัวชี้วัดอย่างเช่น จำนวนผู้ถูกจับกุมหรือถูกคุมขังในคดียาเสพติด จำนวนยาเสพติดที่ยึดได้ และพื้นที่ปลูกพืชเสพติดที่กำจัดไป

รัฐบาลของประเทศส่วนใหญ่ยังคงใช้วิธีการปราบปรามเพื่อควบคุมยาเสพติดโดยอิงจากข้อมูลที่บิดเบือนเหล่านี้ ซึ่งหมายความว่าพวกเขาไม่ต้องถูกตรวจสอบหรือรับผิดชอบต่อความเสียหายที่ได้กระทำต่อชีวิตของผู้คนจำนวนมาก

แต่‘ข้อมูล’ และการวิเคราะห์นโยบายยาเสพติดจากทั่วโลกที่ให้คะแนนและจัดอันดับประเทศต่างๆ จะสามารถเปลี่ยนภาวะที่เป็นอยู่ได้ เครื่องมือดังกล่าวนั้นมีใช้อยู่แล้วในแวดวงอื่นๆ เรามีดัชนีความหิวทั่วโลก (Global Hunger Index) ดัชนีความมั่นคงทางสุขภาพโลก (Global Health Security Index) ดัชนีสันติภาพโลก (Global Peace Index) ดัชนีเสรีภาพสื่อ (World Press Freedom Index) ดัชนีประชาธิปไตย (Democracy Index) และอื่นๆ อีกมากมาย

ดังนั้น สมควรแก่เวลาแล้วที่เราจะมีดัชนีนโยบายยาเสพติดโลก ซึ่งเป็นเครื่องมือแรกเริ่มที่ช่วยให้เราสามารถเปรียบเทียบว่าประเทศต่างๆ ดำเนินนโยบายด้านยาเสพติดอย่างไรในการบรรลุวัตถุประสงค์ของสหประชาชาติที่จะปกป้องสิทธิมนุษยชน รับรองความปลอดภัยให้ชุมชนท้องถิ่น รับรองความมั่นคงด้านสุขภาพในการลดอันตรายจากยาเสพติดและการเข้าถึงยาที่ถูกควบคุม และส่งเสริมการพัฒนาให้แก่ผู้ที่ปลูกพืชเสพติด

รายงานฉบับพิมพ์ครั้งแรกซึ่งครอบคลุม 30 ประเทศจากทุกภูมิภาคทั่วโลกนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องพิสูจน์แนวคิด และแสดงให้เห็นว่าในตอนนี้ เราสามารถตรวจสอบและทำให้รัฐบาลรับผิดชอบต่อผลกระทบร้ายแรงจากนโยบายยาเสพติดของตน โดยอิงจากข้อมูลที่เชื่อถือได้และทันสมัย

จุดแข็งของดัชนีนี้อยู่ที่ข้อเท็จจริงที่ว่ามันไม่เพียงแค่ประเมิณจากนโยบายที่เขียนอยู่บนหน้ากระดาษเท่านั้น แต่ยังไปไกลกว่านั้นโดยพยายามพิจารณาด้วยว่านโยบายยาเสพติดถูกนำไปปฏิบัติใช้จริงอย่างไร ด้วยข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญภาคประชาสังคมใน 30 ประเทศ และเรื่องราวจากกลุ่มคนต่างๆ จากทั่วโลกที่ต้องเผชิญกับการปราบปรามยาเสพติดที่รุนแรง

ประเด็นที่สำคัญที่สุดของดัชนีก็คือ ไม่มีประเทศใดสมควรที่จะรู้สึกดีกับนโยบายด้านยาเสพติดของตน เพราะไม่มีประเทศใดได้คะแนนที่สมบูรณ์แบบหรือใกล้เคียงคะแนนเต็มเลย

อันที่จริง นอร์เวย์ซึ่งเป็นประเทศที่มีคะแนนสูงสุดในดัชนีของปีนี้ ได้คะแนนเพียง 74/100 เท่านั้น โดยมีค่ามัธยฐาน (median) อยู่ที่ 48/100 โดย 5 ประเทศที่มีคะแนนสูงสุด ได้แก่ นอร์เวย์ นิวซีแลนด์ โปรตุเกส สหราชอาณาจักร และออสเตรเลีย ซึ่งมีคะแนนสูงเป็นสองเท่าของ 5 ประเทศที่มีอันดับต่ำสุด ได้แก่ เม็กซิโก เคนยา อินโดนีเซีย ยูกันดา และบราซิล

อย่างไรก็ตาม ดัชนียังชี้ให้เห็นสัญญานที่ดีอยู่ เช่น คอสตาริกาซึ่งอยู่ในอันดับที่ 9 โดดเด่นจากประเทศละตินอเมริกาด้วยกันที่ถูกประเมิณในปีนี้ เพราะมีความก้าวหน้าในการวางนโยบายยาเสพติดที่สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน โดยมีนโยบายยกเลิกความผิดทางอาญา ใช้วิธีการควบคุมยาเสพติดที่คำนึงถึงเรื่องเพศสภาพ และให้การเข้าถึงการบริการลดอันตรายขั้นพื้นฐาน ซึ่งดัชนียังแสดงให้เห็นความพยายามของประเทศอื่นๆ เช่น จาเมกาที่ได้อันดับ 1 จากมิติด้านความได้สัดส่วนของกระบวนการทางอาญา ในทำนองเดียวกัน นอร์เวย์ และนิวซีแลนด์ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิดของฉัน เน้นเรื่องการรับรองว่าผู้ที่ทรมานจากความเจ็บปวดจะสามารถเข้าถึงยาโอปิออยด์ (opioid) ที่จำเป็นได้

แต่โดยรวมแล้ว ดัชนีดังกล่าวทำให้เห็นภาพนโยบายยาเสพติดทั่วโลกที่น่าเศร้า

เพราะอะไร?

คำตอบง่ายๆ คือ แม้ประเทศต่างๆ จะมีความมุ่งมั่นในการปรับเปลี่ยนนโยบายยาเสพติดให้สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชน สุขภาพ และการพัฒนา แต่พลังทำลายล้างของกฎหมายยาเสพติดที่เน้นการลงโทษและการตีตรายังคงทำให้ชุมชนที่ปลูกพืชเพื่อผลิตยาผิดกฎหมายยากจนลง กีดกันไม่ให้ผู้ใช้ยาเข้าถึงบริการลดอันตรายที่ช่วยชีวิตได้อย่างเข็มและกระบอกฉีดยาที่ปลอดเชื้อ ตรวจหาเมทาโดนและสารเสพติด และส่งเสริมการทารุณกรรมของตำรวจนับไม่ถ้วน ลิดรอนเสรีภาพตามอำเภอใจ รวมถึงการทารุณกรรมและการฆ่า

เราสามารถเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้ให้ดีขึ้นได้หรือไม่?

แน่นอนว่าเราทำได้ ดัชนีนี้เป็นก้าวแรกที่ดีในการทำให้รัฐบาลมีความรับผิดชอบในการปฏิบัติงาน และยังได้ให้ความเข้าใจที่ดีขึ้นว่านโยบายยาเสพติดที่ดีนั้นเป็นอย่างไรอีกด้วย ดัชนีนโยบายยาเสพติดโลกจะเป็นจุดเริ่มต้นของการอภิปรายเชิงสร้างสรรค์ว่าสิ่งใดต้องเปลี่ยน และเน้นย้ำถึงความสำคัญของนโยบายยาเสพติดโดยยึดตามหลักฐานและคำนึงถึงสิทธิตามคำแนะนำของสหประชาชาติ รวมถึงช่วยชี้แนะการจัดลำดับความสำคัญในการกำหนดและปฏิรูปนโยบายในอนาคต

ข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำคือพลัง และสามารถช่วยให้เรายุติ "สงครามยาเสพติด" ได้รวดเร็วทันกาล

 

เกี่ยวกับผู้เขียน: เฮเลน คลาร์ก เป็นประธานคณะกรรมาธิการสากลว่าด้วยนโยบายยาเสพติด (Global Commission on Drug Policy) และอดีตนายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์

บทความนี้ถูกแปลจากคำนำโดย เฮเลน คลาร์ก ในการเปิดตัวดัชนีนโยบายยาเสพติดโลกอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน 2564

 

 

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์