ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย 5 แกนนำ กปปส. พ้นนั่งเก้าอี้ ส.ส. เพราะต้องโทษจำคุกคดีล้มเลือกตั้งปี 57

ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้แกนนำ กปปส. 5 คน ได้แก่ ชุมพล จุลใส, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์, อิสระ สมชัย, ถาวร เสนเนียม และณัฏฐพล ทีปสุวรรณ พ้นจากสมาชิกภาพ ส.ส. ตามที่ศาลชั้นต้นตัดสินให้ทั้ง 5 คนนี้ต้องโทษจำคุกในคดีล้มการเลือกตั้งเมื่อปี 2557 โดยศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา

วันนี้ (8 ธ.ค.) เวลา 15.00 น. ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยกรณีสมาชิกภาพ ส.ส. ของแกนนำ กปปส. 5 คน ได้แก่ ชุมพล จุลใส ส.ส.ชุมพร พรรคประชาธิปัตย์, พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ, อิสระ สมชัย ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์, ถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ และณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าแกนนำ กปปส. ทั้ง 5 คนพ้นจากการเป็นสมาชิกภาพ ส.ส. โดยยืนยันตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานตามคำร้องของ กกต. และระบุว่าข้อโต้แย้งของผู้ถูกร้องฟังไม่ขึ้น เนื่องจากบุคคลที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีของบุคคลนั้นจะถึงที่สุดหรือไม่ ถือว่าผู้นั้นย่อมมีลักษณะต้องห้ามไม่ให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง และเข้าลักษณะต้องห้ามของการรับสมัคร ส.ส.

คดีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกสภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของทั้ง 5 คนสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 82 วรรคสี่ 170 สรรคสาม ประกอบมาตรา 82 มาตรา 101(6) ประกอบมาตรา 98(4) (6) และมาตรา 96(2) และความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 (4) ประกอบมาตรา 160 (6) (7) มาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96(2) หรือไม่ หลังจากที่ เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2564 ศาลอาญามีคำพิพากษาลงโทษจำคุกแกนนำ กปปส. จำนวน 8 คน ซึ่งมี 5 คนนี้ พร้อมด้วยสุเทพ เทือกสุบรรณ, สุวิทย์ ทองประเสริฐ หรืออดีตพระพุทธะอิสระ และ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ อ.317/2564 โดยศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตให้ประกันตัว

อย่างไรก็ตาม วันที่ 26 ก.พ. 2564 ศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวแกนนำ กปปส. ทั้ง 8 คน ด้วยหลักทรัพย์คนละ 800,000 บาท โดยให้เหตุผลว่าพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหาและพฤติการณ์แห่งคดี จำเลยไม่มีพฤติกรรมหลบหนี โทษจำคุกไม่สูง และจำเลยมีที่อยู่เป็นหลักแหล่งแน่นอน แต่ห้ามเดินทางออกนอกประเทศก่อนได้รับอนุญาตจากศาล

นอกจากคำพิพากษาจำคุกแกนนำ กปปส. ทั้ง 8 คนในคดีดังกล่าวแล้ว ศาลยังพิพากษาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของชุมพล, พุทธิพงษ์, อิสระ, ถาวร และณัฏฐพล เป็นเวลา 5 ปีนับแต่วันที่มีคำพิพากษา เป็นเหตุให้ กกต. ต้องยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของผู้ถูกร้องทั้ง 5 สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96 (2) หรือไม่ โดยศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ กกต. ไว้เมื่อวันที่ 7 เม.ย. 2564 และมีคำวินิจฉัยอย่างเป็นทางการในวันนี้ (8 ธ.ค. 2564)

ทั้งนี้ บีบีซีไทยรายงานเพิ่มเติมว่าจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญกรณีให้แกนนำ กปปส. ทั้ง 5 คนพ้นสภาพการเป็น ส.ส. ส่งผลให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ต้องตราพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. 2 เขต แทนตำแหน่งที่ว่างลง ภายใน 45 วันนับจากวันนี้ (8 ธ.ค.) ได้แก่ ส.ส.สงขลา เขต 6 และ ส.ส.ชุมพร เขต 1 แทน ซึ่งกำหนดการเลือกตั้งซ่อมต้องไม่เกินวันที่ 21 ม.ค. 2565 ขณะเดียวกันประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องประกาศให้ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่อยู่ในลำดับถัดไปของ 2 พรรครัฐบาล เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทนตำแหน่งที่ว่างลง ภายใน 7 วันนับจากวันนี้ (8 ธ.ค.) คือไม่เกินวันที่ 14 ธ.ค. 2564 โดยจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 26 พรรคประชาธิปัตย์ จะเลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทนอิสสระ และต่อศักดิ์ อัศวเหม ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 22 พรรคพลังประชารัฐจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็น ส.ส. แทนพุทธิพงษ์

สำหรับกรณีของณัฏฐพลนั้น ได้ลาออกจากการเป็น ส.ส. ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ค. 2564 แล้ว และสำนักงานเลขาธิการสภาได้เลื่อนยุทธนา โพธสุธน ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 21 พรรคพลังประชารัฐขึ้นมาเป็น ส.ส. แทนแล้ว ตามประกาศสภาเมื่อ 31 พ.ค. 2564

คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญฉบับเต็ม

สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เผยแพร่คำวินิจฉัยศาลณัฐธรรมนูญกรณีพิจารณาสมาชิกภาพ ส.ส. ของ 5 แกนนำ กปปส. โดยระบุว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 42 ว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (5) ประกอบมาตรา 98 (4) (6) และมาตรา 96 (2) หรือไม่ (เรื่องพิจารณาที่ 9/2564) 

คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง ส่งคําร้องขอให้พิจารณาวินิจฉัยกรณีนายชุมพล จุลใส ผู้ถูกร้องที่ 1 นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ถูกร้องที่ 2 นายอิสสระ สมชัย ผู้ถูกร้องที่ 3 นายถาวร เสนเนียม ผู้ถูกร้องที่ 4 และนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ ผู้ถูกร้องที่ 5 เนื่องจากศาลอาญามีคําพิพากษาในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ 317/2564 ลงโทษจําคุกผู้ถูกร้องทั้งห้า และเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้ถูกร้องที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่ 5 มีกําหนดห้าปีนับแต่วันมีคําพิพากษา โดยศาลอาญาออกหมายจําคุกระหว่าง อุทธรณ์ฎีกาและขังผู้ถูกร้องทั้งห้าที่เรือนจําพิเศษกรุงเทพมหานคร ผู้ร้องจึงยื่นคําร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัย

ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 42 วรรคสี และมาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 42 และขอให้มีคําสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งห้าหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งรับคําร้องเฉพาะในส่วนที่ขอให้วินิจฉัยว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องทั้งห้าสิ้นสุดลงไว้พิจารณาวินิจฉัย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสี่ประกอบวรรคหนึ่ง และมีคําสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งห้าหยุดปฏิบัติหน้าที่นับแต่วันที่ 7 เมษายน 2564 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคําวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 42 วรรคสอง ผู้ถูกร้องทั้งห้า ยื่นคําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งรับคําชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวรวมไว้ในสํานวน และเห็นว่า คดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงยุติการไต่สวนตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 58 วรรคหนึ่ง และกําหนดประเด็นที่ต้องพิจารณาวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องทั้งห้าสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (5) ประกอบมาตรา 48 (4) (6) และมาตรา 46 (2) หรือไม่ นับแต่เมื่อใด

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า ผู้ถูกร้องที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่ 5 ต้องคําพิพากษาของศาลอาญาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของผู้ถูกร้องที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่ 5 จึงสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (5) ประกอบ มาตรา 48 (4) และมาตรา 46 (2) นับแต่วันที่ 7 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ ผู้ถูกร้องที่ 1 ผู้ถูกร้องที่ 3 และผู้ถูกร้องที่ 5 หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 42 วรรคสอง

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมาก (6 ต่อ 3) วินิจฉัยว่าผู้ถูกร้องทั้งห้าต้องคําพิพากษา ของศาลอาญาให้จําคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาลอาญา เป็นเหตุให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของผู้ถูกร้องทั้งห้าจึงสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 101 (6) ประกอบมาตรา 98 (6) นับแต่วันที่ 7 เมษายน 2564 ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคําสั่งให้ผู้ถูกร้องทั้งห้าหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 82 วรรคสอง 

เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องที่ 1 และผู้ถูกร้องที่ 4 สิ้นสุดลง ทําให้มีตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งว่างลงและต้องดําเนินการตราพระราชกฤษฎีกาเพื่อจัดให้มี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งขึ้นแทนตําแหน่งที่ว่างภายในสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่ตําแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 102 จึงให้ถือว่าวันที่ตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลง คือ วันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคําวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟัง โดยชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 76 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คําวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่าน คือ วันที่ 8 ธันวาคม 2564

เมื่อสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องที่ 2 และผู้ถูกร้องที่ 3 สิ้นสุดลง ทําให้มีตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อว่างลง ประธานสภาผู้แทนราษฎรต้องประกาศ ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนตําแหน่งที่ว่างลง โดยต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ตําแหน่งนั้นว่างลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2) จึงให้ถือว่าวันที่ตําแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลง คือ วันที่ ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคําวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังโดยชอบตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 76 วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คําวินิจฉัยของศาลมีผล ในวันอ่าน คือ วันที่ 8 ธันวาคม 2564

สําหรับกรณีสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องที่ 5 ว่างลงนับแต่เมื่อใดนั้น เห็นว่าผู้ถูกร้องที่ 5 มีหนังสือขอลาออกจากตําแหน่ง ต่อมามีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2564 ให้ผู้มีชื่อในลําดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแทนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 105 วรรคหนึ่ง (2) ในวันดังกล่าวแล้ว จึงไม่จําต้องวินิจฉัย 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์