เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นยืนยันชุมนุมทวงสัญญาต่อ เคลื่อนไปปักหลักหน้า UN หวั่นถูกสลาย-ถอนประกัน

เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นแถลงการณ์ยืนยันชุมนุมเรียกร้องต่อ พร้อมเลื่อนไปปักหลักชุมนุมที่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ (UN) เพราะไม่ต้องการสร้างเงื่อนไขให้ถูกสลายการชุมนุมและถูกถอนเงื่อนไขประกันตัว ด้านตัวแทนกลุ่มเผยจะมีประชาชนแนวร่วมเดินทางมาสมทบอีก และจะกลับไปปักหลักที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 13 ธ.ค. นี้ 

วันนี้ (8 ธ.ค.) เวลา 15.10 น. ที่บริเวณประตู 4 ทำเนียบรัฐบาลตรงข้ามสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นอ่านแถลงการณ์ฉบับที่ 2 เรียกร้องให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนชาวจะนะ เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2563 และทวงถามความคืบหน้าหลังจากเมื่อวันที่ 15 ธ.ค. 2563 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติให้ พล.อ.ประวิตร วงศ์สุวรรณ รองนายกฯ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการติดตามและแก้ไขปัญหาโครงการจะนะ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต โดยตัวแทนเครือข่ายยืนยันว่าไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายแก่บ้านเมืองตามที่รัฐบาลพยายามกล่าวอ้าง

ต่อมา เวลาประมาณ 16.00 น. หลังอ่านแถลงการณ์เสร็จสิ้น ตัวแทนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นประกาศว่าทางกลุ่มจะชุมนุมปักหลักที่บริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (UN) ประจำประเทศไทย ถ.ราชดำเนินนอก เพื่อรอสมาชิกในเครือข่ายเดินทางมาสมทบ โดยให้เหตุผล 3 ข้อ คือ พยายามจะป้องกันไม่ให้ถูกจับกุมดำเนินคดีซ้ำอีกครั้งหรือถูกถอนเงื่อนไขประกัน และเพื่อสร้างการรับรู้และการทำงานสื่อสารด้านเครือข่ายภาคประชาชนและองค์กรสิทธิมนุษยชนในไทยและ ต่างประเทศ รวมถึงเพื่อปักหลักรอเครือข่ายขบวนการภาคประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการบริหารงานของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา โดยผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าจะมีประชาชนจาก จ.สตูล เดินทางมาสมทบประมาณ 100 คน พร้อมเปิดพื้นที่ให้ประชาชนทุกคนมาร่วมแลกเปลี่ยน และจะกลับมาชุมนุมที่ประตู 1 ทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งในวันที่ 13 ธ.ค. นี้

แถลงการณ์เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ฉบับที่ 2

“เราจะไม่กลับบ้าน และจะอยู่รอจนกว่าจะได้รับคำตอบจากรัฐบาล”

การที่รัฐบาลสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสลายการรวมตัวของพวกเราเมื่อค่ำวันที่ 6 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา และได้ควบคุมตัวพวกเราทั้ง 37 คน พร้อมกับแจ้งความดำเนินคดี โดยไม่สนใจรับฟังปัญหาและความทุกข์ร้อนของพวกเราแต่อย่างใด จึงพอที่จะพิสูจน์ได้ว่านายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่เคยให้ความสำคัญกับปัญหาของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยอย่างพวกเรา

การเดินทางมาที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้ เพื่อจะประกาศว่า “ตราบใดที่ข้อเรียกร้องทั้งหมดของพวกเรายังไม่ถูกตอบรับ เราก็จะไม่กลับบ้าน และพร้อมที่จะยืนหยัดต่อไปจนกว่าจะได้ข้อตกลงที่รัฐบาลได้ทำกับเราไว้ทุกข้อ” แม้ว่าในเงื่อนไขการจับกุมและปล่อยตัวพวกเราเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมา จะบังคับไม่ให้พวกเราออกมาแสดงออกต่อปัญหาของตนเองอีกต่อไป มิเช่นนั้นแล้วจะยกเลิกเงื่อนไขและจับกุมพวกเราอีกครั้ง ซึ่งการดำเนินการดังกล่าว คือการปิดกั้นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนอย่างร้ายแรง ด้วยเป็นที่ทราบกันดีว่าการเดินทางมาในครั้งนี้ของพวกเรา มีเหตุมาจากความไม่รับผิดชอบต่อข้อตกลงของรัฐบาลที่ได้ทำไว้เมื่อปลายปีที่ผ่านมา เราจึงมีสิทธิโดยชอบที่รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันต่อเรื่องนี้ ขณะเดียวกันเราต้องมีสิทธิ์ที่จะได้สื่อสารความเดือดร้อนที่มีทั้งหมด ให้รัฐบาลและสังคมรับทราบ

ระหว่างนี้ พวกเราจะเดินทางไปปักหลักอยู่หน้าสำนักงานองค์การสหประชาชาติ หรือ UN ด้วยเหตุผลดังนี้

  1. เราไม่ต้องการสร้างเงื่อนไขเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เป็นข้ออ้าง เพื่อที่จะจับกุมและคุมขังพวกเราอีกครั้ง
  2. เราต้องการใช้พื้นที่หน้าสำนักงานสหประชาชาติ เพื่อสื่อสารสาธารณะให้สังคมทั้งภายในและภายนอกประเทศได้รับรู้และเข้าใจปัญหาความทุกข์ร้อนของพวกเราให้มากขึ้น 
  3. เพื่อเฝ้ารอพี่น้องของพวกเราที่จะเดินทางเข้ามาสมทบจากกลุ่มต่างๆ ในภาคใต้ และอาจจะรวมถึงภูมิภาคอื่นๆ ด้วย

เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นขอประกาศอีกครั้งว่า เราเพียงต้องการมาทวงสัญญาจากรัฐบาลที่ได้ทำกับเราไว้เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 และไม่มีเจตนาที่จะทำให้เกิดความวุ่นวายแก่บ้านเมืองอย่างที่ท่านพยายามกล่าวอ้าง โอกาสนี้เราขอย้ำข้อเสนออีกครั้ง คือ

  1. รัฐบาลต้องตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. อีกครั้ง ถึงความไม่ปกติของโครงการทั้งหมดในทุกมิติ
  2. รัฐบาลจะจัดให้มีการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในเชิงยุทธศาสตร์ หรือ SEA. แบบมีส่วนร่วม ที่จะมีคณะศึกษาอันเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย เพื่อให้รัฐบาลมีข้อมูลทางวิชาการที่ถูกต้อง ประกอบการตัดสินใจเดินหน้าหรือยุติโครงการต่อไป 
  3. รัฐบาลต้องยุติการดำเนินงานทุกอย่างไว้ก่อนจนกว่าการดำเนินการในข้อ 1 และ ข้อ 2 จะแล้วเสร็จ ซึ่งพวกเราทั้งหมดยอมรับในข้อตกลงดังกล่าวและพร้อมให้ความร่วมมือทุกอย่างด้วยดี 
  4. รัฐบาลต้องยุติการดำเนินคดีกับพวกเราทั้ง 37 คน ที่เกิดขึ้นจากการจับกุมในวันที่ 6 ธันวาคม 2564  

พวกเราจะเดินทางไปปักหลักรอคำตอบรัฐบาลที่หน้าสำนักงาน UN อย่างสงบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และจะเดินทางมาทวงคำสัญญาอย่างเป็นทางการอีกครั้งที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 13 ธันวาคม 2564 พร้อมกับพี่น้องเครือข่ายภาคีต่างๆที่เดินทางมาสมทบกับพวกเราในวันที่ 12 ธันวาคม นี้ อีกครั้ง พร้อมกันนี้ขอแจ้งไปยังพี่น้องประชาชน และสาธารณชนทั่วไปที่ต้องการสนับสนุนพวกเรา ให้ออกมาพร้อมกันตามวันเวลาที่กำหนดไว้

แถลง ณ หน้าทำเนียบรัฐบาล

วันที่ 8 ธันวาคม 2564

อนึ่ง ช่วงเช้าวันนี้ (8 ธ.ค. 2564) ไครียะห์ ระหมันยะ ตัวแทนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เข้ายื่นหนังสือถึงคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ณ รัฐสภา ขอให้ตรวจสอบการสลายการชุมนุมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนกรณีนิคมอุตสาหกรรมจะนะ หลังรัฐเมินบันทึกข้อตกลง (MOU) เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 2563 และเกิดเหตุการณ์สลายการชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นในยามวิกาลเมื่อคืนวันที่ 6 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยมี สิระ เจนจาคะ ประธานคณะกรรมาธิการ รังสิมันต์ โรม โฆษกคณะกรรมาธิการ และอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ กรรมาธิการ เป็นผู้แทนรับหนังสือ โดยมีข้อเรียกร้อง 2 ข้อ ได้แก่ ขอให้ตรวจสอบการสลายการชุมนุมในยามวิกาลพร้อมกับการแจ้งความดำเนินคดีกับชาวบ้านทั้ง 37 รายของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ถือเป็นการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมายและเกินกว่าเหตุหรือไม่ และขอให้ตรวจสอบกระบวนการดำเนินงานในโครงการอุตสาหกรรมจะนะว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่ ด้วยเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่จะส่งผลกระทบกับชาวบ้านจำนวนมาก รัฐบาลจึงควรให้ความสำคัญกับกระบวนการมีส่วนร่วมในโครงการทั้งหมดทุกขั้นตอน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่

รับชมไลฟ์สดการอ่านแถลงการณ์และการเดินไปที่หน้า UN

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง:

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

ข่าวรอบวัน

เนื้อหาแนะนำ

สนับสนุนประชาไท 1,000 บาท รับร่มตาใส + เสื้อโปโล

ประชาไท

ร่วมบริจาค สนับสนุนการทำงานของ 'ประชาไท' ร่วมสร้างและรักษาสื่อเสรี Prachatai.com (ไม่มีขั้นต่ำ)

โอนเงิน บัญชีกรุงไทย 091-0-10432-8 "มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน FCEM"

โอนเงิน PayPal / บัตรเครดิต https://PayPal.me/Prachatai (รายงานยอดบริจาคสนับสนุน)

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่:
เฟซบุ๊ก https://fb.me/prachatai
ทวิตเตอร์ https://twitter.com/prachatai
LINE ไอดี = @prachatai

พื้นที่ประชาสัมพันธ์